สายตรงคนนิยมพระ ,เปิดกรุพระเครื่อง

<< < (21/45) > >>

มาดามเฟ:
'หลวงปู่เกลี้ยง'วัดเนินสุทธาวาส

ดูภาพใหญ่คลิกทีภาพ
            

หากเอ่ยถึง “วัดเก่าแก่” และ “อาคมขลัง” เข้าขั้นเอกอุอีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกก็ต้องนึกถึงวัดเนินสุทธาวาส ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี
    
วัดเนินสุทธาวาสแห่งนี้ นับได้ว่าเป็นศูนย์รวมใจพุทธศาสนิกชนมาช้านาน ด้วยความขลังแห่งสรรพวิชาอาคมแต่ครั้งอดีตกาล อันเป็นตำนานกล่าวขานถึงอดีตเกจิอาจารย์หลายรูป ตั้งแต่หลวงพ่อทอง และหลวงพ่อโต หรือพระอธิการโต ซึ่งวัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมจากแวดวงนักนิยมพระไม่เป็นรองสำนักไหนในชลบุรี
    
รายนามอดีตพระเกจิแห่งเมืองชลบุรีที่โดดเด่นมีหลายรูป ได้แก่ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลวงปู่ภู่ วัดนอก หลวงปู่เจียม วัดกำแพง หลวงพ่อครีพ วัดอุทยานนที (วัดสมถะ) หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกะเฌอ หลวงพ่อโต วัดเนินสุทธาวาส (วัดเนิน) หลวงปู่ศรี วัดอ่างศิลา เป็นต้น
    
ตามประวัติวัดเนินสุทธาวาส (วัดเนิน) เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองชลบุรีมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ตั้งอยู่บนเนินสูง จึงเป็นเหตุให้เดิมเรียกว่า     “วัดเนิน” ตั้งแต่นั้นมา
    
จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ระบุว่า คราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงรวบรวมไพร่พลฝ่าวงล้อมของข้าศึกไปตั้งฐานที่มั่นที่เมืองจันทบุรีนั้น ระหว่างทางทรงแวะประทับแรมที่วัดอินทาราม จ.ชลบุรี ซึ่งต่อมาเรียกว่า “วัดใหญ่อินทาราม” ทรงนิมนต์หลวงพ่อทองเจ้าอาวาสวัดเนิน (ชื่อวัดเดิมขณะนั้น) ร่วมไปในกองทัพด้วย โดยหลวงพ่อทองนั้นเลื่องลือเรื่องวิชาอาคมแก่กล้า เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในภาคตะวันออก
    
เรื่องเล่าข้างต้นสอดคล้องกับหลักฐานทางโบราณคดี ที่ปรากฏเป็นหลักฐานภายในวัดคือ พระอุโบสถหลังเก่า ที่มีลักษณะแอ่นโค้ง แบบท้องสำเภา ซึ่งเป็นรูปแบบนิยมแพร่หลายในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สันนิษฐานว่า “วัดเนิน” น่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ทางการเพิ่มคำว่า “สุทธาวาส” ต่อท้ายชื่อเดิม จนกลายเป็นชื่อ “วัดเนินสุทธาวาส” จนปัจจุบัน
    
ใน พ.ศ. ๒๔๓๖ พระอธิการโต อดีตเจ้า อาวาส พระเกจิอาจารย์ชื่อดังได้ก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่และเปลี่ยนจากผนังไม้เป็นก่ออิฐถือปูน ก่อนจะบูรณะอีกครั้งใน พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยท่านพระครู    พิศิษฐชโลปการ (หลวงปู่เกลี้ยง) เจ้าอาวาสปัจจุบัน ผู้สืบสานวิชาจากหลวงพ่อโต อดีตเกจิชื่อดัง
    
ในฐานะผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ จากพระอาจารย์ ทำให้ชื่อเสียงของ พระครูพิศิษฐชโลปการ (หลวงปู่เกลี้ยง) เป็นที่รู้จักคุ้นเคยของผู้ศรัทธาในภาคตะวันออกเช่นเดียวกัน
    
หลวงปู่เกลี้ยง เดิมชื่อ เกลี้ยง นามสกุล สุทธิพงศ์ บิดาชื่อ นายเปล่ง มารดาชื่อ นาง เนียม เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๑ ที่บ้านหมู่ ๑๐ ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี มีพี่น้องร่วมอุทร ๓ คน ท่านเป็นคนที่ ๒
    
ในวัยเยาว์ท่านไปอาศัยอยู่กับคุณตาคุณยายที่บ้านหนองข้างคอกจนอายุได้ ๘ ขวบ ก็ย้ายไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าที่บ้านหัวฝาด ต.บ้านสวน พ.ศ. ๒๔๗๐ ก็เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดเนิน เรียนอยู่ประมาณ ๒ ปี ก็ย้ายกลับไปอยู่กับคุณตาคุณยาย และเรียนหนังสือที่วัดผาสุการาม
    
ขณะท่านอายุได้เพียง ๑๔ ปี มารดาก็เสียชีวิตลง จึงบรรพชาเป็นสามเณรหรือบวชหน้าศพอุทิศผลบุญให้บุพการีเป็นเวลา ๗ วัน เมื่อครบกำหนดก็ลาสิกขาไปช่วยบิดาทำนาและเรียนหนังสือต่อ จนอายุ ๑๕ ปี ขณะอยู่ชั้นประถมปีที่ ๓ อายุได้ ๑๗ ปี ก็ออกและย้ายไปอยู่ใน ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี
    
ครั้นอายุครบ ๒๑ ปีบริบูรณ์ หลังไปเกณฑ์ทหารแล้วโยมบิดาก็ให้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดเนินสุทธาวาส (วัดเนิน) ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๘๒ โดยมีพระครูศรีสัตยาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดต้นสน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการสัน ธัมฺมสโร เจ้าอาวาสวัดเนินสุทธาวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสรวุฒิสมาจารย์ เป็นอนุสาวนาจารย์ แล้วจำพรรษาอยู่วัดแห่งนี้ ได้รับฉายาว่า “มนุญโญ”

อุปสมบทได้ ๕ พรรษา พระอธิการสัน ลาสิกขา คณะสงฆ์จึงแต่งตั้งให้ พระเกลี้ยง (หลวงปู่เกลี้ยง) เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเนินสุทธาวาสนาน ๑ ปี จนกระทั่งวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเนินสุทธาวาสจนปัจจุบัน
    
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ขณะหลวงปู่     เกลี้ยงเดินธุดงค์เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานที่เขา  พงพราน ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี    นั่งสมาธิ นิมิตเห็น    เทพยดามาบอกท่านว่า    “สถานที่แห่งนี้ภายภาคหน้าจะเป็นที่สำคัญของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา” โดยมอบหมายให้ท่านดำเนินการก่อสร้าง จึงสร้างสำนักปฏิบัติธรรมขึ้นมา ชื่อว่า “สวนป่านันทวันอาศรม” และสร้างมหาธาตุเจดีย์ขนาดใหญ่ดุจดั่งเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย ประดิษฐานไว้เป็นอนุสติ น้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย
    
ตลอดชีวิตตั้งแต่วัยหนุ่มจนสิริอายุ ๙๓ ปี หลวงปู่เกลี้ยง ทุ่มเทและพัฒนาสร้างความเจริญ  รุ่งเรืองให้วัดเนินสุทธาวาสและศาสนสถานอื่น ๆ อันเป็นที่สืบสานพระพุทธศาสนาเรื่อยมาโดยไม่เคยบ่นหรือแสดงความท้อถอย เป็นสาเหตุสำคัญให้ญาติโยมศรัทธาและเคารพนับถือท่านเป็นจำนวนมาก
    
หลวงปู่เกลี้ยง เคยสร้างวัตถุมงคล รายได้ ทั้งหมดนำไปพัฒนาท้องถิ่น สร้างความเจริญให้แก่วัดเนินสุทธาวาส ได้รับความนิยมมาก ๆ คือหนุมาน พระปิดตา เหรียญ โดยท่านสร้างตามตำรับ หลวงพ่อโต อดีตเกจิดังและอดีตเจ้าอาวาส อีกทั้งท่านมีศักดิ์เป็นเหลน ของหลวงพ่อโตด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความศรัทธาเพิ่มพูนทวีคูณ
    
ท่านเคยสร้างพระกริ่งวชิรญาณ และเหรียญหนุมานแปดเหลี่ยมแปดกร ผู้เช่าบูชาล้วนประสบพบเจอประสบการณ์มากมายเหลือคณานับ โดยเฉพาะด้านคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาดจากอันตราย จนลูกศิษย์ต่างเสาะหาวัตถุมงคลรุ่นนี้กันทั่วสารทิศ

มาดามเฟ:
                                           

--@@-- “พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” วันนี้ประเดิมด้วย “พระกรุเนื้อดิน” แห่งเมืองลพบุรี “พระหลวงพ่อหมอกรุวัดมหากัณฑ์” ที่สร้างในสมัย “ลพบุรียุคต้น” พุทธลักษณะเป็นแบบ “ผมหวีนั่งสมาธิในซุ้ม” --@@--  ส่วนเหตุที่เรียก “พระหมอ” ก็เพราะบน   “พระหัตถ์ขวา” (มือขวา) มี “เม็ดยา” ที่     “เซียนโบราณ” เชื่อว่าพุทธคุณดีด้านรักษา “โรคภัยไข้เจ็บ” องค์นี้สภาพงามระดับ    “แชมป์” ของเซียนมือใหม่ใจถึง “อ.จัสติน รัตนมงคล” ผู้หยั่งรู้โชคชะตามนุษย์     “ดีหรือร้าย” เพราะทายแม่นจริง ๆ --@@-- อีกองค์ ที่เป็นสมบัติของ “อ.จัสติน รัตนมงคล” แถมเป็นพระหายากที่แทบจะ   กลายเป็น “พระในตำนาน” อีกตระกูล   “พระขุนแผนใบพุทรา” ยอดพระกรุเนื้อดินที่ขึ้นจากกรุ “วัดใหญ่ไชยมงคลอยุธยา” และตำนานขานว่า “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทรงสร้างขึ้นพร้อม ๆ กับ “พระขุนแผนเคลือบ” เมื่อร่วมสี่ร้อยปีมาแล้ว  ปัจจุบันตามสนามพระทั่วไป ไม่มีให้เห็นเลย --@@-- ชมพระ  กรุอายุมากแล้วชม   “เหรียญหลักล้าน” เสริมทักษะบ้างเพราะไม่มีให้เห็นบ่อยนัก “เหรียญหลวงพ่อโสธร พิมพ์กรรมการ” ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ด้วย “เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง” องค์นี้ “กะ ไหล่ทอง” ยังอยู่ครบ เพราะไม่ผ่านการใช้จึงสวยมากค่านิยมจึงพุ่ง “ทะลุล้าน” ของเซียนเมืองแปดริ้ว “ณรงค์ วงษ์สวัสดิ์” ที่สุดหวงไม่แพ้คน     ที่บ้านเลย

--@@-- อีกเหรียญที่ต้อง ให้ชมคือ “เหรียญพระอาจารย์มั่น” (ภูริทตฺตเถร) และ “พระอาจารย์เสาร์” (กนฺตสีลเถร) ที่เรียกว่า “เหรียญยันต์แปดรุ่นแรก” โดย “วัดบูรพา จ.อุบลราชธานี” จัดสร้างเมื่อ  ปี ๒๔๙๐ ปัจจุบัน สุดหายากเพราะเป็นเหรียญยอดนิยม “อันดับหนึ่ง” ของ “แม่ทัพธรรมแห่งอีสาน” สวยมากยิ่งแพงมากสมบัติของ “ต้น ท่าพระจันทร์” --@@-- เหรียญนี้ยิ่งต้องให้ชม “เหรียญทองคำพระสังวรพิมลเถร” หรือ “หลวงปู่โต๊ะรุ่นพัด   ยศใหญ่” ที่ “วัดประดู่ฉิมพลี” เฉพาะเนื้อทองคำ สร้างไว้เพียง ๔๙ เหรียญ เมื่อปี ๒๕๑๖ ความนิยมจึงไม่ต้องพูด ถึง “ศิษย์วัดประดู่ฉิมพลี” ทุกคนหวงหมดเพราะ “เนื้อทองคำ” สร้างน้อยเฉพาะผู้สั่งจองใคร มีจึงหวงมาก รวมทั้ง “ต้น ท่าพระจันทร์” หวงสุด ๆ อีกคน  --@@-- ส่วนองค์นี้เป็น   “พระอมตะ” ตระกูล “หลวงปู่ทวดพิมพ์เตารีดใหญ่เนื้อนวโลหะ” ที่จัดสร้างโดย “พระ องค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร” (เสด็จองค์ชายกลาง) เมื่อปี ๒๕๐๕ ปัจจุบันค่านิยมสูงมาก ยิ่งเป็น “เนื้อนวโลหะ” อย่างองค์นี้ยิ่งแรงมากเพราะ “สร้างน้อย” กว่าเนื้ออื่น ๆ องค์นี้สภาพสวยมากของ   “สมบัติ พันธุ์ทิพย์”

--@@-- หันมาชมวัตถุมงคลราคาแพงแห่ง “ภาคเหนือ” ที่เซียนเมืองเหนือนิยมกันประเดิมด้วย “พระรูป  เหมือนหลวงพ่อวัดดอนตัน” ขนาดบูชา ๕ นิ้ว ที่จัดสร้างโดย “วัดศิลามงคล” ด้วย       “เนื้อทองเหลืองรมดำ” เพียง ๑๙ องค์ เมื่อปี ๒๕๑๙ จะหามาบูชาก็ต้องใช้เงินด้วย   ตัวเลข “หกหลัก” จึงมีสิทธิครับท่าน ของ “สน เมืองน่าน”  --@@-- ชมพระบูชาแล้วก็ต้องให้ชม “เหรียญหลวงพ่อวัดดอนตัน” ควบคู่ไปด้วยจึง จะครบเครื่องเพราะเป็น “เหรียญรุ่นแรก” ที่ “วัดท่าวังผา จ.น่าน” จัดสร้างเมื่อปี ๒๕๑๔ ด้วย “เนื้อทองแดงกะไหล่  ทอง” ของ “สน เมืองน่าน” เช่นกัน --@@-- ส่วนเหรียญนี้ราคาขยับปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามความหายาก “เหรียญครูบานันตาวัดทุ่งม่านใต้ จ.ลำปาง” ที่สร้างเมื่อปี ๒๕๐๖ หาก “กะไหล่ทอง” ยังอยู่ครบและเป็น    “พิมพ์สระโอตัน” อย่างเหรียญนี้ของ “สน เมืองน่าน” ตัวเลขต่ำกว่า “หกหลัก” หมด สิทธิได้บูชาชัวร์  

--@@-- และ “ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ” ที่ได้รับความนิยม “อันดับหนึ่ง” ก็ต้องตะกรุดที่สร้างโดย “หลวงปู่นาควัดอรุณ” ซึ่งแต่เดิมตะกรุดดอกนี้มีการ “ถักเชือก” แต่เพราะความเก่าของตะกรุดที่อายุ กว่าร้อยปี เชือกจึงขาดหลุดไป เจ้าของ “อัครนันท์” เลยนิมนต์ให้อยู่ในตลับทองเพราะดอกนี้ “ดูง่าย” ความเก่าของหนังหน้าผากเสือ “ฟ้องในตัว” ดีมากเลย

มาดามเฟ:

หลวงปู่เขียว วัดห้วยเงาะ (เทพเจ้าฝ่ายบู๊แห่งลังกาสุกะ)

       

พระครูอนุศาสน์กิจจาทร หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หลวงปู่เขียว วัดห้วยเงาะ” ซึ่งชาวบ้านแถบพื้นที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า “ตาหลวง” หรือ “ตาหลวงเขียว” ท่านเปรียบเสมือนร่มโพธิ์    ร่มไทรของชาวปักษ์ใต้  ถึงขั้นขนานนามท่านว่าเป็น “เทพเจ้าฝ่ายบู๊แห่งลังกาสุกะ”  
    
วัตถุมงคลตลอดจนเครื่องรางของขลังที่ปลุกเสกโดยหลวงปู่เขียว เชื่อกันว่า มีประสบการณ์มากมายทั้งมหาอุด แคล้วคลาด เมตตามหานิยม ร่ำลือไปทั่วทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สมัยที่ท่านพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ จ.ปัตตานี สร้างพระหลวงปู่ทวด เนื้อว่านรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ หลวงปู่เขียวได้ไปช่วยตำว่านยาต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังร่วมปลุกเสกพระหลวงปู่ทวดครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ กับพระคณาจารย์หลายท่าน
    
หากวัดช้างให้มีพิธีปลุกเสกหลวงปู่ทวด ก็จะนิมนต์หลวงปู่เขียวเป็นประธาน โดยส่วนใหญ่ นอกจากนี้ท่านยังเป็นพระภิกษุที่ปลุกเสกเดี่ยวภายในอุโบสถวัดช้างให้ จึงนับได้ว่า หลวงปู่เขียวเป็นพระคณาจารย์ที่มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งโดยตรง สามารถติดต่อ และสื่อกับหลวงปู่ทวดได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงพระคณาจารย์สายตรงหลวงปู่ทวด  ที่มีอาคมขลังและแก่กล้าในพลังจิต  
ดังนั้น ในการปลุกเสกพระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดต่าง ๆ ในประเทศ มักนิมนต์ท่านเป็นประธานจุดเทียนชัยและนั่งอธิษฐานจิตปลุกเสกเสมอ
ที่สำคัญ หลวงปู่เขียวยังมีวิชาอื่น ๆ อีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือวิชา “ลงเลขอักขระหัวใจเรือ” โดยเจ้าของเรือมักจะนิมนต์ให้ท่านไปเจิม และลงเลขอักขระหัวใจเรือ ก่อนที่จะนำเรือออกวิ่งในท้องทะเล
    
หลวงปู่เขียวท่านเป็นพระสงฆ์ที่มัธยัสถ์ อดออม และรักสันโดษ ชอบการอ่าน หมั่นศึกษาหาความรู้ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านกฎหมายบ้านเมือง การเกษตรกรรม โหราศาสตร์ สมุนไพรกลางบ้าน รวมถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในอันที่จะนำไปสงเคราะห์ผู้อื่นได้  ท่านมีเมตตาสูงกับเหล่าศิษย์ และผู้ที่ไปขอให้ท่านเสกเป่าบรรเทาทุกข์ แก้ไขสิ่งที่ขัดข้อง     ในชีวิต ท่านจะเมตตาเสมอเหมือนกันหมด ไม่ว่ายากดีมีจนมาจากไหน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ โดยไม่แบ่งแยกไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด              เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๒ พระปลัดอุดม อริโย เจ้าอาวาสวัดห้วยเงาะ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รูปปัจจุบัน พระนักพัฒนาซึ่งเป็นที่เคารพรักใคร่ของชาวบ้าน ได้เล็งเห็นว่า หลวงปู่เขียวซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านนั้น มีวิชา “เรียกทรัพย์ รับทรัพย์ ลงเลขอักขระหัวใจเรือ” จึงจัดสร้างวัตถุมงคล “เรือสำเภารับทรัพย์” เป็นรูปจำลองของเรือสำเภา โดยมอบหมายให้ “ร้านสำเภาบุญ” เป็นผู้ติดต่อควบคุมงานการจัดสร้าง ทั้งนี้ การจัดสร้างเรือสำเภาต้องใช้ระยะเวลานาน และช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก
    
ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลา ๗-๘ เดือนในการจัดสร้าง ทำให้ชาวบ้านกลุ่ม อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และกลุ่มเยาวชน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สำนึกในบุญคุณของพระปลัดอุดม อริโย ที่ให้งานทำ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี มีงานเข้ามาน้อย ทุกคนจึงทุ่มเท และตั้งใจสร้างเรือจำลองด้วยความประณีต ถูกหลักศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย และเติมหัวใจเข้าไปในการสร้างเรือแต่ละลำ จึงนับว่าเรือสำเภารับทรัพย์วัดห้วยเงาะมีความสวยงามศักดิ์สิทธิ์ นับตั้ง แต่การจัดสร้างและปลุกเสกในอุโบสถ โดยหลวงปู่เขียว วัดห้วยเงาะ      
    
พร้อมกันนั้น ได้จัดสร้างเหรียญหลวงปู่ทวด หลังหลวงปู่เขียว วัดห้วยเงาะ “รุ่นเจริญพร ๘๒” โดยการนำพิมพ์ “เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์วัดทรายขาว” มาเป็นแบบข้างหน้า หลังเหรียญ      เจริญพร ๘๒ หลวงปู่เขียว ทำให้ชาวบ้านเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า “เหรียญเลื่อนเจริญพร” ซึ่งในอดีตพระอาจารย์นองกับหลวงปู่เขียวเป็นสหธรรมิก   ที่สนิทสนมกันมาก งานปลุกเสกพระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดทรายขาว มักนิมนต์หลวงปู่เขียวไปร่วมอธิษฐานจิตเสมอ  
    
ตัวเหรียญผลิตโดยโรงงาน “ช่างตุ้ม” ที่มีฝีมือประสบการณ์ยาวนาน ทำให้เหรียญรุ่นนี้มีความเหมือนจริง มีความคมชัด และสวยงาม   อย่างมาก ส่วนหนึ่งของเหรียญนำไปสมนาคุณแก่ผู้ที่สั่งจองบูชาเรือ และช่วยงานองค์กฐิน  ประจำปี ๒๕๕๓ วัดห้วยเงาะ                   วัตถุมงคลรุ่นนี้พ่อท่านเขียวได้ประกอบ   พิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวอย่างเข้มขลังเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกับวันขึ้น ๓ ค่ำเดือน ๙ มีการจัดพิธีบายศรีอย่างถูกต้อง มีพิธีพราหมณ์บอกกล่าวต่อฟ้าดินเทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และองค์หลวงปู่ทวด โดยเปิดอุโบสถวัดห้วยเงาะ จัดพิธีกรรม พระปลัดอุดม เป็นเจ้าพิธี มีพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา หลวงปู่เขียวจุดเทียนชัยและนั่งอธิษฐานจิตเป็นเวลานานจนกระทั่งดับเทียนชัย  
    
นับว่า “เหรียญรุ่นเจริญพร ๘๒” ประกอบพิธีกรรมถูกต้องตามหลักโบราณจารย์ตามเจตนารมณ์ที่ขอต่อองค์หลวงปู่ทวดว่า “ขอให้เหรียญรุ่นนี้ คุ้มครองปกป้องให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง และให้กิจการงานรุ่งเรือง มีโชคมีลาภ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงด้วยเทอญ”  
    
ล่าสุด วัตถุมงคลรุ่นนี้ได้มีประสบการณ์ขึ้นแล้ว โดยเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นไม่นานมานี้ เมื่อชายคนหนึ่งขับรถกระบะนำเรือสำเภา   รับทรัพย์ของหลวงปู่เขียวที่เขาจองไว้จำนวน ๘ ลำ เพื่อไปส่งให้เจ้านายที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ในช่วงที่ขับรถนั้นมีฝนตกหนักมากจนมองทางแทบไม่เห็น ในใจของเขาคิดอยู่ตลอดว่า น่าจะต้องมีอุบัติเหตุแน่ ๆ แต่ไม่ได้สังหรณ์ใจว่าจะเกิดกับตนเอง
    
ในตอนนั้นมีรถกระบะคันหนึ่งอยู่ข้างหน้ารถของเขา วิ่งด้วยความเร็วประมาณ ๗๐ กม.ต่อชั่วโมง  จึงตั้งใจว่าจะแซงเพื่อรีบไป จึงเปลี่ยนเกียร์เหยียบคันเร่งเต็มที่ แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อมีรถวิ่งออกมาจากซอยที่อยู่ทางด้านขวา เขาได้กะพริบไฟเตือน ๒-๓ ครั้ง เพื่อให้คนขับรถคันนั้นรู้ตัว
    
แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ เพราะรถคันนั้นไม่ยอมหยุดรถ เหมือนมองไม่เห็นว่ารถของเขากำลังแซงขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจเบรกกะทันหัน แล้วหักเลี้ยวพวงมาลัยจนกระจกข้างที่ใช้มองหลังไปกระแทกกับบังโคลนหน้ารถคู่กรณี โดยหักหลบจากเลนขวามาเลนซ้ายจนพ้นแล้วเลยไปหยุดห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ ๓๐ เมตร  ในตอนที่เบรกนั้น เขาบอกว่า เหมือนมีคนมาบอกว่าให้หลบให้พ้น ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นเชื่อว่า เป็นเพราะบารมีของหลวงปู่เขียวที่ท่านปลุกเสกเครื่องรางสำเภาที่เขาบรรทุกมา
    
แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่หลายคนที่ได้ยินได้ฟังต่างเชื่อว่า  บารมีความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เขียวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่รุนแรงถึงขั้นเสียเลือดเนื้อ

มาดามเฟ:

            

“พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น   “องค์ครู” องค์แรก  “พระกริ่งธรรมโกษา จารย์เนื้อนวโลหะ” ที่ “สมเด็จพระสังฆ ราชแพวัดสุทัศน์” สร้างเมื่อปี ๒๔๕๔ ขณะครองสมณศักดิ์ ที่ “พระธรรมษาจารย์” ซึ่งการสร้างพระกริ่งในสมัยนั้น “ยุ่งยากมาก” จึง   สร้างน้อยองค์มาถึงวันนี้จึงเป็น “ของหายาก” ที่ค่านิยมสูงมากจึงขอขอบคุณเจ้าของ      “บัณฑิต จึงตระกูล” ที่ส่งภาพมาให้ชมกัน

@@ องค์ต่อมาก็หายากเช่นกันเพราะเป็น  “พระกริ่ง จ.ป.ร. เนื้อทองคำ” ที่ “วัดราชบพิธฯ” สร้างในวาระที่วัดมีอายุ “ครบร้อยปี” เมื่อปี ๒๕๑๕ และจากที่ “พระบาท  สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล    ที่ ๕” ทรงสถาปนาวัดแห่งนี้จึงอัญเชิญ พระปรมาภิไธย “จ.ป.ร.” ประดับไว้ที่ด้านหลังของ “อัครนันท์” ที่ยังคงความเป็น     “นักซื้อมือทอง” คงเส้นคงวา @@ อีกองค์ที่เป็น “พระกริ่งเนื้อทองคำ” ที่ “หลวงพ่อม่นวัดเนินตามาก” เกจิอาจารย์รูปสำคัญ อีกรูปของ จ.ชลบุรี สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๗ ปัจจุบัน “เซียนเมือง ชลบุรี” หันมานิยมเพราะราคายัง “ไม่แรง” แล้ว “หลวงพ่อม่น” ก็เป็นเกจิฯ เรืองวิชา จึงมีศิษย์เต็มเมืองเช่นกัน ของ “นันต์ ท่าพระจันทร์”

@@ อีก องค์ที่เป็นเนื้อทองคำ “เหรียญหลวงพ่อคงวัดวังสรรพรส” ด้าน หลัง “พระไพรีพินาศลายเส้น” ประทับนั่งบน “เสือเผ่น” สร้างเมื่อปี ๒๕๒๑ ขณะนี้ “เซียนเมืองจันทบุรี” นิยมมากเพราะ “หลวง พ่อคง” เป็นยอดเกจิฯ อาคมขลัง ของเมืองจันท์ “เหรียญรุ่นแรก” ของท่านราคาจึง  พุ่งยิ่งกว่าจรวด “นันต์ ท่าพระจันทร์” เลยหันมาบูชารุ่นนี้แทนเพราะราคายังเยาวชน @@ รุ่นนี้ก็นิยมมากแล้ว “พระกริ่งแก้วปฏิมากรรุ่นแรกเนื้อนวโลหะ” ที่ “หลวงพ่อเกษมเขมโกสุสานไตรลักษณ์ลำปาง” สร้างเมื่อปี ๒๕๑๔ โดยนำ “พระกริ่ง    ก้นถ้วยวัดสุทัศน์” มาเป็นแม่แบบใต้ฐาน  จึงเป็น “ก้นถ้วย” เหมือนของวัดสุทัศน์   “นันต์ ท่าพระจันทร์” ก็เลยหันมาเก็บ   อีกรุ่นเพราะราคา “ยังไม่แรงมาก” นั่นแล  

@@ ส่วนองค์นี้เป็น “องค์ทีเด็ด” ประจำวันเพราะเป็น “รูปหล่อเนื้อทองผสมหลวงพ่อคล้ายก้นอุพิมพ์ต้อใหญ่” หรือ “พิมพ์สังฆาฏิ” สร้างเมื่อปี ๒๕๐๗ ที่ “เซียน ภาคใต้” ถือเป็น “พิมพ์นิยม” ต้องใช้  เงิน “กว่าแสนบาท” จึงมีสิทธิได้ครอบ ครอง “สวยมากแพงมาก” อย่างองค์นี้แต่เดิมจำพรรษาอยู่ เชียงใหม่ นักซื้อมือทอง “อัครนันท์” จึงบินไปนิมนต์มาครอบครองเมื่อวานซืนนี้เอง @@ และองค์นี้ก็ดูง่ายสบายตา “หลวงพ่อทวดเนื้อว่านพิมพ์ใหญ่ ปี ๙๗” แม้จะผ่านการใช้มาโชกโชนแต่เจ้าของ “บัณฑิต จึงตระกูล” ก็ใช้อย่างทะนุถนอมสภาพก็เลยยังดูดีเหมาะกับการเป็น  “องค์ครู” อีกองค์

@@ เปิดกรุอีกครั้ง     “พระครูพิมลสรภาน” ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศน์ เปิดกรุของดีที่มีทั้ง “สมเด็จทรง  ไกเซอร์” ที่สร้างเมื่อปี ๒๔๙๕ และยอดเหรียญเมืองไทย “เหรียญไพรีพินาศหลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราชพิมพ์เสมา” ที่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงสร้างเพื่อพระราชทาน “ทหาร-ตำรวจ-อาสาสมัครรักษาดินแดน” ด้วยเนื้อ “โลหะผสม” เมื่อปี ๒๕๑๙  

@@ ส่วน พระราชพิธีพุทธาภิเษก มีขึ้น ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ที่บรรดา “เซียนเหรียญ” ตั้งชื่อตาม “ความสำคัญ” ของ พิธีสร้างว่า “เหรียญหนึ่งในสยาม” หรือ   “เหรียญกำลังแผ่นดิน” ปัจจุบันตาม “สนาม พระ” ไม่มีให้พบเห็นเพราะ “ผู้รู้จริง” เก็บกันหมดซึ่ง “พระครูพิมลสรภาน” เก็บไว้จำนวนหนึ่ง จึงเปิดให้ผู้สนใจบูชาเพื่อ ร่วมการกุศล นำรายได้ช่วย “ผู้ประสบภัยน้ำท่วม” สอบถามที่ ๐๘-๕๙๕๔-๕๖๐๘ และ ๐๘-๓๙๗๙-๙๘๔๐

@@ จัดพิธีพุทธาภิเษก ๑๖ พ.ย.นี้ “พระรูปเหมือนปั๊มรุ่นแรกสมเด็จพระญาณสังวรฯ” และ “เหรียญสมเด็จพระญาณสังวรฯ พิมพ์เตารีดกรรมการเนื้อสัตโลหะ” ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร โดย “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์” ประธานจุดเทียนชัยสอบถามที่ ๐-๒๒๘๑-๖๔๑๓ และ ๐๘-๖๙๗๓-๔๐๐๖ เพราะกำหนดรับพระ ๒๐ พ.ย. เป็นต้นไป

มาดามเฟ:

หลวงปู่เปลื้อง "อริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน (20-11-53)

         

หากเอ่ยชื่อ พระครูนิวิฐธรรมสาร น้อยคนอาจไม่คุ้นเคยเท่าใดนัก แต่ถ้าเฉลยว่าท่านคือ หลวงปู่เปลื้อง จตฺตลฺโล พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแห่งเมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ แล้วละก็ เชื่อว่าญาติโยมและผู้ศรัทธาจะต้องรู้จักเป็นอย่างดี
   
หลวงปู่เปลื้อง เป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่อายุยืนยาวถึง ๑๐๘ ปี ได้รับการขนานนามว่า “อริยสงฆ์ ๕ แผ่นดิน” เป็นที่เคารพนับถือของญาติโยมและพุทธศาสนิกชนมาช้านาน ด้วยจริยวัตรอันงดงามและวัตรปฏิบัติอันเรียบง่าย มักน้อย พูดน้อย และถ่อมตน จัดว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของท่าน   

พระครูนิวิฐธรรมสาร หรือ หลวงปู่เปลื้อง คือ อดีตเจ้าคณะอำเภอกิตติมศักดิ์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เป็นพระเถราจารย์ที่อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์นานถึง ๘๘ พรรษา
   
อัตโนประวัติของท่าน นามเดิมชื่อ เปลื้อง นามสกุล แย้มสุข โยมบิดาชื่อ นายท้วม มารดาชื่อ นางสงวน ถือกำเนิดที่บ้านท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๕ ตรงกับวันอังคารขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖   ปีขาล เป็นบุตรชายคนที่ ๒ ของครอบครัว    มีพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ๑๐ คน
   
ครั้นอายุได้ ๙ ขวบ ในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ โยมมารดาพาไปฝากเรียนหนังสือกับ พระอาจารย์เลียบ วัดโรงช้าง อายุ ๑๕ ปีก็บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดทุ่งแก้ว หมั่นเล่าเรียน อ่านเขียน ท่องจำมูลกัจจาย และธรรมบทจนเจนจบครบถ้วน ในปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า “จตฺตลฺโล”
   
ด้วยความสนใจใฝ่รู้ หลวงปู่สอบเปรียญ ๔ ประโยคได้ในเวลาไม่นานนัก ในสมัยล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๖ ถูกส่งมาเป็นครูสอนและจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมที่ อ.ท่าตะโก จ.นคร สวรรค์ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอชั้นเอกจากล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๗
   
ในวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ประจำ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น “พระครูนิวิฐธรรมสาร” ขณะอายุเพียง ๓๑ ปี
   
ตั้งแต่วัยเยาว์จวบจนวัยหนุ่ม หลวงปู่เปลื้อง ไม่ไช่เพียงเล่าเรียนปริยัติธรรมอย่างเดียว ท่านยังสนใจศึกษาสรรพวิชาหลากหลายแขนง รวมทั้งเวทมนตร์คาถาสารพัด เคยดั้นด้นไปฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านพระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท อดีตพระอมตเถราจารย์แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่ศุขขนาดลง “นะฤาชา” ให้กลางกระหม่อมและลงคาถา “พระพุทธเจ้าม้วนโลก” ที่มือทั้ง ๒ ข้าง และฝากฝังให้สืบทอดพระศาสนาตลอดชั่วอายุขัย
   
นอกจากนี้ หลวงปู่ ไปเรียนวิชากับ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวร วิหาร สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) วัดเทพศิรินทราวาส หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร หลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน จนหลวงพ่อพวงมรณภาพ ชาวบ้านก็ขนานนามหลวงปู่เปลื้องว่า “หลวงพ่อพวง ๒” รวมทั้งยังไปศึกษาความรู้เพิ่มเติมจาก พระครูนิวาสธรรม ขันธ์ (หลวงพ่อเดิม) วัดหนองโพ เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว
   
ตลอดชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์ พระครูนิวิฐธรรมสาร หรือ หลวงปู่เปลื้อง อุทิศตนและเสียสละทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตั้งแต่เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านทำพิธีอุปสมบทให้พระภิกษุรุ่นลูกรุ่นหลานมาแล้วนับหมื่นรูป ปลุกเสกวัตถุมงคลหาทุนพัฒนาวัดและท้องถิ่น โดยรุ่นสุดท้ายของท่านคือ “รุ่นเจริญสุข” ที่คณะศิษย์และวัดลาดยาวจัดสร้างขึ้นในวาระครบ ๙ รอบ สิริอายุ ๑๐๘ ปี มหามงคล ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
   
วัตถุมงคลชุดนี้ประกอบด้วย เหรียญมงคล ๙ รอบ เนื้อทองคำ ๙๙ เหรียญ เนื้อเงิน ๑๙๙ เหรียญ เนื้อนวะโลหะพิเศษ ๕๙๙ เหรียญ เนื้อทองแดงรมดำโบราณ ๕,๙๙๙ เหรียญ เนื้อชิน ๒,๕๙๙ เหรียญ เนื้อเงิน (องค์หลวงปู่เนื้อชนวน) ๑๕๙ เหรียญ เนื้อนวะโลหะพิเศษ (องค์หลวงปู่เนื้อชนวน) ๓๕๙ เหรียญ เนื้อทองแดง (องค์หลวงปู่เนื้อชนวน) ๕๕๙ เหรียญ ร็อกเกต เต่ามหาลาภรุ่นเจริญสุข พิมพ์ใหญ่-เล็ก ร็อก เกตเต่าเนื้อผงงาช้าง พระสมเด็จมงคล ๙ รอบ ฝังตะกรุดทองคำ เงิน ทองแดง เนื้อผงก้นครก ผงตะไบ เทียนชัย มีดหมอ-พระขรรค์เหล็กน้ำพี้ “เสาร์ ๕” มีดหมอสาลิกา มีดหมอด้าม-ฝักงาช้าง พระขรรค์ด้าม-ฝักแก่นไม้ชิงชัน มีดหมอด้าม-ฝักแก่นไม้ชิงชัน มีดหมอท้าวเวสสุวรรณด้าม-ฝักไม้พะยูงทอง มีดหมอด้ามเสือ-ฝักไม้พยูงทอง เหรียญชุดกรรมการอุปถัมภ์ (เนื้อเงินหน้ากากทอง ๑ เหรียญ เนื้อนวโลหะพิเศษ หน้ากากเนื้อชนวน ๑ เหรียญ เนื้อชินหลังอุดเกศา เทียนชัย ๑ เหรียญ เนื้อชนวน ๑ เหรียญ) และสุดยอดของดีรอยเท้าหลวงปู่เปลื้องมีเพียง ๒๙ ผืนในโลก
   
กำหนดพุทธาภิเษกวัตถุมงคลชุดนี้ วาระที่ ๑ เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ วัดเขาถ้ำบุญนาค อ.ตาคลี จ.นคร สวรรค์     
   
วาระที่ ๒ วันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ปลุกเสกโดยคณะสงฆ์ ๑๐๘ รูป คณะพราหมณ์ ๑๐๘ คน
   
วาระที่ ๓ ในวันเสาร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๓ หลวงปู่เปลื้อง ปลุกเสกเดี่ยว พุทธคุณเด่นล้างอาถรรพณ์ ป้องกันคุณไสย กันภัยอุปสรรค ปัดเป่าสิ่งอัปมงคลทั้งปวงและส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง
   
วาระที่ ๔ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ พระครูนิวิฐธรรมสาร หรือหลวงปู่เปลื้อง ปลุกเสกให้เด่นเมตตามหานิยม ผู้คนรักใคร่ ให้การสนับสนุน โชคลาภเงินทองไหลมาเทมา
   
กระทั่งวาระที่ ๕ กำหนดการคือวันศุกร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ กำลังจะจัดพิธีสมโภชวัตถุมงคลที่จัดสร้างทั้งหมดส่งท้ายก่อนให้ญาติโยมและผู้ศรัทธาเช่าบูชา แต่ทว่ายังไม่ทันถึงวันงาน หลวงปู่ได้อาพาธและละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  ท่ามกลางความอาลัยของศิษยานุศิษย์
   
แม้วันนี้จะไม่มีหลวงปู่ แต่สังขารของท่านถูกนำไปประดิษฐานที่วัดลาดยาวและวัตถุมงคลรุ่นเจริญสุข ถือว่าเป็นรุ่นสุดท้ายที่ หลวงปู่เปลื้อง อธิษฐานจิต เมตตาเลือกแบบ ให้คำแนะนำตลอดการสร้างจนแล้วเสร็จ โลหะและมวลสารต่าง ๆ ในรุ่นนี้ก็ผ่านการอธิษฐานจิตจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทยด้วย ได้แก่ หลวงปู่สวัสดิ์ วัดศาลาปูน หลวงพ่อรวย วัดตะโก หลวงปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้ว หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน หลวงพ่ออุดม วัดพิชัยสงคราม หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม หลวงปู่หวล วัดพุทไธ    ศวรรย์ หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ หลวงปู่เก๋ วัดปากน้ำ หลวงพ่อสะอาด วัดเขาแก้ว หลวงพ่ออ้วน วัดหนองกระโดน หลวงปู่ลี วัดป่าหัวตลุก พระครูนิยุตรัตนวัฒน์ วัดสระแก้ว พระอธิการสมพงษ์ วัดหนองโพ หลวงพ่อโฉม วัดถ้ำเขาปฐวี หลวงพ่อกำจัด วัดป่าสัก หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ หลวงปู่นะ วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว) หลวงพ่ออุปถัมป์ วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว) หลวงพ่อเร่ง วัดดงแขวน หลวงพ่ออั้น วัดธรรมโฆษก หลวงพ่อเกาะ วัดท่าสมอ หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน พระอาจารย์อติโชติ วัด    พุทไธศวรรย์ พระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง หลวงปู่เขียน วัดกระทิง หลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน พระอาจารย์ไพโรจน์ วัดห้วยมงคล ครูบาดวงดี วัดบ้านฟอน ครูบาตรัยเทพ อาศรมพรหมธาดา และครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต วัดแสงแก้วโพธิญาณ เป็นต้น โดยรายได้จากทั้งหมดนำไปก่อสร้างพระอุโบสถวัดสระแก้ว ที่หลวงปู่เปลื้อง เป็นประธานอุปถัมภ์ และใช้ในกิจกรรมทางพุทธศาสนา   
สนใจร่วมทำบุญสอบถามได้ที่ศูนย์ประสานงาน ๐๘-๑๘๑๔-๐๗๐๔, ๐๘-๑๔๔๔-๔๗๔๖.

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว