หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วัดมหาบุศย์ , เปิดตำนานแม่นาคพระโขนง,รายการคุณพระช่วย ปั้นเหน่งแม่นาค  (อ่าน 35924 ครั้ง)
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25022


YOU HAPPY AND I HAPPY


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 04:43:54 PM »

วัดมหาบุศย์ เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อประมาณ พ.ศ. 2305 ก่อนเสียกรุงเก่าพม่า 5 ปี เล่ากันว่าเดิมชื่อ "วัดสามบุตร"กล่าวคือ บุตรชาย สามคนพี่น้องร่วมกันสร้างขั้น และเข้าใจว่าเสนาสนะสิ่งก่อสร้างในวัดในขณะนั้นคงจะเป็นเครื่องไม้เสียเป็นส่วนมาก ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่คงทนครั้งกาลต่อมามีสภาพเป็นวัดร้าง
             ต่อมาเมื่อพระมหาบุตร เปรียญ 5 ประโยค สำนักวัดเลียบ (ต่อมาในรัชกาลที่ 1 พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดราชบุรณะ") กรุงเทพมหานคร ได้มาเยี่ยมญาติโยมของท่านซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในลำคลองพระโขนง ในเวลานั้น บรรดาชาวบ้านพระโขนงจึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ให้ท่านอยู่วัดสามบุตร เพื่อช่วยเป็นผู้นำในการบูรณะวัดสามบุตรหรือจะเรียกว่าสร้างวัดใหม่ทั้งวัดก็น่าจะได้
             เมื่อการสร้างหรือการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านจึงเปลี่ยน นามวัดใหม่จาก "วัดสามบุตรเป็นวัดมหาบุตร" ตามนามของพระมหาบุตร ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญของภาษาไทย จึงได้เขียนชื่อวัดเป็นทางราชการว่า วัดมหาบุศย์ ดังที่เห็นและใช้อยู่ตราบจนในปัจจุบัน แต่ยังมีประชาชนนิยมเรียกอีกนาม หนึ่งว่า "วัดแม่นาคพระโขนง"ทั้งนี้เห็นจะเป็นด้วยอิทธิพลของวรรณกรรมเรื่อง นาคพระโขนง

วัดมหาบุศย์ ตามประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร ฉบับกรมการศาสนาจัดพิมพ์ ตอนหนึ่งว่า    วัดมหาบุศย์มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์อยู่หลายปี ตราบถึงประมาณปี พ.ศ. 2455 ต้นรัชกาลที่ 6 จึงได้มีการบูรณะสังฆเสนาสนะขึ้นอีกด้วย โดยได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2459 มีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 2 เส้น ยาว 2 เส้น7 วาครั้นถึง พ.ศ. 2470 อุโบสถหลังที่สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2459 นั้นชำรุดทรุดโทรม จึงได้ทำการรื้อออกแล้วก่อสร้างขึ้นใหม่กว้าง 20 เมตร ยาว 23 เมตร หน้าบัสลักเป็นลายกนกไทยรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ หลังคาสองชั้นลด ถึงพ.ศ. 2500 ทางวัดได้ทำการบูรณะใหม่ เปลี่ยนกระเบื้องเป็นกระเบื้องเคลือบสี เปลี่ยนช่อฟ้าใบระกาหงส์และหน้าบันใหมทั้งหมด เสร็จเรียบร้อยแล้วได้เชิญ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นมาเป็นประธานพิธียกช่อฟ้าวัดมหาบุศย์กับแม่นาคพระโขนง



* w1.jpg (55.42 KB, 280x210 - ดู 31495 ครั้ง.)

* w2.jpg (22.94 KB, 250x167 - ดู 28312 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 08, 2011, 09:05:46 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25022


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 04:49:32 PM »


เรื่องราวโดยย่อของแม่นาตพระโขนง

ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีสามีภรรยาที่รักกันมากคู่หนึ่งอาศัยอยู่ริมคลองวัดมหาบุศย์เขตพระโขนง ภรรยาชื่อนาค สามีชื่อทิดมาก ทั้งคู่ปลูกเรือนหลังเล็กๆ อยู่ห่างไกลจากผู้คนมาพอสมควร เมื่ออยู่กันได้ไม่นานนางนาคก็ตั้งท้องขณะที่บ้านเมืองกำลังเกิดศึกสงคราม ทิดมากจึงถูกเกณฑ์ให้ไปเป็นทหาร และต้องออกรบยังต่างเมือง ไม่นานนางนาคก็คลอดลูกกับหมอตำแยโดยทิดมากไม่ได้อยู่ดูแล โชคร้ายที่นางนาคเจ็บท้องจนทนไม่ไหวจึงสิ้นใจตายพร้อมลูกในท้องในเวลาต่อมา แต่ด้วยความรักที่มีต่อผัวจึงไม่ยอมไปผุดไปเกิด และรอวันที่ผัวจะกลับมา ระหว่างนั้นก็เที่ยวหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวไปทั่ว

วันขึ้น 15 ค่ำ ทิดมากกลับมาในเวลาพลบค่ำแต่ก็ยังพอเห็นทางเดินแบบลางๆ เนื่องจากเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง เมื่อถึงบ้านก็เห็นแม่นาคนั่งร้องเพลงกล่อมลูกอยู่ที่เรือนชานก็รู้สึกดีใจรีบวิ่งไปหาลูกเมีย แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวที่ร่างกายนางนาคเย็นผิดปกติ ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก ระหว่างนั้นแม่นาคก็จัดแจงยกสำรับกับข้าวออกมาให้ผัวกินและก็บังเอิญที่ทิดมากทำช้อนตกลงพื้นเรือนแม่นาคจึงเอื้อมมือ
ไปเก็บอย่างรวดเร็วทำให้ทิดมากรู้สึกแปลกใจ

ต่อมาชาวบ้านก็แอบกระซิบบอกทิดมากว่านางนาคได้ตายไปนานแล้วและตายทั้งกลมด้วย ที่พ่อมากเห็นแม่นาคอุ้มลูกน้อยนั้นนะเป็นผี ไม่ไช่คน ประกอบกับตนเองก็เห็นพฤติกรรมแปลกๆอยู่หลายครั้ง จึงตัดสินใจหนีไปอาศัยอยู่ที่วัดมหาบุศย์ ทำให้นางนาคต้องออกติดตามหาผัว พร้อมกับเที่ยวหลอกหลอนชาวบ้านด้วยความโกรธแค้น จนไม่มีใครกล้าเดินผ่านวัด สร้างความเดือดร้อนเดือดร้อนไปทั่ว ต่อมาชาวบ้านได้ไปตามหมอผีมาปราบ และจับวิญญาณแม่นาคใส่หม้อดินไปถ่วงน้ำ พร้อมกับอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณไปผุดไปเกิด ไม่ต้องมาวนเวียนหลอกหลอนชาวบ้านอีกต่อไป


ข้อมูลวัดมหาบุศย์
วัดมหาบุศย์ อยู่บนถนนอ่อนนุชซอย 7 เข้าซอยไปประมาณ 100 ม.
อ่อนนุชซอย 7 หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ถ.สุขุมวิท 77
ปากซอยอ่อนนุช 7 จะมีป้าย"วัดมหาบุศย์ "
หากเดินทางโดยรถไฟฟ้าให้ลงที่สถานีปลายทาง - อ่อนนุช


* m1.jpg (39.03 KB, 550x242 - ดู 25434 ครั้ง.)

* m2.jpg (38.03 KB, 550x216 - ดู 25220 ครั้ง.)

* m3.jpg (34.38 KB, 550x249 - ดู 26610 ครั้ง.)

* m4.jpg (39.84 KB, 550x243 - ดู 25120 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25022


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 04:53:00 PM »


เคยมีหลายคนพยายามค้นหาว่าตำนานของแม่นาคพระโขนงนั้นมีจริงหรือไม่  แต่ท้ายสุดแล้วทุกคนต่างก็ได้รับการยืนยันว่า  " จริง "  ในแบบไร้ซึ่งหลักฐานเป็นลายลักษณะอักษร  เพราะไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของ " วัดมหาบุศย์ " หรือเรื่องของ " แม่นาค "  ต่างก็มาแบบลมปากที่เล่าต่อนกันมาแบบค่อนข้างหน้าเชื่อถือ และนี่คือตำนานแม่นาคฉลับวัดมหาบุศย์ที่ท่านเจ้าอาวาส เล่าความทรงจำสมัยเมื่อเป็นเด็กที่ฟังจากโยมบุญธรรม  ซึ่งเป็นเหลนของนางนาค

ตำนานรักของแม่นาคเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นราวปี พ.ศ. 2310 สมัยก่อนเสียกรุงครั้งที่สอง ช่วงนั้นมีการตั้งค่ายฝึกกองกำลังที่วัดมหาบุศย์  นางนาคได้ตั้งท้อง และเมื่อถึงกำหนดคลอดปรากฏว่าหมอตำแย และพี่เลี้ยงไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ และตามธรรมเนียมศพผีตายโหงจะต้องถูกนำไปฝัง จึงได้ฝังศพของนางนาคไว้ใต้ต้นตะเคียนคู่ ส่วนผีนางนาคไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ได้เล่ากัน ...นางแค่อาลัยรักในตัวสามีจนกระทั่ง ผู้ที่มีความดี และมีเมตตาท่านหนึ่งได้พูดขอร้อง และชี้ทางสว่างให้ผีนางนาค สุดท้ายนางจึงยอมจากไป จากคำบอกเล่าของเจ้าอาวาสมาสู่งานเขียนหยิบยกกันอย่างมากมาย จนกระทั่งวันที่ 10 มีนาคม 2442 มีการเขียนที่เป็นเวอร์ชั่นที่เก่าแก่ที่สุด ก.ศ.ร.กุหลาบอธิบายว่า พระศีสมโภช ( บุด ) แห่งวัดสุวรรณ ผู้สร้างวัดมหาบุศย์ เล่าถวายเสด็จพระอุปฌาย์สมัยรัชกาลที่ 3  นางนาคอาศัยอยู่ที่พระโขนงเป็นภรรยาของนายชุ่มก่อนจะเสียชีวิตระหว่างคลอดบุตร นายชุ่มจึงนำศพไปฝังไว้ที่วัด แต่เพราะนายชุ่มเป็นคนรวย ลูก ๆ กลัวว่าพ่อจะมีภรรยาใหม่แล้วแจกจ่ายเงินไปหมด จึงแกล้งเป็นผีหลอกคน ไม่ให้พ่อแต่งงานใหม่

อีกเวอร์ชั่นหนึ่งเป็นงานเขียนประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) รวบรวมโดย ม.ล.พระมหาสว่าง เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พ.ศ. 2473 ได้บรรยายไว้ว่า " หลังจากที่นางนาคออกอาละวาดหนัก  สมเด็จพุฒาจารย์ ท่านรู้เรื่องจึงลงไปค้างที่วัดหมาบุศย์ และเรียกนางนาคมาคุยกัน  ผลสุดท้ายท่านเจาะเอากระดูกหน้าผากของนางนาคมาลงยันต์ และทำเป็นปั้นแหน่งคาดเอว ผีนางนาคจึงไม่ออกมาอาละวาดอีกเลย ...เรื่องนี้ สมบัติพลายน้อยเป็นผู้หนึ่งที่ค้นคว้าและเขียนเรื่องของแม่นาค  พอสรุปได้ว่ากระดูกหน้าผากแม่นาคนั้น สมเด็จพุฒาจารย์ โต ได้ประทานให้กับสมเด็จหม่อมเจ้าสมเด็จพุฒาจารย์ ทัต และประทานให้หลวงพ่อ พริ้ง ( พระครูวิสุทธิ์ศีลาจารย์ ) อีกต่อ จนมาถึงกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไม่นานนักแม่นาคก็มากราบลา " จากนั้นก็ไม่มีใครพบกระดูกแม่นาคอีก "
 
          มีเรื่องเล่ากันว่าวักมหาบุศย์ เป็นวัดราษฎร์ที่เก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2305 ในสมันอยุธยาตอนปลาย โดย พระมหาบุตร วัดเลียบ ( วัดราบูรณะ ) ที่ได้เดินทางมาเยี่ยมญาติโยมของท่านในคลองพระโขนงชาวบ้านรู้ข่าวจึงนิมนต์ให้อยู่ และนำสร้างวัดขึ้นโดยให้ชื่อว่า " วัดมหาบุศย์ " ตามชื่อของท่าน และยังเป็นวัดที่มีส่าวนเกี่ยวพันกับหนังผีที่อยู่คู่เมืองไทยอย่างเรื่องแม่นาคพระโขนงอีกด้วย
          ใครไดไปแวะที่วัดมหาบุศย์เมื่อไปถึง จะเห็นป้ายชี้ทางไปยังศาลย่านาค  ซึ่งศาลนี้เองเป็นจุดมุ่งหมายของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะคู่รัก  ก่อนที่จะไปยังศาลย่านาค ควรจะแวะไปกราบขอพรหลวงพ่อยิ้ม เสียก่อนเพราะอยู่ตรงด้านหน้าวัด วิหารนี้เป็นวิหารเล็ก ๆ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อยิ้ม ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปรางมารวิชัย และพระพุทธรูปอีกหลายองค์ คนที่เข้ามากราบไหว้หลวงพ่อยิ้มมักจะเสี่ยงเซียมซีคู่ไปด้วย ...ถัดจากโบสถ์ จะเห็นป้ายบอกทางไปริมน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งมีศาลย่านาคที่มีวัยรุ่นหญิงจุดธูปเทียนขอพรจากย่านาค


* m5.jpg (35.06 KB, 550x212 - ดู 24379 ครั้ง.)

* m6.jpg (32.87 KB, 500x242 - ดู 24694 ครั้ง.)

* watmahabudth_02.jpg (74.57 KB, 576x432 - ดู 30244 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25022


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 04:56:16 PM »


ผ้าเจ็ดสีเจ็ดศอกพันอยู่ที่ต้นไม้อย่างหน้าแน่น ชุดไทย ชุดเด็ก ของเล่นเด็ก รวมถึงรูปวาดแม่นาค นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองอยู่ด้วย คนที่มาขอพรหลาย ๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ขอโดดเด่นก็คงจะเป็นเรื่องของความรัก เพราะตามตำนานเรื่องแม่นาคพระโขนงในละแวกแถวนี้ เขาเล่ากันมาว่า " ที่ริมคลองวัดมหาบุศย์ มีเรือนหลังเล็กๆ ไกลผู้คนที่ชาวบ้านต่างรู้จักกันดีว่า นี้คือเรือนของแม่นาคและทิดมาก คู่ผัวเมียที่รักกันมาก

นี่เป็นส่วนหนึ่งในหลาย ๆ ตำนานแม่นาคพระโขนงที่เล่าต่อ ๆ กันมา ส่วนที่มีจริง หรือเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ และใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน  แต่ในตำนานแม่นาคพระโขนงคงความอมตะมาจนถึงทุกวันนี้ได้  นอกจากเรื่องที่ชวนขนหัวลุกแล้ว ตำนานความรักที่มั่นคงของแม่นาคที่มีต่อทิดมากนั้นถือเป็นเรื่องหนึ่งในรักอมตะของเมืองไทย ...ความตายแม้พรากจาก แต่ความรักของแม่นาคยังคงอยู่เป็นนิรันดร์...



ภาพที่สองเป็นภาพวาดจากนิมิตของพระอาจารย์หนู วัดสุทธาธรรม ( วัดพระฉิม )


* lll.jpg (23.09 KB, 600x127 - ดู 23458 ครั้ง.)

* llll.jpg (43.42 KB, 394x400 - ดู 47989 ครั้ง.)

* lllll.jpg (87.23 KB, 558x400 - ดู 27381 ครั้ง.)

* llllll.jpg (22.97 KB, 281x400 - ดู 23100 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25022


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 04:59:35 PM »


ชมภาพยนตร์เรื่อง "นาค รักแท้ วิญญาณ ความตาย" นำแสดงโดย  ซีศิวัฒน์, แตงโม ภัทรธิดา ลิงค์นี้
http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=2137.0

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2011, 07:45:48 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25022


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 05:21:51 PM »


ข้อมูลต่อไปนี้มาจาก
แม่นาคพระโขนง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


แม่นาคพระโขนง เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีตายทั้งกลมที่เป็นที่รู้จักกันดีเรื่องหนึ่งของไทยเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันมี ศาลแม่นาค ตั้งอยู่ที่ วัดมหาบุศย์ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร


เรื่องเล่า
มีผัวหนุ่มเมียสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่กินด้วยกันที่ย่านพระโขนง ฝ่ายสามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนางนาค ทั้งสองอยู่กินกันจนนางนาคตั้งครรภ์อ่อน ๆ นายมากก็มีเหตุจำเป็นให้ต้องไปเป็นทหารประจำการที่บางกอกตามหมายเรียก นางนาคจึงต้องอยู่เพียงคนเดียวตามลำพัง

ยิ่งนานวัน ท้องของนางนาคก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ ทว่าลูกของนางนาคไม่ยอมกลับหัว และคลอดออกมาตามธรรมชาติ ยังผลให้นางนาคเจ็บปวดเป็นยิ่งนัก และในที่สุดนางนาคก็ทานความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลม

หลังจากนั้น ศพของนางนาคได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัดมหาบุศย์ ส่วนนายมากเมื่อปลดประจำการก็กลับจากบางกอกมายังพระโขนงโดยที่ยังไม่ทราบความว่าเมียของตัวได้หาชีวิตไม่แล้ว นายมากกลับมาถึงในเวลาเข้าไต้เข้าไฟพอดี จึงไม่ได้พบชาวบ้านเลย เนื่องจากบริเวณบ้านของนางนาค หลังจากที่นางนาคตายไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวผีนางนาคซึ่งต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน และมีความดุร้ายเป็นยิ่งนัก

ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน นางนาคก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน นายมากก็เชื่อเมีย เพราะรักเมีย ไม่ว่าใครที่มาพบเจอนายมากจะบอกนายมากอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าเมียตัวเองตายไปแล้ว จนวันหนึ่งขณะที่นางนาคตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนาคทำสากตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บสากที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน

นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาค โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำให้รั่วแล้วเอาดินอุดไว้ ตกกลางคืนทำทีเป็นไปปลดทุกข์เบา แล้วแกะดินที่อุดตุ่มไว้ให้น้ำไหลออกเหมือนคนปลดทุกข์เบา จากนั้นจึงแอบหนีไป นางนาคเมื่อเห็นผิดสังเกตจึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าตัวเองโดนหลอก จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนาคตามมาจึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในดงหนาด นางนาคไม่สามารถทำอะไรได้เพราะผีกลัวใบหนาด นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนาคไม่ลดละพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนาคออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง ซึ่งความเฮี้ยนของนางนาค ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง ในที่สุด นางนาคก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่

จนกระทั่งตายายคู่หนึ่งที่ไม่รู้เรื่องเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เก็บหม้อที่ถ่วงนางนาคได้ขณะทอดแหจับปลา นางนาคจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้ กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของนางนาคถูกเคาะออกมาทำปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัดโบราณ) เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนาคสู่สุคติ หลังจากนั้น ปั้นเหน่งชิ้นนั้นก็ตกทอดไปยังเจ้าของอื่นๆ อีกหลายมือ ตำนานรักของนางนาค นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องหนึ่งที่ประทับใจผู้ฟังอย่างมิรู้คลาย กับความรักที่มั่นคงของนางนาคที่มีต่อสามี แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้


 เรื่องในประวัติศาสตร์
เอนก นาวิกมูล ผู้ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ไทยได้ค้นคว้าเอกสารร่วมสมัยเกี่ยวกับเรื่องแม่นาคพระโขนงนี้ พบว่า น่าจะเป็นมาจากเรื่องจริงของลูกสาวคณบดีผู้หนึ่งที่ตายลงขณะยังตั้งท้อง และครอบครัวทางฝ่ายหญิงก็เกรงว่าจะมีคนมาขุดสมบัติของครอบครัวตน จึงให้เด็ก ๆ ในบ้านแสร้งทำเป็นผีหลอกผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยการขว้างหินใส่เรือผู้ที่สัญจรไปมาในเวลากลางคืนบ้าง หรือทำวิธีต่าง ๆ นานา เพื่อให้คนเชื่อว่าผีของลูกสาวตนเฮี้ยน แต่ไม่พบหลักฐานว่าหญิงสาวผู้นี้ชื่อ นาค หรือไม่ และสามีของเธอจะชื่อ มาก หรือไม่


 แม่นาคในความเชื่อทางสังคม
เรื่องราวของแม่นาคพระโขนง ปรากฏอยู่ทั่วไปตามความเชื่อของคนไทยร่วมสมัยและตราบจนปัจจุบัน เช่น เชื่อว่าชื่อสี่แยกมหานาค ที่เขตดุสิตในปัจจุบัน มาจากการที่แม่นาคอาละวาดขยายตัวให้ใหญ่ และล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ก็ยังเคยเสด็จทอดพระเนตรด้วย หรือ เชื่อว่าพระรูปที่มาปราบแม่นาคได้นั้นคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นต้น อีกทั้งยังเชื่อว่า ท่านได้เจาะกะโหลกที่หน้าผากของแม่นาคทำเป็นปั้นเหน่ง เพื่อสะกดวิญญาณแม่นาค และได้สร้างห้องเพื่อเก็บปั้นเหน่งชิ้นนี้ไว้ต่างหาก หรือหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ยังได้เขียนบันทึกเอาไว้ว่า เมื่อสมัยเด็ก ๆ ท่านเคยเห็นสิ่งที่เชื่อว่าเป็นรอยเท้าแม่นาคบนขื่อเพดานวัดมหาบุศย์ด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว


ถึงอย่างไร ความเชื่อเรื่องแม่นาคพระโขนง ก็ยังปรากฏอยู่ในความเชื่อของคนไทย ณ วัดมหาบุศย์ เขตสวนหลวง ปัจจุบันนี้ มีศาลแม่นาคตั้งอยู่ ซึ่งเป็นที่สักการะ เคารพบูชาอย่างมากของบุคคลในและนอกพื้นที่ โดยบุคคลเหล่านี้จะเรียกแม่นาคด้วยความเคารพว่า "ย่านาค" บ้างก็เชื่อกันว่าแม่นาคได้ไปเกิดใหม่แล้ว


 การแสดงและบทประพันธ์
เรื่องราวของแม่นาคพระโขนง ได้กลายมาเป็นบทประพันธ์ในรูปแบบการแสดงเป็นครั้งแรก เป็นบทละครร้อง ในปี พ.ศ. 2454 ในชื่อ "อีนากพระโขนง" โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ แสดงที่โรงละครปรีดาลัย (โรงเรียนตะละภัฏศึกษา) ได้รับความนิยมอย่างมากจนต้องเปิดการแสดงติดต่อกันถึง 24 คื




* reply1378151_IMG708.jpg (9.54 KB, 380x193 - ดู 22854 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25022


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 08, 2011, 09:19:49 PM »

 ปั้นเหน่งแม่นาค

1

2
3
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 08, 2011, 09:21:35 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: