หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 15
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สายตรงคนนิยมพระ ,เปิดกรุพระเครื่อง  (อ่าน 245347 ครั้ง)
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #90 เมื่อ: กันยายน 12, 2010, 12:30:44 AM »

11-9-53

                                                                                      

“พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” ประเดิมด้วย     “พระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยกะไหล่ทอง” ที่สร้างขึ้นด้วย เนื้อสัมฤทธิ์ ในราว พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๒๑ จากที่มีการทรงเครื่อง เช่น “กษัตริย์” จึงเรียกกันว่า “พระพุทธรูปเชียงแสนทรงเครื่อง” ขนาดหน้าตัก ๑๗ นิ้ว  --@@--  องค์ต่อมาก็เป็น “พระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย” ที่สร้างด้วย เนื้อสัมฤทธิ์ ในราว พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๒๑ และมีการ “ทรงเครื่อง” อีกด้วยจึงเรียกว่า “พระพุทธรูปเชียงแสนทรงเครื่อง” เช่นกันเพียงแต่องค์นี้ขนาดหน้าตัก ๑๐ นิ้ว และไม่ได้ “กะไหล่ทอง” --@@-- ส่วนสภาพจัดเป็นอีก “พระพุทธรูปเชียงแสน” คู่ที่ สวยและสมบูรณ์สุด ๆ เพราะงานชนิด ไร้ที่ติ ราคาจึงบอกได้ว่า แรงตามสภาพ ของนักสะสมไฮโซ “วิชัย รักศรีอักษร” ที่เพิ่งนิมนต์มาบูชาบนห้องพระบน คิงเพาเวอร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง

--@@-- ส่วนนักสะสมมือหนักรายนี้ “จรัญ บ้านชานกรุง” ยังเป็นผู้ที่แพ้ ของสวย เหมือนเดิมล่าสุดนิมนต์ “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ฐานคู่” กรุเก่า สภาพแชมป์ มาครอบครองอีกองค์ส่วนราคาเท่าไหร่เจ้าตัวไม่ขอ เฉลย เลยนำ รูปมาให้ชมเป็น “องค์ครู” เพราะดูง่ายดี --@@-- ยังรักษาสถานภาพการ เป็น นักซื้อมือทอง เช่นเดิม “รักษ์ ศรีเกตุ” เมื่อล่าสุดนำเงิน หลายล้าน ไปนิมนต์ เหรียญ หลักล้าน ที่เรียกว่า   “เหรียญหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติปี ๒๔๖๙” สภาพแม้จะผ่านการใช้มาบ้างแต่ก็ยังดูดี และดูง่าย เลยต้องควักหลายล้านจึงมีสิทธิได้เชยชมเพราะเป็น   “เนื้อเงิน” ที่หายากชนิดแทบ พลิกแผ่นดิน กันเลย --@@-- ส่วนองค์นี้ต้องให้ชมเพราะสภาพฟันธงได้เลยว่า “แชมป์” ตัวจริงสำหรับ “เหรียญประภามณฑลหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า” ที่สร้างด้วย เนื้อสัมฤทธิ์ สภาพไม่ผ่านการใช้แบบที่เรียกกันว่า สภาพเดิมเป็นเช่นไร ปัจจุบันสภาพก็เป็นเช่นนั้นของพระเอก “อัครนันท์” --@@-- องค์นี้ราคาแรงไม่มีแผ่วเช่นกัน “พระขุนแผนหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่” ที่สร้างเมื่อปี ๒๕๑๗ ด้วย “เนื้อผงพรายกุมาร” และเป็น   “พิมพ์ใหญ่บล็อก ๒” หากจะนิมนต์มาครอบครองก็ต้องใช้เงินด้วยตัวเลข “๖ หลัก” เพราะองค์นี้ติดรางวัล ชนะเลิศ งานประกวดที่ ศรีราชา   มาแล้ว ท่านรองนายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา “คมสัน ชาญชัยวรวิทย์” เลยนิมนต์มาครอบครองเอง --@@-- ส่วนวัตถุมงคลของ คณาจารย์   รูปนี้ ราคาแรงมากแล้ว “พระรูปหล่อหลวงพ่อคงวัดวังสรรพรส” ยอดเกจิอาจารย์แห่ง จ.จันทบุรี ที่ช่วงนี้ของดีของท่านราคา แรงจริง ๆ อย่างรุ่นนี้ที่เรียกว่า “ถ้ำเสือพิมพ์ใหญ่” แม้จะสร้างเมื่อปี ๒๕๒๑ นี้เองแต่ราคาก็ทะลุเลข “๖ หลัก” เนื่องจากสร้างด้วย “เนื้อเงิน” ที่มีน้อยมาก พระเอก “อัครนันท์”   จึงยอมควักกระเป๋า กว่าแสน จึงได้มา  ครอบครอง

--@@-- ผิดกับเหรียญนี้ที่ราคา ต่างกันลิบ ทั้งที่สร้างและปลุกเสกโดย “หลวงพ่อคงวัดวังสรรพรส” เช่นกันคือเหรียญรุ่น “ไตรมาส” ด้านหลัง “พระพุทธ” ที่สร้างเมื่อ ปี ๒๕๒๕ ห่างจาก “รุ่นถ้ำเสือ” แค่ ๔ ปี แต่ราคาเหรียญละแค่ “พันเดียว” เพราะเป็น เนื้อทองแดง --@@-- จึงอยากบอกนักสะสมเจอที่ไหน “อย่าเมิน” เนื่องจาก “หลวงพ่อคง” ปลุกเสกเดี่ยวตลอด ไตรมาส ความเข้มขลังจึงการันตีได้ว่า “ครบเครื่อง” ประกอบกับราคาไม่แรงจึงน่าเก็บมาก ๆ อย่าง “เสี่ยเล็ก ตั้งเจริญ” ที่เดินเก็บร่วม ร้อยเหรียญแล้ว --@@-- หันมาชม พระใหม่ ที่ช่วงนี้ราคาแรงมาก ๆ อีกรุ่นคือ “พระรูปหล่อลอยองค์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต” ที่สร้างในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ พร้อมกับ “เหรียญ ๒ จุดและ ๕ จุด” โดย เนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง และ กะไหล่เงิน สร้างเพียงเนื้อละ ๑๐๐ องค์ --@@-- ส่วน เนื้อทองเหลืองรมดำ สร้างเพียง ๒,๐๐๐ องค์ จึงค่อนข้างหายากเพราะศิษย์สาย “พระอาจารย์มั่น” เก็บกันหมดเนื่องจากมี  พิธีมหาพุทธาภิเษก ครั้งยิ่งใหญ่แล้ว “พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร” ยังนำทัพ พระเกจิสายป่า ร่วมปลุกเสกอีกด้วย นักซื้อมือทองอย่าง  “รักษ์ ศรีเกตุ” จึงอดใจไม่ได้ต้องนิมนต์มาบูชากับเขาเช่นกัน --@@-- ส่วนวัตถุมงคลที่สร้างเเละปลุกเสกเดี่ยวโดย “หลวงพ่อจ้อย พุทฺธสโร” เเห่งวัดน้ำหนองเขียว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ประกอบด้วย “พระชัยวัฒน์ สาลิกาป้อนเหยื่อ ตะกรุดสาลิกา” ที่มีทั้งเนื้อทองคำ-เงิน-นวโลหะ-สัมฤทธิ์-ทองแดง เซียนพระเมืองชลบุรี หรือเป็น “รุ่นสุดท้าย” ของหลวงพ่อจ้อยสร้างและปลุกเสกไว้ก่อน “ละสังขาร” ไว้เพื่อ หารายได้สร้าง    “อาคารวิปัสสนากรรม ฐาน” ของ “วัดบึงบวรสถิตย์” อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี สนใจสอบถามได้ที่  ๐๘-๙๔๐๑-๖๖๘๑ และ ๐๘-๙๗๙๔-๙๐๙๑ ได้บุญนักแล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2010, 12:35:00 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #91 เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 12:48:30 AM »

19-9-53

                                                                                
      
---@@@--- “พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” ประเดิมด้วย “พระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์” ที่สร้างขึ้นในสมัย “เมืองเชียงแสน” รุ่งเรืองเมื่อกว่า หกร้อยปี มาแล้วโดย องค์แรกเป็น “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง” ขนาดหน้า ตัก ๑๐ นิ้ว องค์ที่สองเป็น “เชียงแสนสิงห์สาม” ขนาดหน้าตัก ๑๒ นิ้ว และที่ฐานทั้ง ด้านหน้าด้านหลัง มีการจารึก “อักษรไทยล้านนา” ---@@@--- จึงระบุได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่สร้างในยุค “เมืองเชียงแสน” เจริญสุดขีดปัจจุบัน หาชมยาก โดยเฉพาะที่สภาพ สวย สมบูรณ์ อย่างทั้งสององค์นี้ยิ่งหาชมยากเนื่องจากใครมีก็ “สุดหวง” ฉะนั้นหากอยากชม “องค์จริง” ต้องรออีกนิดเพราะท่านประธาน “คิงเพาเวอร์” ที่ชื่อ “วิชัย รักศรีอักษร” อยู่ระหว่างการสร้าง พิพิธภัณฑ์ เสร็จเมื่อไหร่ไปชมได้เลย  ---@@@--- ให้ชมอีกองค์สำหรับ “พระเบญจภาคีรูปหล่อโบราณ” ที่เรียกว่า “หลวงพ่อเงินวัดบางคลานพิมพ์ ขี้ตาสามชายเนื้อทอง ผสม” เพราะองค์นี้เพิ่งติด “รางวัลที่สาม” จากงานประกวดที่จัดโดย “โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ” (ฝ่ายมัธยม) มาหยก ๆ ผู้ครอบครอง “เสี่ยธนพล เวสโก” เลยหวงมากเพราะภูมิใจที่ ไม่เสียเที่ยว ในการนิมนต์มาขึ้นคอด้วย “เงินล้าน” นั่นเอง

---@@@--- อีกเหรียญที่ต้องให้ชมเพราะเป็น “เหรียญอมตะ” ที่ราคาค่านิยมทะลุหลังคาโลกไปแล้วคือ    “เหรียญหลวงปู่ทวดวัดช้างให้รุ่นแรก” ซึ่งแม้จะเป็น “เนื้อทองแดง” และสภาพแค่ พองาม อย่างเหรียญนี้ก็ต้องใช้ “เงินแสน” จึงมีสิทธิได้ครอบครองของ “ศักดิ์สิทธิ์ ศรีสุกใส” เซียนทางบ้านแห่ง บ.โมเบิลโฮม สมุทรปราการ ---@@@--- มีให้ชมอีกสององค์     “พระปิดตาเบญจภาคี” ที่บอกได้ว่าหาชมยากองค์แรก “หลวงปู่จีนวัดท่าลาดพิมพ์กลีบบัวเศียรแหลม” สภาพสมบูรณ์มากแม้อายุจะ กว่าร้อยปี แล้วแต่เจ้าของเดิมรักษาไว้ดี “เสี่ยรักษ์ ศรีเกตุ” เลยกัดฟันนิมนต์เป็น “สมบัติผลัดกันชม” ตามประสา “นักซื้อมือทอง” ที่ซื้อทุกอย่างหากเป็น ของแท้ชัวร์

 ---@@@--- องค์ที่สอง “พระปิดตาหลวงปู่ไข่วัดเชิงเลน” ก็เป็นพระปิดตาที่ “รักษ์ ศรีเกตุ” นิมนต์มาพร้อมกันกับองค์ “หลวงปู่จีน” เพราะสร้างเมื่อ ปี ๒๔๖๐ แต่สภาพก็อยู่ในระดับ “แชมป์” นักซื้อมือทองอย่าง   “เสี่ยรักษ์” จึงนิมนต์อีกองค์แม้จะต้องใช้เงิน “ล้าน” ก็ต้องยอมเพราะหายากตัวจริง ---@@@---  “พระทองคำ” ก็มีให้ชมอีกสององค์เพราะช่วงนี้ราคา “ทองคำ” มีแต่แรงขึ้นด้วยเหตุนี้ค่านิยม “พระทองคำ” จึงขึ้นไปตาม “ราคาทอง” องค์แรก “พระชัยพุทธปริตร” ที่ทาง จังหวัดสุรินทร์ สร้างขึ้นเมื่อ ปี ๒๕๑๔ เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้าง “โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์”

---@@@--- องค์ที่สอง “พระกริ่งอุดมความสุข” ที่สร้างโดย “หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ” ยอดเกจิอาจารย์แห่ง เมืองนครพนม สร้างขึ้นเมื่อ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งทั้งสององค์ล้วนมีการตอก “โค้ด” ป้องกันการปลอมแปลงไว้ที่ “ใต้ฐาน” อยากรู้แต่ละตระกูล “ของแท้” เป็นเช่นไรเชิญ ศึกษาเองได้เลย เพราะผู้ครอบครองทั้งสององค์คือ “นันต์ ท่าพระจันทร์” ไม่หวงห้ามใด ๆ ---@@@--- ปิดท้ายด้วย เหรียญใหม่ ที่เซียน เมืองเพชรบุรี นิยมมากเพราะเป็น “เหรียญรุ่นแรกเนื้อเงินพระครูวินัยวัชรกิจ” หรือ “หลวง พ่ออุ้นวัดตาลกง” ซึ่งเป็นอีก ยอดเกจิอาจารย์ ของเมืองเพชรบุรีสร้างขึ้นเมื่อ ปี ๒๕๔๐ ในคราวฉลองหลวงพ่ออายุ ครบ ๘๐ ปี และสร้างเพียง ๙๙ เหรียญ จึงหายากมากเลย ---@@@--- เหรียญที่สอง “เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง” รุ่น “โภคทรัพย์” ที่สร้างขึ้นเมื่อ ปี ๒๕๔๔ ในโอกาสฉลองหลวงพ่ออายุ ครบ ๘๕ ปี ทั้งสองเหรียญมี “โค้ด” ป้องกันการ “ปลอมแปลง” จึงต้องศึกษาให้ดีเจอ ของปลอม จะได้ไม่หลงกล “พวกใจบาป” ที่ชอบปลอมพระขาย ส่วนสองเหรียญ นี้ของ “มหา แม่กลอง”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 19, 2010, 12:54:36 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #92 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 09:32:57 PM »


เกจิวาจาสิทธิ์ "พ่อท่านหลบ" พระดีศรีพะงัน 25-9-53

สู่ตำนานเหรียญสวยเมืองใต้ เข้มพลัง ครบเครื่อง

           

เกาะพะงัน เป็นอำเภอหนึ่งของ จ.สุราษฎร์ ธานี ด้วยความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรม ชาติ ทะเลสวย น้ำใส เปรียบเสมือนแม่เหล็กสำคัญดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศไปเยี่ยมเยือน ทำให้เม็ดเงินสะพัดและเศรษฐกิจในภาคใต้ตอนบนคึกคัก
   
นอกเหนือความงามตามธรรมชาติแล้ว เกาะพะงัน ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสืบสานพระพุทธศาสนาของพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งที่น่าเลื่อมใสศรัทธา นั่นคือ พระครูสุภัทร   ธรรมาภิรม หรือ พ่อท่านหลบ อดีตเจ้า   คณะอำเภอเกาะพะงัน ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์เจริญ
   
ท่านเป็นพระที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้าในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร และหาดทรายสวยให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานได้พร่ำสอนชาวบ้านในท้องถิ่นให้หวงแหนและร่วมกันอนุรักษ์ ไม่ใช่เฉพาะเกาะพะงันเพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่แนวทางปฏิบัติของท่านยังครอบคลุมไปอีกหลายเกาะใกล้เคียงด้วย
   
พระครูสุภัทรธรรมาภิรม หรือ พ่อท่านหลบ ชาติภูมิเป็นชาวเกาะพะงัน เกิดเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๔ เป็นบุตร คนโตของ พ่อจันทร์ แม่ชื่น บุญญา มีน้อง ๆ ร่วมอุทรอีก ๔ คน ประกอบด้วย พระครู เหม คุณาพร (พระมหาเลื่อม สุวรรณโณ) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะ ๕ นายแนบ บุญญา นางนอบ พิริยะสถิต และนางอำพรรณ ศรี ทองกุล

   
เมื่อลืมตาดูโลกครั้งแรกก็สร้างความอัศจรรย์ให้เป็น ที่ประจักษ์แก่ทุกคน ในครอบครัว ในขณะคลอดออกมาลืมตาไม่นานก็สิ้นใจ บิดามารดาเศร้าเสียใจมาก เพราะเป็นบุตรคนแรก จึงนำร่างห่อผ้าทำพิธีทางศาสนาและเตรียมนำไปฝังในป่าช้า ขุดหลุมศพยังไม่ทันเสร็จ ท่านกลับฟื้นคืนชีพ จึงเป็นที่มาของชื่อ “หลบ” (ภาษาภาคใต้หมายถึง กลับมาอีกครั้ง) และ พระธรรมรัตนกวี พระเถราจารย์ชั้นผู้ใหญ่ในภาคใต้ก็ให้ใช้ชื่อนี้แต่นั้นมา
   
ครั้นเติบใหญ่ได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดมธุรวราราม ตั้งแต่ ป.๑ จนถึง ป.๔ ก็ต้องเลิกเรียน เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้ง ที่ ๒ ออกมาช่วยครอบครัวทำงานที่บ้านจนถึงวัยเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดมธุรวราราม เมื่อ วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับฉายาว่า “ธมฺมวโร” โดยมี พระครูวิบูลทีปรัต (พระอาจารย์พร้อม ธรรมทินโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระใบฎีกาพร้อม กัลยาโณ วัดสมุยคงคา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสมุห์เวียน ศีระสาโร วัดมธุรวราราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
   
หลังจากอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่าน ก็ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ด้วยความจำดีเลิศและมุ่งมั่นจริงจัง ทำให้สอบได้นักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก ใช้เวลาเพียงแค่ ๓ ปี จากนั้นท่านเดินทางไปเรียนต่อที่วัดบางน้ำจืด ต.เขาถ่าน อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี และสอบได้เปรียญสามประโยคใน พ.ศ. ๒๕๐๐
   
จากนั้นก็เข้า กรุงเทพฯ พำนักที่วัดทองธรรมชาติใน พ.ศ. ๒๕๐๒ เล่าเรียนสรรพวิชาทุกแขนงจนเชี่ยวชาญ พ.ศ. ๒๕๐๙ ญาติ โยมก็นิมนต์ให้กลับไปจำพรรษาที่วัดราษฎร์ เจริญ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดและได้รับ  การแต่งตั้งให้เป็นเจ้า อาวาสใน พ.ศ. ๒๕๑๐ ระหว่างนั้นเอง พ่อท่านหลบ ไปกราบนมัสการฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงพ่อวัฒน์ วัดศรีทวีป มีศักดิ์เป็นตาบนเกาะ สมุย ซึ่งเป็นพระที่เก็บตัวสมถะ แต่เต็มเปี่ยมด้วยความเข้มขลัง ท่านศึกษาเล่าเรียนด้านวิปัสสนากัมมัฏ ฐาน วิทยาคมและ ไสยเวทย์จนแตกฉาน หลวงพ่อวัฒน์ ได้ทำพิธีครอบครูเพื่อสืบสานสรรพวิชาต่าง ๆ ให้จนหมดสิ้น
   
ครั้นกลับมาอยู่บนเกาะพะงัน ท่านปลีกวิเวกธุดงค์ตามป่าเขาลำเนาไพรนานหลายปี ออกจากป่ามาอยู่วัดราษฎร์เจริญ ก็ประกาศห้าม ชาวบ้านตัดไม้ทำลายป่า สร้างความไม่พอใจให้ ผู้คนกล่าวหาว่าท่านเป็นพระบ้า สติไม่สมประกอบ ไม่ยอมใส่บาตรและไม่สนับสนุนกิจกรรมด้านศาสนาใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง ท่านใช้หลักธรรมและคำสอน บวกกับวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาพัฒนาท้องถิ่นและสอนชาวบ้าน จนหันมาเลื่อมใสศรัทธาท่านและให้ความร่วมมืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วยดี จนสามารถมอบผืนป่าให้เป็นอุทยานแห่งชาติรวมเนื้อที่หลายหมื่นไร่ได้สำเร็จอย่างเหลือเชื่อ
   
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ พ่อท่านหลบ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอตามลำดับ โดยท่านพัฒนาท้องถิ่น ยืนหยัดอุดมการณ์อนุรักษ์ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง จนวัดราษฎร์เจริญรุ่งเรือง และยังเจียดเวลาไปบูรณะวัดพุทธเจดิยาราม (วัดเขาน้อย) ที่ถูกปล่อยรกร้างจนกลายเป็นวัดอย่างสมบูรณ์และมีพระภิกษุจำวัดหลายรูป
   
ตลอดชีวิต ท่านได้อุทิศตนและเสียสละเพื่อส่วนรวมตลอดมา ไม่เคยยึดติดกับสิ่งนอกกาย แม้แต่ที่ดินส่วนตัวท่านก็ยกให้ก่อสร้างเมรุและศาลาพักศพเพื่อสาธารณประโยชน์ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สร้างที่พักริมทางและสวนป่าให้ชาวบ้านได้พักผ่อนหย่อนใจ และยังสนับสนุนส่งเสริมการศึกษา ให้ทุนการศึกษาเด็กยากไร้ รวมทั้งเป็นพระนักคิดนักเขียนที่มีวาทศิลป์ไม่ธรรมดาและในปี ๒๕๓๙ ท่านได้รับสมณศักดิ์ที่ “พระครูสุภัทรธรรมาภิรม”
   
นับได้ว่า พระครูสุภัทรธรรมาภิรม หรือ พ่อท่านหลบ เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง มีความเข้มขลังด้านวิทยาคมไม่เป็นรองใคร ชาวบ้านเชื่อกันว่า ท่านมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ พูดอะไรเป็นอย่างนั้นและหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าสุดอัศจรรย์ เคยมีลูกหลานชาวบ้านก้างปลาติดคอ แค่นำเหรียญหรือวัตถุมงคลของท่านแกว่งในน้ำแล้วอธิษฐานขอบารมีท่านให้ช่วยเหลือก็หายเป็นปลิดทิ้ง เป็นส่วนหนึ่งทำให้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังไปไกล มีลูกศิษย์และผู้ศรัทธาเลื่อมใสทั่วทุกเกาะและทั่วสารทิศในภาคใต้
   
นายจิรวัฒน์ จงจิตร์ เป็นผู้หนึ่งที่ใกล้ชิดท่าน เคยซื้อรถป้ายแดงเอาไปให้ท่านเจิม ตกดึกฝันว่ารถหาย แต่ไม่เชื่อเรื่องโชคลางจึงไม่ได้เสี่ยงโชค ปรากฏว่าหวยออกตรงกับทะเบียนรถ งวดถัดมาฝันว่าขับรถไปชนคนอื่น ตัดสินใจจดเลขท้ายไปแทงหวยถูกตรงเผง รับทรัพย์ไปโข
   
ส่วน โกขาว ธนวนิชนาม อดีตนายกเทศมนตรีเกาะพะงัน ๒ สมัย ศรัทธาท่านมาก เพราะข่าวการห้ามตัดไม้ทำลายป่าของท่านไป ทั่วสารทิศ ทำให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าของป่าไม้และธรรมชาติจนทุกวันนี้
   
นายวิรุฬห์ ทองหยัด อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒ ต.เกาะพะงัน บอกว่า รู้จักพ่อท่านหลบมาตั้งแต่เด็ก ๆ เติบใหญ่ก็บวชศึกษาพระธรรม ส่วนตัวท่านเป็นคนเด็ดเดี่ยว ทำอะไรทำจริง เก่งทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ จนได้รับความศรัทธาในทุกวันนี้
   
 ด้าน นายชัยชนะ วิชัยดิษฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จ เล่าว่า เป็นคนเกาะพะงัน รู้จักท่านมานานมาก ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อพร้อม เป็นพระอนุรักษ์ ชอบช่วยเหลือสังคม ส่วนเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยมีประสบการณ์กับตัวเอง แต่ได้ยินชาวบ้านเล่าขานว่าวัตถุมงคลทุกรุ่นเข้มขลังมาก
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #93 เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 12:19:25 AM »

26-9-53

                                                                           

---@@@--- “พระแท้พระ    สวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” ประเดิมด้วย   “ยอดพระ” จากผู้อ่านทางบ้าน “ศักดิ์สิทธิ์ ศรีสุกใส” แห่ง บ.โนเบิลโฮม สมุทรปราการ องค์แรก เป็นพระเครื่องฝีพระหัตถ์ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่ทรงสร้างด้วยมวลสารหลากชนิดทั้ง “ดินจากสถานศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ, เกสรดอกไม้” ที่ทรงบูชาพระพุทธรูปและอื่น ๆ อีกหลายอย่าง

---@@@--- บรรดานักสะสมจึงเรียกว่า   “พระสมเด็จจิตรลดา” องค์นี้สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ สังเกตได้ตรง องค์พระหนา กว่าปีอื่น ๆ ส่วนองค์ที่สอง “พระหลวงพ่อทวดเนื้อว่านพิมพ์กรรมการปี ๙๗” ที่   “พระอาจารย์ทิมวัดช้างให้” จัดสร้างด้วย “ว่านร้อยแปดชนิด” ผสม “ดินกากยายักษ์” ทั้งสององค์สภาพล้วนระดับ “แชมป์” จึงขอยินดีกับ “คุณศักดิ์สิทธิ์” ที่มีพระแท้และพระสวยอยู่ในครอบครอง ---@@@--- ให้ชมอีกองค์สำหรับ “พระหลวงปู่ทวด” ที่สร้างแบบ “หล่อโบราณ” ด้วยเนื้อนวโลหะที่เรียกว่ารุ่น “เบตง” องค์นี้ใต้ฐานตอกเลข ๒๘๖ สภาพสวยมากเนื่องจาก “ไม่ผ่านการใช้” สภาพจึงเดิม ๆ ข่าวว่ากว่าจะได้มา “อู๊ด สุพรรณ” ก็ต้องจ่ายหลายเงินจึงได้มาครอบครอง ---@@@--- องค์ถัดมาเป็นเหรียญหายากและสวยมาก เพราะเป็น “เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่รอดวัดทุ่งศรีเมืองเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง” ที่ได้รับยกย่องเป็น “เหรียญอันดับหนึ่ง” ของเมืองดอกบัว อุบลราชธานี เนื่องจากในอดีตเมื่อกว่าร้อยปี “หลวงปู่รอด” เป็นผู้ “บูรณะพระธาตุพนม” ชาวบ้าน จึงนับถือท่านมากพร้อมจัดสร้าง “เหรียญ รุ่นแรก” เป็นที่ระลึกของ “ต้น ท่าพระจันทร์” ---@@@--- อีกเหรียญที่ต้องให้ชม “เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบเนื้อทองแดง” ที่สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ เพราะหลวงพ่ออี๋เป็น “พระเกจิฯ” ที่โด่งดังเมื่อครั้งเกิด “สงครามอินโดจีน” ช่วงนั้นทหารไทยได้รับฉายาว่า “ทหารผี” จากการที่ทหารหลายรายแขวน “เหรียญหลวงพ่ออี๋” ออกรบ  แล้วไม่มีผู้ใด “เสียชีวิต” เหรียญของท่านจึงดังมากเลย

---@@@--- ราคาจึงทะลุ หลายแสน สวยมากก็ยิ่ง มากแสน อย่างเหรียญนี้ของ “เซียนพันธุ์แท้” ตัวจริง “รักษ์ ศรีเกต” ที่ได้ชื่อเป็น “นักซื้อมือทอง” เลยนิมนต์เหรียญนี้มาราคา หลายแสน ---@@@--- ถัดมาเป็น “ของแปลก” ที่หาชมยากจริง ๆ เพราะเป็นเหรียญ “พรหมสี่หน้าอาจารย์เฮง ไพรวัลย์” ที่สร้างด้วย “ทองคำ” อีกทั้งศิลปะการสร้างที่แกะ “พรหมสี่หน้า” ล้วนแกะด้วยมือที่ฝรั่งเรียกว่า “แฮนด์เมด” พร้อมมี จารอักขระ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังท่าน “ส.จ.เมืองเพชร” สามารถ นุชอ่อง เลยนิมนต์มาห้อยคอตามประสาผู้นิยม ของหายาก นั่นแล ---@@@--- อีกเหรียญที่ “ส.จ. สามารถ นุชอ่อง” นิมนต์มาขึ้นคอพร้อมกัน “เหรียญจอบเล็กหลวงพ่อเงินวัดบางคลานพิมพ์แข้งตรง” สภาพที่เห็นบอกได้ว่าแทบ ไม่ผ่านการใช้ รายละเอียดของ    “เหรียญแท้” จึงเห็นได้ชัดเพราะ ตำหนิอยู่ครบ สนใจชมของจริง ไปชมได้เพราะท่าน “ส.จ.สามารถ” ใจดี

---@@@--- พระใหม่ที่ขอแนะวันนี้ “พระกริ่งนะโภคทรัพย์ ๙๗ พรรษา” หรือ “พระกริ่งปลดหนี้” และ   “พระปิดตาจัมโบ้นะโภคทรัพย์เนื้อเกสรร้อยแปดชนิด” รุ่น “๙๗ พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ” นอกจากบรรจุผงพุทธคุณ แล้วยังมี “เส้นเกศาหลวงปู่โต๊ะ-ตะกรุดทองคำสมเด็จพระญาณสังวรฯ” อีกด้วยขณะนี้เปิดให้จองแล้วสอบถามที่ ๐๘-๙๗๗๖-๘๓๑๕ ---@@@--- ส่วน “พระกริ่งสุวัฑฒนะ” เนื้อ “โลหะกะไหล่ทอง” และเนื้อ “นวโลหะพิเศษ” ที่นำสมนาคุณผู้ร่วมเป็น “เจ้าภาพ” โครงการ   “บรรพชาสามเณร ๙๘ รูป” ของ “วัดบวรนิเวศวิหาร” สอบถามที่ ๐-๒๒๘๒-๐๐๒๕ ---@@@--- ออกแล้วหนังสือ “หลวงปู่เทียมวัดกษัตราธิราช” ยอดเกจิฯ  ผู้เรืองวิชาแห่ง กรุงเก่า ที่  “ดร.สุรชาติ บำรุงสุข” จัดทำจำนวน “หนึ่งพันเล่ม” โดยรวบรวม “ประวัติ-ความเป็นมา” พร้อมภาพสี่สีสวยสดของ “วัตถุมงคล” ทุกรุ่นปลุกเสกโดยอดีตพระเกจิชื่อดัง “หลวงปู่เทียม” ให้ศึกษาสะสม สนใจสอบถามรายละเอียดร่วมทำบุญที่ “วัดกษัตราธิราช” กรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะไม่มีขายในท้องตลาด.


ตะวันบูรพา
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #94 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2010, 01:56:43 PM »

 สายตรงคนนิยมพระ
3-10-53
                                 

...@@@.. องค์แรกเป็น “พระหายาก” จากสำนัก “วัดกลางบางแก้ว นครปฐม” คือ “พระชัยวัฒน์หลวงปู่บุญพิมพ์ชะลูด” ที่สร้างไว้ร่วม ร้อยปีแล้ว องค์ที่สอง “พระกริ่งไพรีพินาศพิมพ์บัวเหลี่ยม” อีกยอดพระกริ่งของสำนัก “วัดบวรนิเวศฯ” ที่ “สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์” ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ขณะทรงปกครองวัดบวรฯด้วย เนื้อทองผสม ...@@@.. องค์ที่สาม “ยอดพระเนื้อโลหะผสม” ของเมือง “นครปฐม” เช่นกันคือ “พระหลวงพ่อทาวัดพะเนียงแตกรุ่นแรก” ที่ปัจจุบันสภาพสวยหายากแล้วเพราะ “พุทธคุณ” เอกอุด้าน “คงกระพันชาตรี” เซียนเมืองนครปฐมจึงเก็บกันหมด องค์ที่สี่ “พระวัดปากน้ำรุ่น ๓ เคลือบเชลแล็ก”

...@@@.. ส่วนองค์ที่ห้าและองค์ที่หก “เหรียญพระมงคลเทพมุนี” หรือ “เหรียญหลวงพ่อ สดวัดปากน้ำ” รุ่น  “ถวายภัตตาหารเนื้อเงิน” ส่วนองค์ที่หก “เหรียญหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ” รุ่น “ถวายภัตตาหาร” เช่นกันแต่เป็น “เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง” แต่ละองค์สภาพล้วน “สวยระดับแชมป์”  ...@@@.. ส่วนอีกหกองค์ที่ “เหมายกรัง” มาพร้อมกันขอติดค้างไว้ไปชมวันอื่นเพราะมี “พระ  ยอดนิยม” จากนักสะสมท่านอื่น ๆ ให้ชมต่อ องค์แรก “พระหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าพิมพ์ตัดชิด” ที่ต้องขอเรียนทุกท่านให้รู้ไว้ “พิมพ์ตัดชิด” นี้จริง ๆ แล้วจะมีเฉพาะที่สร้างด้วย “เนื้อทองเหลือง” อย่างองค์ที่ท่านชมอยู่นี้และ “เนื้อตะกั่ว” เท่านั้น

...@@@.. ดังนั้นหากไปพบเห็น เนื้ออื่น ๆ รวมทั้ง “เนื้อทองแดง” ขอเรียนว่า “เก๊ครับท่าน” ไม่เชื่อให้ถาม “ตุ๊ก เพชรรัตน์” เจ้าขององค์นี้ ที่เป็นพระเก่าเก็บสภาพ ไม่ผ่านการใช้ แต่เป็นเพราะเก็บแบบไม่ถนอม “สนิมสีเขียว” เลยขึ้นเต็มองค์พระทั้ง ด้านหน้าด้านหลังเลย ...@@@.. อีกองค์ที่ต้องให้ชมคือ      “เหรียญสมเด็จพระบรมครู วัดเขาสาริกา”   ซึ่งก็คือ เหรียญหลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ที่ชาวบ้านยุคเมื่อ ร่วมร้อยปี ร่ำลือว่าเป็น “สุดยอดเกจิ” ยุคเก่าที่เก่ง วิชาอาคม เพราะท่านสำเร็จกสิณไฟ เหรียญที่ท่านชมอยู่นี้สร้างขึ้นหลัง “หลวงพ่อกบ” ละสังขารแล้ว
 

...@@@.. โดยศิษย์เอก  ของท่านคือ “พระมหาชวน” แห่ง “วัดบวรนิเวศฯ” ที่ภายหลังย้ายไปจำพรรษาที่      “อาศรมบางมด” ที่ศิษยานุศิษย์ต่างเรียกว่า   “หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด” เป็นผู้ปลุกเสกขณะนี้หายากแล้วของ “มหา แม่กลอง”  ...@@@.. ส่วนพระใหม่วันนี้ขอแนะ     “พระรูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช” ซึ่งเป็น “พิมพ์ปั๊มรุ่นแรก” ที่ “โรงเรียนวัดบวรนิเวศฯ” จัดสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ระลึกสมทบทุนสร้าง  “พิพิธภัณฑ์โรงเรียนวัดบวรฯ” มี ๒ พิมพ์ “ใหญ่และเล็ก” พร้อมมีหลายเนื้อ ทองคำ เงิน นวโลหะ สนใจสอบถามที่ “ครูนิพนธ์ ประมวลสุข” ๐๘-๖๙๗๓-๔๐๐๖ เพราะ เนื้อทองคำ สร้างตาม จำนวนสั่งจอง  ...@@@.. และรุ่นนี้ “พระปิดตาปลดหนี้ ญสส.๙๗ พรรษา” ผสมผงเก่าของ “หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี” และ “ตะกรุดทองคำคู่ลงรักปิดทอง” สร้างเพียง ๙๙๙ องค์ ส่วน      “ตะกรุดเงิน” สร้าง ๓,๐๐๐ องค์ พร้อมพันด้วย “ด้ายสายสิญจน์ในพิธี” เปิดให้บูชาแล้วที่ หน้าตำหนักสมเด็จพระสังฆราชฯวัดบวรฯ ๐๘-๗๐๑๑-๑๖๓๓

...@@@.. ส่วนที่นี่ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” เปิดให้จองพระเครื่องและพระบูชา “หลวงปู่ไต๋ฮงก๋ง” รุ่น “ฉลอง ๑๐๐ ปี” สนใจสอบถามที่ ๐-๒๒๒๕-๐๐๒๐ ...@@@.. ปิดท้ายด้วยข่าวดีจาก “วัดไชยมงคล” ที่อยู่ระหว่างการจัดสร้าง “พระหลวงปู่ทวดเหล็กน้ำพี้-ธาตุกายสิทธิ์” รุ่นมหาลาภ “อริยทรัพย์” มีกำหนด “พิธีมหาพุทธาภิเษก” แล้วในวันที่ ๑๒ ต.ค. นี้ ณ มณฑลพิธีวัดไชยมงคล อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ โดยเกจิอาจารย์ดังแห่งยุค ครบ ๔ ภาค จึงขอเชิญผู้สนใจไปร่วมงานเพราะเสร็จพิธีแล้ว “พระครูอดุลจารุวรรณ” เจ้าอาวาสวัดไชยมงคล แจกฟรี วัตถุมงคล ทุกท่านสอบถามที่ ๐๘-๑๔๔๔-๔๗๔๖.

เดลินิวส์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 03, 2010, 02:08:01 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #95 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2010, 04:42:44 PM »


                                     

---@@@--- “พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” ประเดิมด้วย “พระบูชาสังกัจจายน์” ที่สร้างด้วย “เนื้อเงิน” โดย “ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) วัดสุทัศน์” เมื่อปี ๒๔๘๕ หน้าตัก ๓ นิ้ว ความพิเศษขององค์นี้คือถอดได้ “๒ ถอด” ที่ใครมีก็หวงเนื่องจากสร้างน้อย นาน ๆ จึงจะมี “ของแท้” ให้ชมกันเลยต้องแทงกิ้ว  เจ้าของ “นักซื้อมือทอง” พระเอก “อัครนันท์” ที่ถ่ายภาพมาให้ชมกัน

 ---@@@--- อีกองค์สำหรับ  “พระบูชา” ที่นาน ๆ จะมีให้พบเห็น “รูปหล่อโบราณหลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง” เพชรบุรีที่สร้างด้วย “เนื้อทองเหลืองรมดำ” เมื่อปี ๒๕๐๕ ขนาดหน้าตัก ๕ นิ้ว เจอที่ไหนอย่ามองผ่าน “คนเมืองเพชร” นิยมมากของ “สามารถ นุชอ่อง” รับประกันแท้ชัวร์  ---@@@--- และองค์นี้ยอดพระรูปหล่อโบราณ “อัน ดับหนึ่ง” ของเมืองไทย “พระหลวงพ่อเงินวัดบางคลานพิมพ์นิยม” ที่ช่วงนี้หากไร้ “เงินล้าน” อย่าได้คิดครอบครองเพราะ “คนเงินหนา” นิมนต์เป็นสมบัติกันหมด อย่างองค์นี้   “เสี่ยจรัญ บ้านชานกรุง” ก็เพิ่งนิมนต์ อีกองค์

---@@@--- ส่วนองค์นี้ “พระเบญจภาคี” ประเภท “ยอดขุนพล” ที่สร้างด้วย “เนื้อตะกั่ว” และเซียนโบราณระบุว่ายอดเยี่ยมด้าน “คงกระพันชาตรี” ที่เรียกว่า “พระท่ากระดาน” แห่งเมืองกาญจนบุรีองค์นี้เป็นพระจาก “กรุเก่า” เซียนทางบ้าน “เสี่ยชาตรี เพ็ญธำรงรัตน์” จึงนิมนต์ขึ้นคอเดี่ยว ๆ เพรียว ๆ เลย ---@@@--- และองค์นี้เป็นของดีสาย “วัดหนองโพ”   แห่งเมืองนครสวรรค์ ที่ปัจจุบันหายากแล้ว     “เหรียญพระนาคปรกหลวงพ่อเดิม” ยิ่งเป็น “เนื้อเงิน” ยิ่งหายาก ของพระเอกนักซื้อ    “อัครนันท์” ที่ระยะนี้เป็น “นักซื้อมือทองตัวจริง” เพราะลุยบูชาของดีจาก “หลายตระกูล” หลายร้อยองค์  ---@@@--- นาน ๆ จะมี “ของแท้” ที่สภาพเดิม ๆ เลยต้องจัดให้ชมเพราะเป็น  “เหรียญดัง” จากฝั่งธนบุรี “เหรียญรุ่นแรก  หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ” ที่สร้างเมื่อปี ๒๕๐๐ ด้วย “เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง” ของเซียนทางบ้าน “เสี่ยสุทัศน์ ศรีประมงค์” เลยต้องจัดให้ชมกันเพราะชักหายากทุกทีแล้วนะจะบอกให้
-

--@@@--- เช่นกันอีกหนึ่งเหรียญดีที่พุทธคุณสูงมาก “เหรียญหลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม” แม้จะ “ขนาดจิ๋ว” ที่สร้าง  เมื่อปี ๒๕๐๔ ด้วย “เนื้อทองแดง” แต่ก็ช่วยชีวิต “เด็กรอดตาย” มานับไม่ถ้วนแล้ว คนนครปฐม จึงนิยมให้  “ลูกหลานห้อยคอ” ไม่เชื่อถาม “มนตรี วัดดอน” เจ้าของเหรียญนี้ได้เลย ---@@@--- ผ่านไปแล้ว “วันคล้ายวันประสูติ” ของ “สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ” ครบ ๙๗ พรรษา เมื่อ ๓ ต.ค. ๕๓ ที่ผ่านมา ศิษยานุศิษย์จึงจัดสร้างวัตถุมงคล “หลายรูปแบบ” ให้ศิษย์ทุกสายได้ร่วมบุญ งานแรก  “พระสมเด็จสะท้านเพชร” รุ่น “สุข” ซึ่งเป็นรุ่น “พิเศษ” มีทั้งปิดทองและไม่ปิด ทองทั้งพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็กที่สร้างด้วย “ผงพุทธคุณสะท้านเพชร” จากถ้ำสุวรรณคูหาที่ “สมเด็จพระสังฆราชฯ” ประทานให้กับ โรงพยาบาลจุฬาฯ ๑,๐๐๐ ชุด เพื่อหารายได้สนับสนุนโครงการ “เทิดไท้ภัทรมหาราชสานสร้างสุขภาพไทยทั่วหล้า” สอบถามที่ ๐-๒๒๕๖-๕๐๐๕-๙ ในวันเวลาราชการ

 ---@@@--- ลำดับต่อมาเป็น “พระรูปเหมือนบูชายืนสมเด็จพระสังฆราช ๙๗ พรรษา” ขนาดสูง ๒๓ นิ้ว ที่สร้างเป็นรุ่นแรกด้วย “เนื้อทองผสม” เพียง ๕๙ องค์ มีหมายเลขทุกองค์และที่ใต้ฐานบรรจุ ผงพุทธคุณ อีกชิ้นคือ “พระรูปเหมือนสมเด็จพระญาณสังวรฯ” ที่สร้างแบบ “เบ้าทุบ” เป็นรุ่นแรกด้วย “เนื้อทองผสม” เช่นกันสอบถามที่ ๐๘-๒๓๓๕-๖๐๗๕ ---@@@--- และวัตถุมงคลชิ้นนี้เป็น “เหรียญเซี่ยวกาง” รุ่นแรกซึ่งก็คือ “รูปทวารบาล” ผู้รักษาประตูของ “วัดบวรฯ” นั่นเอง “เนื้อสัมฤทธิ์” ผสมชนวน  “พระกริ่งปวเรศปี ๓๐” สอบถามที่ ๐-๒๒๘๑-๒๘๓๑-๓ ---@@@--- ปิดท้ายด้วยข่าวดีสำหรับผู้ต้องการ “บูรณะพระใหญ่” เพราะ ๓ เดือนที่ผ่าน “ฝนตกชุก” ส่งผลให้ “พระประธานยืนองค์ใหญ่ปางห้ามญาติ” ที่สร้างในสมัย กรุงศรีอยุธยา ขนาดสูง ๑๘ ศอก และ ๖ ศอก ทั้ง ๒ องค์ของ “วัดประโชติการาม อ.เมือง จ.สิงห์บุรี” ถูกน้ำท่วม

---@@@--- จึงทำให้ “ดินทรุด” ส่งผลให้ “พระประธาน” ทั้งสององค์พร้อมมณฑป “เริ่มเอน” จะล้มมิล้มแหล่ ท่านเจ้าอาวาส “หลวงพ่อนพดล เกษมธรรมโชติ” จึงต้อง “บูรณะใหม่” แต่ยังขาดปัจจัยจำนวนมากจึงขอเชิญ “ผู้มีจิตศรัทธา” ร่วมบุญตามกำลัง ติดต่อได้ที่ “เจ้าอาวาส” ๐๘-๙๕๑๓-๖๔๙๑ ได้บุญเยอะเลย ---@@@--- ส่วนที่นี่ “หอเจริญสมถวิปัสสนากรรมฐาน” บ้านทุ่งหลวง ต.ห้วยทรายเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จัดพิธีเททอง “รูปเหมือนยืนหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ” ขนาดสูง ๑๒ เมตร เพื่อประดิษฐานที่นั่น “เสี่ยเอ๋ บางบอน” หัวเรือใหญ่จึงขอเชิญญาติมิตรร่วมสร้างบุญกัน ๑๔.๐๐ น. เป็นต้นไป ---@@@---


ดูพระ  เจ๋ง
http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=3666.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2010, 02:49:58 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #96 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2010, 04:26:55 PM »

                                       
“พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” ยังคงมี “พระยอดนิยม” ให้ชมตามปกติเนื่องจาก เศรษฐกิจไทย ดีเฉพาะกับ “คนเงินเยอะ” ส่วนคนที่มีเงินระดับ     “กลาง” ไปหา “ต่ำ” ยังย่ำแย่ไม่เปลี่ยนแปลง นักสะสม จึงขนพระ ออกขาย ให้คนเงินหนาได้ครอบครองตามกติกาของ “สมบัติผลัดกันชม”---@@@--- ประเดิมด้วย “พระปิดตาหลักล้าน” เพราะมีศักดิ์ศรีเป็น อันดับหนึ่ง ของ “พระปิดตาเบญจภาคีเนื้อผง” ที่เรียกว่า “หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์พิมพ์ใหญ่หลังแบบ” ซึ่งเมื่อสองเดือนที่ผ่าน “เซียนเมืองฮ่องกง” ที่ชื่อ    “มิสเตอร์ไลน์ ก็อตวิน” บินมาเสาะหาอีกทั้งล่าสุด “ตำรวจใหญ่” ผู้หนึ่งยอมควัก “๒๐ ล้าน” จึงได้ไปครอบครองทั้งที่ งามสู้องค์นี้ไม่ได้ ฉะนั้นองค์นี้ราคาเท่าไหร่ต้องถาม “ยุทธภูมิ  เตชะวิภาค” เจ้าของก็แล้วกัน

---@@@--- ชมพระปิดตาหลายล้านแล้วต้องให้ชม “ยอดเหรียญ” ราคา หลายล้าน เช่นกันคือ “เหรียญหลวงปู่ ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า ๒๔๖๖” ที่สร้างด้วย “เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง” ปัจจุบันราคาแพงกว่า ทองคำ ยิ่งสภาพงาม ไร้ที่ติ เหมือนเหรียญนี้ที่ “กะไหล่ทอง” ยังจับเต็มราคาก็ยิ่ง หลายล้าน ไม่เชื่อถาม นักซื้อมือทอง แห่งยุค “รักษ์ ศรีเกตุ” ดูได้เลยเพราะกว่าจะได้เหรียญนี้ “เสี่ยรักษ์” ต้องยอมเป็น หนี้แบงก์ เพิ่มอีกเยอะเลย---@@@--- อีกเหรียญที่ต้องให้ชม “เหรียญจอบใหญ่หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน” ที่นับวันยิ่งหายากเพราะผู้รู้ระบุว่าสร้างน้อยกว่า “เหรียญ จอบเล็ก” ใครมีงาม ๆ เหมือนเหรียญนี้ของ  “ศานิต สุวัณณะศรี” บอกได้ว่ายิ่งกว่า “ถูกหวยล็อก” เลยละกัน

---@@@--- อีกองค์ที่ “ศานิต สุวัณณะศรี” เพิ่งได้มาเป็นสมบัติพร้อมเหรียญจอบใหญ่ “พระปิดตาวัดทองพิมพ์ฐานบัวเนื้อสัมฤทธิ์” ที่ต้องใช้เงินล้านจึงได้มาเป็นสมบัติเพราะนอกจาก งาม และ ดูง่าย แล้วยังเป็น พิมพ์หายาก อีกด้วย---@@@--- หันมาชม “พระทองคำ” ที่วันนี้มีให้ชม ๒ องค์ อันดับแรก  “พระปรกใบมะขามวัดท้ายตลาด” ที่ปัจจุบัน “ของเทียม” มีมากกว่า “ของจริง” เนื่องจากเป็น “พระปรกองค์จ้อย” ที่ราคา หลายแสน นักทำเทียมจึง กล้าลงทุน จะเสาะหาต้องระวังสังเกต “เนื้อทอง” ที่นำมาสร้างเป็นหลัก---@@@--- จากนั้นดู “ลายมือ” ที่จารอักขระด้านหลังเหรียญต้อง “งามและสม่ำเสมอ” ไม่หนักและไม่เบาจนเกินไปเนื่องจาก “พระคณาจารย์” สมัยโบราณการจารอักขระลงบน “วัตถุมงคล” ต้องใช้ สมาธิจิต ลายมือจึงสม่ำเสมอของ    “ยุทธภูมิ เตชะวิภาค” เช่นกัน

---@@@--- องค์ต่อมาเป็นสุดยอดพระหายากของ “สายใต้” คือ  “พระปิดตาพิมพ์สี่เหลี่ยมสองหน้าหลวงพ่อ ครน วัดบางแซะ” ด้านหน้าเป็น “พระปิดตา” ส่วนด้านหลังเป็น “รูปเหมือนเต็มองค์หลวงพ่อครน” ที่สร้างด้วย “เนื้อผงผสมว่าน” เจ้าของ “ศานิต สุวัณณะศรี” เลยหวงมากขนาด “ถ่ายรูป” ยังไม่ยอมแกะออกจาก กรอบทอง คิดดูก็แล้วกัน---@@@--- หันมาชม    “เครื่องรางของขลัง” ชิ้นแรกเป็น “มีดหมอหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติ” ขนาดยาว ๑๖ นิ้ว ด้ามมีดทำด้วยไม้ที่แกะเป็น “ท้าวเวส   สุวัณ” สำหรับปราบ ภูติผีปิศาจ ส่วน “ใบมีด” มีจารอักขระด้วยมือทั้งสองด้านของ    “เทพ กำแพง”

---@@@--- ชิ้นที่สอง “ตะกรุดหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่” จ.ระยอง ยาว ๕ นิ้ว ที่สร้างด้วย “แผ่นทองแดงจารอักขระ” แล้วบรรจุ “ผงพรายกุมาร” ไว้ภายในจึงนับเป็นอีก “ตะกรุดหายาก” ของ “ภาคตะวันออก” เพราะ “หลวงปู่ทิม” สร้างให้เฉพาะศิษย์สายตรงเชือกที่ถักหุ้มตะกรุดจึง “ไม่ลงรัก” เจ้าของคือ “เทพ กำแพง” เช่นกัน---@@@--- ผ่านไปแล้วพิธีพุทธาภิเษก “หลวงปู่ทวดเหล็กน้ำพี้-ธาตุกายสิทธิ์” รุ่นมหาลาภ “อริยทรัพย์” อย่างยิ่งใหญ่เพราะมีโชว์การถลุงแร่เหล็กน้ำพี้ ให้ผู้ไปร่วมพิธีได้ชมว่า “วัตถุมงคล” รุ่นนี้สร้างด้วย “เหล็กน้ำพี้” ของจริงหากสนใจให้รอชมเทปบันทึกภาพทางช่อง เอ็มวี.แชนแนล วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ต.ค. ๑๓.๐๐ น.---@@@--- ส่วนงานนี้จัดพิธีปลุกเสกวันนี้ “พระราชภัทรธาดา” เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรีและเจ้าอาวาส วัดบางกระเบา เป็นประธานพิธีปลุกเสกรูปหล่อ “หลวงพ่อจาด” พิมพ์ย้อนยุคปี ๒๔๘๔ ที่สร้างหลายเนื้อทั้ง ทองคำ, เงิน, ทองทิพย์ นวโลหะ นำรายได้สร้าง พระมหาเจดีย์วัดบางกระเบา สอบถามที่ ๐๘-๑๙๑๗-๒๙๕๘ และ ๐๘-๑๖๙๙-๘๒๐๘

---@@@--- ละสังขารแล้ว “หลวงปู่จันทา อนากุโล” เมื่อ ๑๓ ต.ค. ณ โรงพยาบาลกบินทร์บุรี ขณะอายุ ๘๘ ปี ตั้งศพสวดพระอภิธรรม ณ วัดป่าเกษมสุข อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถึง ๒๓ ต.ค. จึงขอเชิญ “ศิษย์ทุกสาย” อย่าลืมไปร่วมบำเพ็ญกุศลเพราะที่วัดยังมีวัตถุมงคลรุ่น “สร้างเจดีย์บารมีล้นฟ้า” เหลืออยู่เล็กน้อยหากช่วยกัน คนละไม้คนละมือ “พระมหาธาตุเจดีย์” ที่   “หลวงปู่จันทา” สร้างค้างคาไว้ที่ ภูเขาจูมฆ้อง จ.ชัยภูมิ ต้องสำเร็จแน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 17, 2010, 04:42:39 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #97 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2010, 06:02:59 PM »


ครูบาอริยชาติ"อธิษฐานเข้มขลัง



ในบรรดาพระเกจิอาจารย์ภาคเหนือบนแผ่นดินล้านนา ชื่อ ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต นับวันยิ่งได้รับความศรัทธาจากผู้คนทั่วสารทิศ ด้วยจริยวัตรและแนวทางประพฤติปฏิบัติอันงดงาม ทุ่มเทเสียสละและอุทิศตัวสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยืนยงสืบไป
   
ใครจะเชื่อว่า เด็กชายตัวเล็ก ๆ ซึ่งระหว่างโยมแม่ตั้งครรภ์อุ้มท้องฝันประหลาดว่า ได้รับผ้าสีขาวนวลตา เมื่อพินิจพิจารณาแล้วรู้สึกชอบใจ เป็นผ้าขาวสะอาดไร้รอยมลทินใด จะกลายเป็นนักบุญรุ่นใหม่ที่ได้รับการกล่าวขานกันทุกวันนี้
   
วันศุกร์ที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นฤกษ์งามยามดีที่ ครูบาอริยชาติ ถือกำเนิด จากครรภ์โยมแม่จำนง อุ่นต๊ะ โดยมีโยมพ่อคือ นายสุข อุ่นต๊ะ มีพี่น้องร่วมอุทร ๓ คน เป็นผู้ชายทั้งหมด ประกอบด้วย ๑. นายนิเวศน์ อุ่นต๊ะ ๒. นายนิรันดร์ อุ่นต๊ะ และ ๓. ครูบาอริยชาติ เป็นคนสุดท้อง
   
ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก เมื่อแรกเกิดผิวพรรณผุดผ่องและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเกินวัย มีความจำเป็นเลิศ โยมพ่อโยมแม่ตั้งชื่อว่า  “เด็กชายเก่ง” อุปนิสัยชอบความสงบไม่เบียดเบียนผู้ใด จนอายุแค่ ๗-๘ ขวบ เกือบจะเสียชีวิต เพราะจิตใจเมตตา เห็นชาวบ้านไปดักปลาแล้วสงสารแอบนำปลาไปปล่อย พลัดตกน้ำโชคดีพี่ชายมาเห็นเหตุการณ์ช่วยเหลือทันท่วงที
   
เด็กชายเก่ง เป็นคนเดียวที่ไปวัดแล้วสามารถสวดมนต์ไหว้พระได้ตั้งแต่อายุเพียง ๑๑ ขวบ ครั้นอายุได้ ๑๒ ขวบ ก็ติดตามพี่ชายไปเป็นขโยม (เด็กวัด) ที่วัดชัยชนะ ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน มีโอกาส ได้เล่าเรียนและศึกษาสรรพวิชาจาก ครูบาจันทร์ติ๊บ ญาณวิลาโส อดีตเจ้าอาวาส ที่สืบทอดพุทธาคมสายตรงจาก ครูชาชุ่ม โพธิโก อดีตเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล (วังมุย)
     
ต่อมาได้เรียนอักขระพื้นเมืองที่ภาษาถิ่นเรียกว่า “ตั๋วเมือง” คนอื่นใช้เวลาเป็นเดือน ๆ แต่เด็กชายเก่งอ่านออกเขียนได้แค่ข้ามคืนเป็นที่กล่าวขานกันมาก ถึงขั้น ครูบาตั๋น หรือตุ๊ลุงตั๋น สมัยนั้นเป็นรองคณะอำเภอสารภีรูป ที่ ๔ และเป็นประธานศูนย์เผยแผ่พุทธศาสนา  ที่วัดหวลก๋าน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เดินทางมาพิสูจน์จนประจักษ์แก่สายตาเลยทีเดียว ซึ่งเด็กชายเก่งก็เรียนรู้ไสยเวทและคาถาอาคม  ต่าง ๆ ได้รวดเร็วเขียนอักขระเลขยันต์แทน ผู้เป็นอาจารย์ได้ ครูบาจันทร์ติ๊บ เอ่ยปากว่า  “เด็กผู้นี้มีวาสนาธรรมสูงยิ่งนัก เราขอตั้งชื่อว่า อริยชาติ หมายถึง ผู้ที่มีภพชาติอันเป็นอริยะนั่นเอง”
   
ครูบาอริยชาติ ยังได้สืบทอดวิชาทำ  กาสะท้อน ลงยันต์ตะกรุด เรียนยันต์เก้า    กลุ้ม เรียนใส่ตะกรุดสาลิกาเข้าตา โดดเด่นด้านเมตตามหานิยม จากครูบาวัดห้วยไซ ศึกษา    วิปัสสากัมมัฏฐานจากครูบาชัยวงศา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม และเคยไปศึกษาธรรมกับครูบาเทือง นาถสีโล
   
หลังเรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนวัดชัยชนะ ก็เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนสารภีวิทยาคม แต่เรียนถึงชั้น ม.๔ เด็กชายอริยชาติ ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๑    ณ วัดชัยมงคล ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน ขณะอายุ ๑๗ ปี มีพระครูภัทรปัญญาธร วัด ศรีสุพรรณ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูไพศาล ธรรมานุศิษย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระครูวัดเจดีย์ขาวเป็นพระกรรมวาจาจารย์ จากนั้น   ก็ออกธุดงค์โดยไม่บอกกล่าวผู้ใด เดินเท้าไป จ.แพร่ น่าน นอนตามป่าช้าบ้าง ข้างทางบ้าง เคยพบเจอสิ่งเหนือธรรมชาติก็หลายครั้ง รวมทั้งเคยแวะไปนมัสการพระพุทธบาทภูผาม่าน
   
ธุดงค์นาน ๘ เดือน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย บางครั้งก็รู้สึกกลัว แต่ท่านอธิษฐานจิตต่อฟ้าดินว่า “หากชีวิตนี้สิ้นลงก็ขอให้สิ้นในธงชัยพระพุทธเจ้า” ทำให้กล้าเผชิญอุปสรรคต่าง ๆ แม้อดข้าวอดน้ำจนอาพาธถึง ๑๒ วัน โชคดีชาวบ้านผ่านมาพบนำส่งโรงพยาบาลทันท่วงที
   
ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์และเข้มแข็ง ท่านยึดแนวปฏิบัติตามบูรพาจารย์ “นักบุญแห่งล้านนา” ครูบาเจ้าศรีวิชัยอย่างเคร่งครัด โดยการเข้านิโรธสมาบัติ เน้นธุดงควัตร ๑๓ ซึ่งท่านตั้งสัจจะอธิษฐานชั่วชีวิตจะเข้านิโรธฯแค่ ๙ ครั้ง ซึ่งปฏิบัติมาแล้ว ๘ ครั้ง อยู่ ๗ วันบ้าง ๙ วันบ้าง
     
ครูบาอริยชาติ ชอบช่วยเหลือคน พัฒนาพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ ทุน การศึกษา แก่เด็กยากไร้ จนลูกศิษย์นิมนต์ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดงสีมา ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ท่านทุ่มเทบูรณะวัดประมาณ ๓ ปี ก่อนตัดสินใจสร้าง “วัดแสงแก้วโพธิญาณ” ที่ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ชื่อวัดแปลว่า “ดอกบัวที่ผุดโผล่ขึ้นพ้นน้ำแล้วมีแสงสว่างเรืองรองเหมือนแสงแก้ว” ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจจากเห็นภาพลูกแก้วสว่างเรืองรองในนิมิต และภายหลังสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานนามใหม่ว่า “วัดพระธาตุแสงแก้วโพธิญาณ”
   
ปัจจุบันการก่อสร้าง วัดแสงแก้วโพธิ ญาณ หรือ วัดพระธาตุแสงแก้วโพธิญาณ รุดหน้าไปมาก วิหารหลวง พระอุโบสถ ศาลาแยกช่องไฟ หอระฆัง หอฉัน และศาสนสถานต่าง ๆ ใกล้เสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสร้าง  “ครูบาศรีวิชัย” เนื้อโลหะ หน้าตักกว้าง ๙ เมตร สูง ๑๒ เมตร ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก   ให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้บูชา ใช้งบประมาณหลายสิบล้านบาท
   
โดยทุนทรัพย์ได้จากการจัดสร้างวัตถุมงคลให้ผู้ศรัทธาเช่าบูชา ที่สร้างชื่อเสียงและโด่งดังไปไกลคือ “แม่นางกวักตุ้ย” และ “ดาบสะหรี๋กัญไชย” ซึ่งท่านได้เรียนการทำจากตำรายันต์ของ ครูบาชุ่ม โพธิโก ที่มอบให้ครูบาจันทร์ติ๊บ ตามตำนานเล่าว่า ตำราเล่มนี้ครูบาศรีวิชัยธุดงค์ไปพบที่ดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
   
นอกจากนี้ ครูบาอริยชาติ ยังใช้วิชา กาสะท้อน ปลุกเสกป้อง กันคุณไสย และอาถรรพณ์ ทุกประเภท ปลุกเสกวัตถุมงคลควบคู่ไปกับคาถานกยูงทองโมรปริตร ว่าดังนี้ “นะมัททุพุทธานัง นะมัททุโพธิยา นะโมภิมุททานัง นะโมภิมุตติยา นะมัททุพุทธานัง ความนอบน้อมของข้าพระพุทธเจ้าจงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย นะมัททุโพธิยา ความนอบน้อมของข้าพระพุทธเจ้าจงมีแด่พระสัมโพธิญาณทั้งหลาย นะโมภิมุททานัง ความนอบน้อมของข้าพระพุทธเจ้าจงมีแด่ท่านผู้หลุดพ้นทั้งหลาย นะโมภิมุตติยา ความนอบน้อมของข้าพระพุทธเจ้าจงมีแด่ผู้หลุดพ้นแล้ว แด่พระมุตติธรรมนั้น” โดยคาถาบทนี้โดดเด่นเมตตามหานิยม คุ้มครองป้องกันภัยสารพัด


อาราธนานัง รายงาน
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #98 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2010, 07:38:02 PM »

                                            
     “พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” ประเดิมด้วย “พระหายาก” จากเมืองเพชรบุรีที่สร้างด้วย “เนื้อตะกั่วสนิมแดง” ในยุค “ขอมเรืองอำนาจ” ที่เรียกว่า “พระเทริดขนนกกรุวัดค้างคาว” ขึ้นจากกรุเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ประมาณ ๑๐๐ องค์ เท่านั้น จึงหายากมาก “อาจารย์จัสติน รัตนมงคล” ผู้นิยมพระกรุนิมนต์มาเป็นสมบัติในราคาแพงเอาการ ---@@@--- องค์ที่สอง “พระกริ่งอาจารย์ไสว” ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ที่ วัดราชนัดดา เป็น “เนื้อนวโลหะ” และสร้างไว้น้อยจึงหายากอีกตระกูลจะหามาบูชาต้องสังเกต “ใต้ฐาน” ให้แม่น “ของแท้” การลง “จารอักขระ” ด้วยลายมือต้องงดงาม อย่างองค์นี้เจ้าของคือ “รักษ์ ศรีเกตุ”

---@@@--- องค์ถัดมานับว่าเป็น “เหรียญหลัก” ที่หายากตัวจริง ก็คือ “เหรียญหลวงปู่เอี่ยมวัดหนังหลังยันต์สี่พิมพ์สี่จุด” ส่วนที่ว่า หายาก ก็เพราะเป็น “เนื้อเงิน” ที่แม้จะผ่านการใช้มาบ้างแต่สภาพก็ยัง “ดูดี” ใครคิดจะนิมนต์ “ครอบครอง” ก็ต้องใช้ “เงินล้าน” ไม่เชื่อถามยอดนักซื้อมือทอง “รักษ์ ศรีเกตุ” ได้เลย ---@@@--- ส่วนเหรียญนี้นาน ๆ จะมี “ของแท้” ให้ชมจึงต้องนำมาเสนอ    “เหรียญรุ่นแรกพระพุทธสิหิงค์เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง” ที่วงการถือเป็นเหรียญอีกตระกูลที่ “หายาก” ตัวจริง “เสี่ยรักษ์ ศรีเกตุ” เลยต้องกัดฟันนิมนต์มาครอบครองพร้อมกับสององค์บนตามประสา “ผู้นิยมเหรียญ”

---@@@--- และเหรียญนี้นาน ๆ จึงจะมี “ของแท้” ให้ชมเช่นกัน จึงขอนำมาฝากแฟน ๆ ไว้ให้ดูเป็น “องค์ครู” ได้เลย นั่นคือ “เหรียญกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พิมพ์ข้าวหลามตัดเนื้อทองคำ” สร้าง    ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ในพระราชพิธีออกพระเมรุท้องสนามหลวง ปลุกเสกโดย “หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า” อดีต เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันราคาทะลุ “หลักล้าน” เพราะเป็นอีกเหรียญที่อยู่ในตระกูล  “หายากตัวจริง” ของ เทพ กำแพง ---@@@--- ลองหันมาชม “ของแปลก” ที่ “แท้ชัวร์” แถมมีนับองค์ได้และเรียกว่า “พระปิดตาลูกอมเนื้อเมฆสิทธิ์วัดอนงค์” จึงจัดภาพให้เห็นทั้งสามด้าน “หน้า-หลัง-ข้าง” จะได้รู้ของแท้เป็นเช่นนี้ฉะนั้นหากพบเจอ “อย่ามองข้าม” ก็แล้วกันเพราะราคาช่วงนี้ “แรงมาก” ของพระเอกนักซื้อมือทอง “อัครนันท์”

 ---@@@--- และแวะชม “เครื่องรางของขลัง” ที่น่าสนใจอีกชิ้น “ตะกรุดทองแดงอุดผงพรายกุมาร” ขนาดยาว ๕ นิ้ว ที่ “หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่” สร้างแจกเฉพาะ “ศิษย์สายตรง” ที่นักเหมาซื้อ “เทพ กำแพง” ไปเจอเข้าจึงเหมามาหลายชิ้นเลย ---@@@--- ส่วนเครื่องรางฯชิ้นนี้ “แปลกตา” เพราะเป็น เสือคาบหาง หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว สร้างขึ้นโดยใช้ “ไม้โพธิ์แกะ” เป็นเสือตัวใหญ่เพราะยาวประมาณ ๒ นิ้วครึ่ง แถม   “ทาชาด” ตรงดวงตาที่ความนัยของ “เสือคาบหาง” ก็คือเสือที่ “อิ่มอาหาร” จึงทำความสะอาดตัวเองใครมีเป็นสมบัติก็หมายถึง “มีกินมีอิ่ม” ไม่ขาดนั่นเองของ “ศัตรวุธ   เครื่องราง”

 ---@@@--- ชิ้นนี้ก็เป็นเสือตัวใหญ่ “เขี้ยวเสือแกะหลวงพ่อปานวัดคลองด่าน” นอกจากสภาพเดิม ๆ “ไม่ผ่านการใช้” แล้วเขี้ยวก็ยังดูง่ายเพราะ “เก่ามาก” อีกทั้งการลง “จารอักขระ” ก็ครบสูตร “หลวงพ่อปาน” ทุกประการ งาม ๆ แบบนี้เป็นของ “ศัตรวุธเครื่องราง”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 24, 2010, 08:00:34 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #99 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 12:19:47 AM »

ดูภาพใหญ่คลิกที่ภาพ
                        
“พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” ยังมี “พระยอดนิยม” ให้ชมไม่ขาดหาย วัน นี้ประเดิมด้วย “ยอดพระสายใต้” ที่ค่านิยมไม่มีตก “พระหลวงปู่ทวดวัดช้างให้เนื้อว่านพิมพ์ใหญ่กรรมการ” ที่สร้างโดย “พระครูวิสัยโสภณ” หรือ “พระอาจารย์ทิม” เมื่อปี ๒๔๙๗ --@@-- เพราะองค์นี้สภาพสวยมากระดับ   “แชมป์เรียกพี่” นอกจากไม่ผ่านการใช้แล้วยังผ่านการจับต้อง “น้อยมาก” เนื่องจากผู้ครอบครอง “นพ.สมยศ เจริญศักดิ์” อดีต “รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข” ชื่นชอบวัตถุมงคล “หลวงปู่ทวด” จึงเก็บรักษาดีมาก กว่า ๒๐ ปี แถมไม่ยอมโชว์ใครนอกจากที่ “เดลินิวส์” แห่งนี้แห่งเดียว --@@-- องค์ต่อมาเป็นของดีที่ “หายาก” เพราะเป็น “เหรียญทองคำลงยาข้างรัศมีหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ” ปี ๒๔๘๒ และจากที่เป็นเหรียญ “หายาก” แห่งสำนัก “วัดหนองโพ” ใครมีก็เลยหวง  แม้กระทั่ง “เรืองสิทธิ์พระเครื่อง” ที่ใช้เงิน “ร่วมล้าน” จึงได้มาครอบครอง  --@@-- ส่วนองค์นี้ “พระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์พิมพ์ปั้นลอยองค์” แม้ผิวจะลอกหลุดเพราะผ่านการสัมผัสแต่ก็คว้า    “แชมป์” จากงานประกวดที่ “ศรีราชา” มาแล้วของเสี่ยนักสะสม “ธนพล สุขเวสโก” ที่ชื่นชอบนำของดีล่ารางวัลอีกคน

--@@-- ส่วนองค์นี้นาน ๆ จึงจะเจอสักองค์ “พระบูชาหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี” ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว ที่ผู้รู้ระบุว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เสด็จฯ ทรงประกอบ พิธีเททองเมื่อปี ๒๕๒๔ (ก่อนหลวงปู่โต๊ะ ละสังขาร) ด้วยเนื้อ “ทองผสมลงรักปิดทอง” ส่วนจำนวนสร้างระบุว่า “เท่าสั่งจอง” ใครได้ครอบครองถือว่าโชคดีของ    “เสี่ยเล็ก ตั้งเจริญ” --@@-- และองค์นี้ราคาทะลุหลังคา “เมืองระยอง” ไปหลายลี้แถมราคา “ข้ามหน้า” พระกริ่ง “วัดสุ ทัศน์” อีกด้วยคือ  “พระกริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ก้นทองแดง” หมาย เลข ๑๙๗๔ ทั้งที่สร้างเมื่อปี ๒๕๑๗ แต่กว่าจะได้ครอบครอง “สมชาย วัดสิงห์” ต้องลงทุน     “หลายแสน” เลยละกัน --@@-- ยังเป็นที่นิยมของนักสะสม  “พระปิดตา” เหมือน เดิม “พระปิดตาปลดหนี้เนื้อเกสรหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี” ที่สร้างเมื่อปี ๒๕๒๑ องค์นี้สภาพดีแถมมี “ตะกรุดเงิน” บรรจุที่ใต้ฐานสองดอก “เสี่ยธนพล สุขเวสโก” จึงนิมนต์มาเป็นสมบัติส่วน จะนำ “ล่ารางวัล” หรือไม่ต้องติดตาม  

--@@-- ทางด้าน “เครื่องรางของขลัง” มีให้ชมสองชิ้น ชิ้นแรก “กุมารทองรุ่นแรก” ที่สร้างโดย “หลวงพ่อเต๋คงทองวัดสามง่ามนครปฐม” ด้วยเนื้อดิน “๗ ป่าช้า” แถมเป็น “รุ่นนิยม” ของ “เรืองสิทธิ์พระเครื่อง”   --@@-- ชิ้นที่สองเป็น “ยอดตะกรุด” เมืองกรุงเก่า “ตะกรุดสี่มหาอำนาจ” ที่   “หลวงพ่อเทียมวัดกษัตราธิราช” สร้างด้วย “เนื้อตะกั่ว” แล้วถักเชือกก่อน “ลงวานิช” เพื่อรักษาให้คงทนอดีตราคา “แรง” ทีเดียวเพราะ “เซียนกรุงเก่า” ผู้หนึ่งถูกโจร “ยิงซึ่งหน้า” เพื่อปล้นทรัพย์แต่ “กระสุนไม่ลั่น” เพราะแขวน “ตะกรุดรุ่นนี้” ไว้ที่เอว “นักซื้อมือทอง” ที่ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า “รักษ์ ศรีเกตุ” จึงไม่พลาดที่จะนำมาแขวนเอวอีกคน --@@-- พระใหม่วันนี้เป็นยอดพระเกจิฯ เมือง “ย่าโม” ที่บารมียังท่วมท้น “หลวงพ่อคูณวัดบ้านไร่” ล่าสุดอนุญาตให้ “ชมรมนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์นครราชสีมา” (กรรมการรุ่น ๕๓) จัดสร้าง “เหรียญหลวงพ่อคูณรูปไข่ครึ่งองค์หลังยันต์ดวง” ตอกโค้ดและหมายเลขทุกเหรียญ หารายได้ซื้อ “เครื่องมือแพทย์” เพื่อถวาย “หลวงพ่อคูณ” ที่นำมอบ “รพ.มหาราชนครราชสีมา” ไปแล้วเมื่อ ๒๔ ก.ย. ที่ผ่านมา  
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 01, 2010, 12:21:21 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #100 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2010, 03:32:02 PM »

'หลวงปู่เกลี้ยง'วัดเนินสุทธาวาส

ดูภาพใหญ่คลิกทีภาพ
            

หากเอ่ยถึง “วัดเก่าแก่” และ “อาคมขลัง” เข้าขั้นเอกอุอีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกก็ต้องนึกถึงวัดเนินสุทธาวาส ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี
    
วัดเนินสุทธาวาสแห่งนี้ นับได้ว่าเป็นศูนย์รวมใจพุทธศาสนิกชนมาช้านาน ด้วยความขลังแห่งสรรพวิชาอาคมแต่ครั้งอดีตกาล อันเป็นตำนานกล่าวขานถึงอดีตเกจิอาจารย์หลายรูป ตั้งแต่หลวงพ่อทอง และหลวงพ่อโต หรือพระอธิการโต ซึ่งวัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมจากแวดวงนักนิยมพระไม่เป็นรองสำนักไหนในชลบุรี
    
รายนามอดีตพระเกจิแห่งเมืองชลบุรีที่โดดเด่นมีหลายรูป ได้แก่ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลวงปู่ภู่ วัดนอก หลวงปู่เจียม วัดกำแพง หลวงพ่อครีพ วัดอุทยานนที (วัดสมถะ) หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกะเฌอ หลวงพ่อโต วัดเนินสุทธาวาส (วัดเนิน) หลวงปู่ศรี วัดอ่างศิลา เป็นต้น
    
ตามประวัติวัดเนินสุทธาวาส (วัดเนิน) เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองชลบุรีมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ตั้งอยู่บนเนินสูง จึงเป็นเหตุให้เดิมเรียกว่า     “วัดเนิน” ตั้งแต่นั้นมา
    
จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ระบุว่า คราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงรวบรวมไพร่พลฝ่าวงล้อมของข้าศึกไปตั้งฐานที่มั่นที่เมืองจันทบุรีนั้น ระหว่างทางทรงแวะประทับแรมที่วัดอินทาราม จ.ชลบุรี ซึ่งต่อมาเรียกว่า “วัดใหญ่อินทาราม” ทรงนิมนต์หลวงพ่อทองเจ้าอาวาสวัดเนิน (ชื่อวัดเดิมขณะนั้น) ร่วมไปในกองทัพด้วย โดยหลวงพ่อทองนั้นเลื่องลือเรื่องวิชาอาคมแก่กล้า เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในภาคตะวันออก
    
เรื่องเล่าข้างต้นสอดคล้องกับหลักฐานทางโบราณคดี ที่ปรากฏเป็นหลักฐานภายในวัดคือ พระอุโบสถหลังเก่า ที่มีลักษณะแอ่นโค้ง แบบท้องสำเภา ซึ่งเป็นรูปแบบนิยมแพร่หลายในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สันนิษฐานว่า “วัดเนิน” น่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ทางการเพิ่มคำว่า “สุทธาวาส” ต่อท้ายชื่อเดิม จนกลายเป็นชื่อ “วัดเนินสุทธาวาส” จนปัจจุบัน
    
ใน พ.ศ. ๒๔๓๖ พระอธิการโต อดีตเจ้า อาวาส พระเกจิอาจารย์ชื่อดังได้ก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่และเปลี่ยนจากผนังไม้เป็นก่ออิฐถือปูน ก่อนจะบูรณะอีกครั้งใน พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยท่านพระครู    พิศิษฐชโลปการ (หลวงปู่เกลี้ยง) เจ้าอาวาสปัจจุบัน ผู้สืบสานวิชาจากหลวงพ่อโต อดีตเกจิชื่อดัง
    
ในฐานะผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ จากพระอาจารย์ ทำให้ชื่อเสียงของ พระครูพิศิษฐชโลปการ (หลวงปู่เกลี้ยง) เป็นที่รู้จักคุ้นเคยของผู้ศรัทธาในภาคตะวันออกเช่นเดียวกัน
    
หลวงปู่เกลี้ยง เดิมชื่อ เกลี้ยง นามสกุล สุทธิพงศ์ บิดาชื่อ นายเปล่ง มารดาชื่อ นาง เนียม เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๑ ที่บ้านหมู่ ๑๐ ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี มีพี่น้องร่วมอุทร ๓ คน ท่านเป็นคนที่ ๒
    
ในวัยเยาว์ท่านไปอาศัยอยู่กับคุณตาคุณยายที่บ้านหนองข้างคอกจนอายุได้ ๘ ขวบ ก็ย้ายไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าที่บ้านหัวฝาด ต.บ้านสวน พ.ศ. ๒๔๗๐ ก็เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดเนิน เรียนอยู่ประมาณ ๒ ปี ก็ย้ายกลับไปอยู่กับคุณตาคุณยาย และเรียนหนังสือที่วัดผาสุการาม
    
ขณะท่านอายุได้เพียง ๑๔ ปี มารดาก็เสียชีวิตลง จึงบรรพชาเป็นสามเณรหรือบวชหน้าศพอุทิศผลบุญให้บุพการีเป็นเวลา ๗ วัน เมื่อครบกำหนดก็ลาสิกขาไปช่วยบิดาทำนาและเรียนหนังสือต่อ จนอายุ ๑๕ ปี ขณะอยู่ชั้นประถมปีที่ ๓ อายุได้ ๑๗ ปี ก็ออกและย้ายไปอยู่ใน ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี
    
ครั้นอายุครบ ๒๑ ปีบริบูรณ์ หลังไปเกณฑ์ทหารแล้วโยมบิดาก็ให้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดเนินสุทธาวาส (วัดเนิน) ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๘๒ โดยมีพระครูศรีสัตยาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดต้นสน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการสัน ธัมฺมสโร เจ้าอาวาสวัดเนินสุทธาวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสรวุฒิสมาจารย์ เป็นอนุสาวนาจารย์ แล้วจำพรรษาอยู่วัดแห่งนี้ ได้รับฉายาว่า “มนุญโญ”

อุปสมบทได้ ๕ พรรษา พระอธิการสัน ลาสิกขา คณะสงฆ์จึงแต่งตั้งให้ พระเกลี้ยง (หลวงปู่เกลี้ยง) เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเนินสุทธาวาสนาน ๑ ปี จนกระทั่งวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเนินสุทธาวาสจนปัจจุบัน
    
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ขณะหลวงปู่     เกลี้ยงเดินธุดงค์เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานที่เขา  พงพราน ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี    นั่งสมาธิ นิมิตเห็น    เทพยดามาบอกท่านว่า    “สถานที่แห่งนี้ภายภาคหน้าจะเป็นที่สำคัญของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา” โดยมอบหมายให้ท่านดำเนินการก่อสร้าง จึงสร้างสำนักปฏิบัติธรรมขึ้นมา ชื่อว่า “สวนป่านันทวันอาศรม” และสร้างมหาธาตุเจดีย์ขนาดใหญ่ดุจดั่งเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย ประดิษฐานไว้เป็นอนุสติ น้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย
    
ตลอดชีวิตตั้งแต่วัยหนุ่มจนสิริอายุ ๙๓ ปี หลวงปู่เกลี้ยง ทุ่มเทและพัฒนาสร้างความเจริญ  รุ่งเรืองให้วัดเนินสุทธาวาสและศาสนสถานอื่น ๆ อันเป็นที่สืบสานพระพุทธศาสนาเรื่อยมาโดยไม่เคยบ่นหรือแสดงความท้อถอย เป็นสาเหตุสำคัญให้ญาติโยมศรัทธาและเคารพนับถือท่านเป็นจำนวนมาก
    
หลวงปู่เกลี้ยง เคยสร้างวัตถุมงคล รายได้ ทั้งหมดนำไปพัฒนาท้องถิ่น สร้างความเจริญให้แก่วัดเนินสุทธาวาส ได้รับความนิยมมาก ๆ คือหนุมาน พระปิดตา เหรียญ โดยท่านสร้างตามตำรับ หลวงพ่อโต อดีตเกจิดังและอดีตเจ้าอาวาส อีกทั้งท่านมีศักดิ์เป็นเหลน ของหลวงพ่อโตด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความศรัทธาเพิ่มพูนทวีคูณ
    
ท่านเคยสร้างพระกริ่งวชิรญาณ และเหรียญหนุมานแปดเหลี่ยมแปดกร ผู้เช่าบูชาล้วนประสบพบเจอประสบการณ์มากมายเหลือคณานับ โดยเฉพาะด้านคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาดจากอันตราย จนลูกศิษย์ต่างเสาะหาวัตถุมงคลรุ่นนี้กันทั่วสารทิศ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2010, 03:34:26 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #101 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2010, 10:27:27 AM »

                                           

--@@-- “พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น “องค์ครู” วันนี้ประเดิมด้วย “พระกรุเนื้อดิน” แห่งเมืองลพบุรี “พระหลวงพ่อหมอกรุวัดมหากัณฑ์” ที่สร้างในสมัย “ลพบุรียุคต้น” พุทธลักษณะเป็นแบบ “ผมหวีนั่งสมาธิในซุ้ม” --@@--  ส่วนเหตุที่เรียก “พระหมอ” ก็เพราะบน   “พระหัตถ์ขวา” (มือขวา) มี “เม็ดยา” ที่     “เซียนโบราณ” เชื่อว่าพุทธคุณดีด้านรักษา “โรคภัยไข้เจ็บ” องค์นี้สภาพงามระดับ    “แชมป์” ของเซียนมือใหม่ใจถึง “อ.จัสติน รัตนมงคล” ผู้หยั่งรู้โชคชะตามนุษย์     “ดีหรือร้าย” เพราะทายแม่นจริง ๆ --@@-- อีกองค์ ที่เป็นสมบัติของ “อ.จัสติน รัตนมงคล” แถมเป็นพระหายากที่แทบจะ   กลายเป็น “พระในตำนาน” อีกตระกูล   “พระขุนแผนใบพุทรา” ยอดพระกรุเนื้อดินที่ขึ้นจากกรุ “วัดใหญ่ไชยมงคลอยุธยา” และตำนานขานว่า “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทรงสร้างขึ้นพร้อม ๆ กับ “พระขุนแผนเคลือบ” เมื่อร่วมสี่ร้อยปีมาแล้ว  ปัจจุบันตามสนามพระทั่วไป ไม่มีให้เห็นเลย --@@-- ชมพระ  กรุอายุมากแล้วชม   “เหรียญหลักล้าน” เสริมทักษะบ้างเพราะไม่มีให้เห็นบ่อยนัก “เหรียญหลวงพ่อโสธร พิมพ์กรรมการ” ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ด้วย “เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง” องค์นี้ “กะ ไหล่ทอง” ยังอยู่ครบ เพราะไม่ผ่านการใช้จึงสวยมากค่านิยมจึงพุ่ง “ทะลุล้าน” ของเซียนเมืองแปดริ้ว “ณรงค์ วงษ์สวัสดิ์” ที่สุดหวงไม่แพ้คน     ที่บ้านเลย

--@@-- อีกเหรียญที่ต้อง ให้ชมคือ “เหรียญพระอาจารย์มั่น” (ภูริทตฺตเถร) และ “พระอาจารย์เสาร์” (กนฺตสีลเถร) ที่เรียกว่า “เหรียญยันต์แปดรุ่นแรก” โดย “วัดบูรพา จ.อุบลราชธานี” จัดสร้างเมื่อ  ปี ๒๔๙๐ ปัจจุบัน สุดหายากเพราะเป็นเหรียญยอดนิยม “อันดับหนึ่ง” ของ “แม่ทัพธรรมแห่งอีสาน” สวยมากยิ่งแพงมากสมบัติของ “ต้น ท่าพระจันทร์” --@@-- เหรียญนี้ยิ่งต้องให้ชม “เหรียญทองคำพระสังวรพิมลเถร” หรือ “หลวงปู่โต๊ะรุ่นพัด   ยศใหญ่” ที่ “วัดประดู่ฉิมพลี” เฉพาะเนื้อทองคำ สร้างไว้เพียง ๔๙ เหรียญ เมื่อปี ๒๕๑๖ ความนิยมจึงไม่ต้องพูด ถึง “ศิษย์วัดประดู่ฉิมพลี” ทุกคนหวงหมดเพราะ “เนื้อทองคำ” สร้างน้อยเฉพาะผู้สั่งจองใคร มีจึงหวงมาก รวมทั้ง “ต้น ท่าพระจันทร์” หวงสุด ๆ อีกคน  --@@-- ส่วนองค์นี้เป็น   “พระอมตะ” ตระกูล “หลวงปู่ทวดพิมพ์เตารีดใหญ่เนื้อนวโลหะ” ที่จัดสร้างโดย “พระ องค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร” (เสด็จองค์ชายกลาง) เมื่อปี ๒๕๐๕ ปัจจุบันค่านิยมสูงมาก ยิ่งเป็น “เนื้อนวโลหะ” อย่างองค์นี้ยิ่งแรงมากเพราะ “สร้างน้อย” กว่าเนื้ออื่น ๆ องค์นี้สภาพสวยมากของ   “สมบัติ พันธุ์ทิพย์”


--@@-- หันมาชมวัตถุมงคลราคาแพงแห่ง “ภาคเหนือ” ที่เซียนเมืองเหนือนิยมกันประเดิมด้วย “พระรูป  เหมือนหลวงพ่อวัดดอนตัน” ขนาดบูชา ๕ นิ้ว ที่จัดสร้างโดย “วัดศิลามงคล” ด้วย       “เนื้อทองเหลืองรมดำ” เพียง ๑๙ องค์ เมื่อปี ๒๕๑๙ จะหามาบูชาก็ต้องใช้เงินด้วย   ตัวเลข “หกหลัก” จึงมีสิทธิครับท่าน ของ “สน เมืองน่าน”  --@@-- ชมพระบูชาแล้วก็ต้องให้ชม “เหรียญหลวงพ่อวัดดอนตัน” ควบคู่ไปด้วยจึง จะครบเครื่องเพราะเป็น “เหรียญรุ่นแรก” ที่ “วัดท่าวังผา จ.น่าน” จัดสร้างเมื่อปี ๒๕๑๔ ด้วย “เนื้อทองแดงกะไหล่  ทอง” ของ “สน เมืองน่าน” เช่นกัน --@@-- ส่วนเหรียญนี้ราคาขยับปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามความหายาก “เหรียญครูบานันตาวัดทุ่งม่านใต้ จ.ลำปาง” ที่สร้างเมื่อปี ๒๕๐๖ หาก “กะไหล่ทอง” ยังอยู่ครบและเป็น    “พิมพ์สระโอตัน” อย่างเหรียญนี้ของ “สน เมืองน่าน” ตัวเลขต่ำกว่า “หกหลัก” หมด สิทธิได้บูชาชัวร์  

--@@-- และ “ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ” ที่ได้รับความนิยม “อันดับหนึ่ง” ก็ต้องตะกรุดที่สร้างโดย “หลวงปู่นาควัดอรุณ” ซึ่งแต่เดิมตะกรุดดอกนี้มีการ “ถักเชือก” แต่เพราะความเก่าของตะกรุดที่อายุ กว่าร้อยปี เชือกจึงขาดหลุดไป เจ้าของ “อัครนันท์” เลยนิมนต์ให้อยู่ในตลับทองเพราะดอกนี้ “ดูง่าย” ความเก่าของหนังหน้าผากเสือ “ฟ้องในตัว” ดีมากเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 08, 2010, 10:39:05 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #102 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2010, 11:43:46 AM »


หลวงปู่เขียว วัดห้วยเงาะ (เทพเจ้าฝ่ายบู๊แห่งลังกาสุกะ)

       

พระครูอนุศาสน์กิจจาทร หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หลวงปู่เขียว วัดห้วยเงาะ” ซึ่งชาวบ้านแถบพื้นที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า “ตาหลวง” หรือ “ตาหลวงเขียว” ท่านเปรียบเสมือนร่มโพธิ์    ร่มไทรของชาวปักษ์ใต้  ถึงขั้นขนานนามท่านว่าเป็น “เทพเจ้าฝ่ายบู๊แห่งลังกาสุกะ”  
    
วัตถุมงคลตลอดจนเครื่องรางของขลังที่ปลุกเสกโดยหลวงปู่เขียว เชื่อกันว่า มีประสบการณ์มากมายทั้งมหาอุด แคล้วคลาด เมตตามหานิยม ร่ำลือไปทั่วทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สมัยที่ท่านพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ จ.ปัตตานี สร้างพระหลวงปู่ทวด เนื้อว่านรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ หลวงปู่เขียวได้ไปช่วยตำว่านยาต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังร่วมปลุกเสกพระหลวงปู่ทวดครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ กับพระคณาจารย์หลายท่าน
    
หากวัดช้างให้มีพิธีปลุกเสกหลวงปู่ทวด ก็จะนิมนต์หลวงปู่เขียวเป็นประธาน โดยส่วนใหญ่ นอกจากนี้ท่านยังเป็นพระภิกษุที่ปลุกเสกเดี่ยวภายในอุโบสถวัดช้างให้ จึงนับได้ว่า หลวงปู่เขียวเป็นพระคณาจารย์ที่มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งโดยตรง สามารถติดต่อ และสื่อกับหลวงปู่ทวดได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงพระคณาจารย์สายตรงหลวงปู่ทวด  ที่มีอาคมขลังและแก่กล้าในพลังจิต  
ดังนั้น ในการปลุกเสกพระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดต่าง ๆ ในประเทศ มักนิมนต์ท่านเป็นประธานจุดเทียนชัยและนั่งอธิษฐานจิตปลุกเสกเสมอ

ที่สำคัญ หลวงปู่เขียวยังมีวิชาอื่น ๆ อีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือวิชา “ลงเลขอักขระหัวใจเรือ” โดยเจ้าของเรือมักจะนิมนต์ให้ท่านไปเจิม และลงเลขอักขระหัวใจเรือ ก่อนที่จะนำเรือออกวิ่งในท้องทะเล
    
หลวงปู่เขียวท่านเป็นพระสงฆ์ที่มัธยัสถ์ อดออม และรักสันโดษ ชอบการอ่าน หมั่นศึกษาหาความรู้ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านกฎหมายบ้านเมือง การเกษตรกรรม โหราศาสตร์ สมุนไพรกลางบ้าน รวมถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในอันที่จะนำไปสงเคราะห์ผู้อื่นได้  ท่านมีเมตตาสูงกับเหล่าศิษย์ และผู้ที่ไปขอให้ท่านเสกเป่าบรรเทาทุกข์ แก้ไขสิ่งที่ขัดข้อง     ในชีวิต ท่านจะเมตตาเสมอเหมือนกันหมด ไม่ว่ายากดีมีจนมาจากไหน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ โดยไม่แบ่งแยกไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด              เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๒ พระปลัดอุดม อริโย เจ้าอาวาสวัดห้วยเงาะ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รูปปัจจุบัน พระนักพัฒนาซึ่งเป็นที่เคารพรักใคร่ของชาวบ้าน ได้เล็งเห็นว่า หลวงปู่เขียวซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านนั้น มีวิชา “เรียกทรัพย์ รับทรัพย์ ลงเลขอักขระหัวใจเรือ” จึงจัดสร้างวัตถุมงคล “เรือสำเภารับทรัพย์” เป็นรูปจำลองของเรือสำเภา โดยมอบหมายให้ “ร้านสำเภาบุญ” เป็นผู้ติดต่อควบคุมงานการจัดสร้าง ทั้งนี้ การจัดสร้างเรือสำเภาต้องใช้ระยะเวลานาน และช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก
    
ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลา ๗-๘ เดือนในการจัดสร้าง ทำให้ชาวบ้านกลุ่ม อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และกลุ่มเยาวชน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สำนึกในบุญคุณของพระปลัดอุดม อริโย ที่ให้งานทำ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี มีงานเข้ามาน้อย ทุกคนจึงทุ่มเท และตั้งใจสร้างเรือจำลองด้วยความประณีต ถูกหลักศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย และเติมหัวใจเข้าไปในการสร้างเรือแต่ละลำ จึงนับว่าเรือสำเภารับทรัพย์วัดห้วยเงาะมีความสวยงามศักดิ์สิทธิ์ นับตั้ง แต่การจัดสร้างและปลุกเสกในอุโบสถ โดยหลวงปู่เขียว วัดห้วยเงาะ      
    
พร้อมกันนั้น ได้จัดสร้างเหรียญหลวงปู่ทวด หลังหลวงปู่เขียว วัดห้วยเงาะ “รุ่นเจริญพร ๘๒” โดยการนำพิมพ์ “เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์วัดทรายขาว” มาเป็นแบบข้างหน้า หลังเหรียญ      เจริญพร ๘๒ หลวงปู่เขียว ทำให้ชาวบ้านเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า “เหรียญเลื่อนเจริญพร” ซึ่งในอดีตพระอาจารย์นองกับหลวงปู่เขียวเป็นสหธรรมิก   ที่สนิทสนมกันมาก งานปลุกเสกพระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดทรายขาว มักนิมนต์หลวงปู่เขียวไปร่วมอธิษฐานจิตเสมอ  
    
ตัวเหรียญผลิตโดยโรงงาน “ช่างตุ้ม” ที่มีฝีมือประสบการณ์ยาวนาน ทำให้เหรียญรุ่นนี้มีความเหมือนจริง มีความคมชัด และสวยงาม   อย่างมาก ส่วนหนึ่งของเหรียญนำไปสมนาคุณแก่ผู้ที่สั่งจองบูชาเรือ และช่วยงานองค์กฐิน  ประจำปี ๒๕๕๓ วัดห้วยเงาะ                   วัตถุมงคลรุ่นนี้พ่อท่านเขียวได้ประกอบ   พิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวอย่างเข้มขลังเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ตรงกับวันขึ้น ๓ ค่ำเดือน ๙ มีการจัดพิธีบายศรีอย่างถูกต้อง มีพิธีพราหมณ์บอกกล่าวต่อฟ้าดินเทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และองค์หลวงปู่ทวด โดยเปิดอุโบสถวัดห้วยเงาะ จัดพิธีกรรม พระปลัดอุดม เป็นเจ้าพิธี มีพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา หลวงปู่เขียวจุดเทียนชัยและนั่งอธิษฐานจิตเป็นเวลานานจนกระทั่งดับเทียนชัย  
    
นับว่า “เหรียญรุ่นเจริญพร ๘๒” ประกอบพิธีกรรมถูกต้องตามหลักโบราณจารย์ตามเจตนารมณ์ที่ขอต่อองค์หลวงปู่ทวดว่า “ขอให้เหรียญรุ่นนี้ คุ้มครองปกป้องให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง และให้กิจการงานรุ่งเรือง มีโชคมีลาภ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงด้วยเทอญ”  
    
ล่าสุด วัตถุมงคลรุ่นนี้ได้มีประสบการณ์ขึ้นแล้ว โดยเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นไม่นานมานี้ เมื่อชายคนหนึ่งขับรถกระบะนำเรือสำเภา   รับทรัพย์ของหลวงปู่เขียวที่เขาจองไว้จำนวน ๘ ลำ เพื่อไปส่งให้เจ้านายที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ในช่วงที่ขับรถนั้นมีฝนตกหนักมากจนมองทางแทบไม่เห็น ในใจของเขาคิดอยู่ตลอดว่า น่าจะต้องมีอุบัติเหตุแน่ ๆ แต่ไม่ได้สังหรณ์ใจว่าจะเกิดกับตนเอง
    
ในตอนนั้นมีรถกระบะคันหนึ่งอยู่ข้างหน้ารถของเขา วิ่งด้วยความเร็วประมาณ ๗๐ กม.ต่อชั่วโมง  จึงตั้งใจว่าจะแซงเพื่อรีบไป จึงเปลี่ยนเกียร์เหยียบคันเร่งเต็มที่ แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อมีรถวิ่งออกมาจากซอยที่อยู่ทางด้านขวา เขาได้กะพริบไฟเตือน ๒-๓ ครั้ง เพื่อให้คนขับรถคันนั้นรู้ตัว
    
แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ เพราะรถคันนั้นไม่ยอมหยุดรถ เหมือนมองไม่เห็นว่ารถของเขากำลังแซงขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจเบรกกะทันหัน แล้วหักเลี้ยวพวงมาลัยจนกระจกข้างที่ใช้มองหลังไปกระแทกกับบังโคลนหน้ารถคู่กรณี โดยหักหลบจากเลนขวามาเลนซ้ายจนพ้นแล้วเลยไปหยุดห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ ๓๐ เมตร  ในตอนที่เบรกนั้น เขาบอกว่า เหมือนมีคนมาบอกว่าให้หลบให้พ้น ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นเชื่อว่า เป็นเพราะบารมีของหลวงปู่เขียวที่ท่านปลุกเสกเครื่องรางสำเภาที่เขาบรรทุกมา
    
แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่หลายคนที่ได้ยินได้ฟังต่างเชื่อว่า  บารมีความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เขียวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่รุนแรงถึงขั้นเสียเลือดเนื้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2010, 12:46:15 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #103 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2010, 02:37:51 PM »


            

“พระแท้พระสวย” ที่นำเป็น   “องค์ครู” องค์แรก  “พระกริ่งธรรมโกษา จารย์เนื้อนวโลหะ” ที่ “สมเด็จพระสังฆ ราชแพวัดสุทัศน์” สร้างเมื่อปี ๒๔๕๔ ขณะครองสมณศักดิ์ ที่ “พระธรรมษาจารย์” ซึ่งการสร้างพระกริ่งในสมัยนั้น “ยุ่งยากมาก” จึง   สร้างน้อยองค์มาถึงวันนี้จึงเป็น “ของหายาก” ที่ค่านิยมสูงมากจึงขอขอบคุณเจ้าของ      “บัณฑิต จึงตระกูล” ที่ส่งภาพมาให้ชมกัน

@@ องค์ต่อมาก็หายากเช่นกันเพราะเป็น  “พระกริ่ง จ.ป.ร. เนื้อทองคำ” ที่ “วัดราชบพิธฯ” สร้างในวาระที่วัดมีอายุ “ครบร้อยปี” เมื่อปี ๒๕๑๕ และจากที่ “พระบาท  สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล    ที่ ๕” ทรงสถาปนาวัดแห่งนี้จึงอัญเชิญ พระปรมาภิไธย “จ.ป.ร.” ประดับไว้ที่ด้านหลังของ “อัครนันท์” ที่ยังคงความเป็น     “นักซื้อมือทอง” คงเส้นคงวา @@ อีกองค์ที่เป็น “พระกริ่งเนื้อทองคำ” ที่ “หลวงพ่อม่นวัดเนินตามาก” เกจิอาจารย์รูปสำคัญ อีกรูปของ จ.ชลบุรี สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๗ ปัจจุบัน “เซียนเมือง ชลบุรี” หันมานิยมเพราะราคายัง “ไม่แรง” แล้ว “หลวงพ่อม่น” ก็เป็นเกจิฯ เรืองวิชา จึงมีศิษย์เต็มเมืองเช่นกัน ของ “นันต์ ท่าพระจันทร์”

@@ อีก องค์ที่เป็นเนื้อทองคำ “เหรียญหลวงพ่อคงวัดวังสรรพรส” ด้าน หลัง “พระไพรีพินาศลายเส้น” ประทับนั่งบน “เสือเผ่น” สร้างเมื่อปี ๒๕๒๑ ขณะนี้ “เซียนเมืองจันทบุรี” นิยมมากเพราะ “หลวง พ่อคง” เป็นยอดเกจิฯ อาคมขลัง ของเมืองจันท์ “เหรียญรุ่นแรก” ของท่านราคาจึง  พุ่งยิ่งกว่าจรวด “นันต์ ท่าพระจันทร์” เลยหันมาบูชารุ่นนี้แทนเพราะราคายังเยาวชน @@ รุ่นนี้ก็นิยมมากแล้ว “พระกริ่งแก้วปฏิมากรรุ่นแรกเนื้อนวโลหะ” ที่ “หลวงพ่อเกษมเขมโกสุสานไตรลักษณ์ลำปาง” สร้างเมื่อปี ๒๕๑๔ โดยนำ “พระกริ่ง    ก้นถ้วยวัดสุทัศน์” มาเป็นแม่แบบใต้ฐาน  จึงเป็น “ก้นถ้วย” เหมือนของวัดสุทัศน์   “นันต์ ท่าพระจันทร์” ก็เลยหันมาเก็บ   อีกรุ่นเพราะราคา “ยังไม่แรงมาก” นั่นแล  

@@ ส่วนองค์นี้เป็น “องค์ทีเด็ด” ประจำวันเพราะเป็น “รูปหล่อเนื้อทองผสมหลวงพ่อคล้ายก้นอุพิมพ์ต้อใหญ่” หรือ “พิมพ์สังฆาฏิ” สร้างเมื่อปี ๒๕๐๗ ที่ “เซียน ภาคใต้” ถือเป็น “พิมพ์นิยม” ต้องใช้  เงิน “กว่าแสนบาท” จึงมีสิทธิได้ครอบ ครอง “สวยมากแพงมาก” อย่างองค์นี้แต่เดิมจำพรรษาอยู่ เชียงใหม่ นักซื้อมือทอง “อัครนันท์” จึงบินไปนิมนต์มาครอบครองเมื่อวานซืนนี้เอง @@ และองค์นี้ก็ดูง่ายสบายตา “หลวงพ่อทวดเนื้อว่านพิมพ์ใหญ่ ปี ๙๗” แม้จะผ่านการใช้มาโชกโชนแต่เจ้าของ “บัณฑิต จึงตระกูล” ก็ใช้อย่างทะนุถนอมสภาพก็เลยยังดูดีเหมาะกับการเป็น  “องค์ครู” อีกองค์

@@ เปิดกรุอีกครั้ง     “พระครูพิมลสรภาน” ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศน์ เปิดกรุของดีที่มีทั้ง “สมเด็จทรง  ไกเซอร์” ที่สร้างเมื่อปี ๒๔๙๕ และยอดเหรียญเมืองไทย “เหรียญไพรีพินาศหลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราชพิมพ์เสมา” ที่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงสร้างเพื่อพระราชทาน “ทหาร-ตำรวจ-อาสาสมัครรักษาดินแดน” ด้วยเนื้อ “โลหะผสม” เมื่อปี ๒๕๑๙  

@@ ส่วน พระราชพิธีพุทธาภิเษก มีขึ้น ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ที่บรรดา “เซียนเหรียญ” ตั้งชื่อตาม “ความสำคัญ” ของ พิธีสร้างว่า “เหรียญหนึ่งในสยาม” หรือ   “เหรียญกำลังแผ่นดิน” ปัจจุบันตาม “สนาม พระ” ไม่มีให้พบเห็นเพราะ “ผู้รู้จริง” เก็บกันหมดซึ่ง “พระครูพิมลสรภาน” เก็บไว้จำนวนหนึ่ง จึงเปิดให้ผู้สนใจบูชาเพื่อ ร่วมการกุศล นำรายได้ช่วย “ผู้ประสบภัยน้ำท่วม” สอบถามที่ ๐๘-๕๙๕๔-๕๖๐๘ และ ๐๘-๓๙๗๙-๙๘๔๐

@@ จัดพิธีพุทธาภิเษก ๑๖ พ.ย.นี้ “พระรูปเหมือนปั๊มรุ่นแรกสมเด็จพระญาณสังวรฯ” และ “เหรียญสมเด็จพระญาณสังวรฯ พิมพ์เตารีดกรรมการเนื้อสัตโลหะ” ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร โดย “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์” ประธานจุดเทียนชัยสอบถามที่ ๐-๒๒๘๑-๖๔๑๓ และ ๐๘-๖๙๗๓-๔๐๐๖ เพราะกำหนดรับพระ ๒๐ พ.ย. เป็นต้นไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2010, 02:40:20 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24928


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #104 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 11:54:05 AM »


หลวงปู่เปลื้อง "อริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน (20-11-53)

         

หากเอ่ยชื่อ พระครูนิวิฐธรรมสาร น้อยคนอาจไม่คุ้นเคยเท่าใดนัก แต่ถ้าเฉลยว่าท่านคือ หลวงปู่เปลื้อง จตฺตลฺโล พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแห่งเมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ แล้วละก็ เชื่อว่าญาติโยมและผู้ศรัทธาจะต้องรู้จักเป็นอย่างดี
   
หลวงปู่เปลื้อง เป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่อายุยืนยาวถึง ๑๐๘ ปี ได้รับการขนานนามว่า “อริยสงฆ์ ๕ แผ่นดิน” เป็นที่เคารพนับถือของญาติโยมและพุทธศาสนิกชนมาช้านาน ด้วยจริยวัตรอันงดงามและวัตรปฏิบัติอันเรียบง่าย มักน้อย พูดน้อย และถ่อมตน จัดว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของท่าน
   

พระครูนิวิฐธรรมสาร หรือ หลวงปู่เปลื้อง คือ อดีตเจ้าคณะอำเภอกิตติมศักดิ์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เป็นพระเถราจารย์ที่อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์นานถึง ๘๘ พรรษา
   
อัตโนประวัติของท่าน นามเดิมชื่อ เปลื้อง นามสกุล แย้มสุข โยมบิดาชื่อ นายท้วม มารดาชื่อ นางสงวน ถือกำเนิดที่บ้านท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๕ ตรงกับวันอังคารขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖   ปีขาล เป็นบุตรชายคนที่ ๒ ของครอบครัว    มีพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ๑๐ คน
   
ครั้นอายุได้ ๙ ขวบ ในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ โยมมารดาพาไปฝากเรียนหนังสือกับ พระอาจารย์เลียบ วัดโรงช้าง อายุ ๑๕ ปีก็บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดทุ่งแก้ว หมั่นเล่าเรียน อ่านเขียน ท่องจำมูลกัจจาย และธรรมบทจนเจนจบครบถ้วน ในปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า “จตฺตลฺโล”
   
ด้วยความสนใจใฝ่รู้ หลวงปู่สอบเปรียญ ๔ ประโยคได้ในเวลาไม่นานนัก ในสมัยล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๖ ถูกส่งมาเป็นครูสอนและจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมที่ อ.ท่าตะโก จ.นคร สวรรค์ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอชั้นเอกจากล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๗
   
ในวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ประจำ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น “พระครูนิวิฐธรรมสาร” ขณะอายุเพียง ๓๑ ปี
   
ตั้งแต่วัยเยาว์จวบจนวัยหนุ่ม หลวงปู่เปลื้อง ไม่ไช่เพียงเล่าเรียนปริยัติธรรมอย่างเดียว ท่านยังสนใจศึกษาสรรพวิชาหลากหลายแขนง รวมทั้งเวทมนตร์คาถาสารพัด เคยดั้นด้นไปฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านพระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท อดีตพระอมตเถราจารย์แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่ศุขขนาดลง “นะฤาชา” ให้กลางกระหม่อมและลงคาถา “พระพุทธเจ้าม้วนโลก” ที่มือทั้ง ๒ ข้าง และฝากฝังให้สืบทอดพระศาสนาตลอดชั่วอายุขัย
   
นอกจากนี้ หลวงปู่ ไปเรียนวิชากับ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวร วิหาร สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) วัดเทพศิรินทราวาส หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร หลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน จนหลวงพ่อพวงมรณภาพ ชาวบ้านก็ขนานนามหลวงปู่เปลื้องว่า “หลวงพ่อพวง ๒” รวมทั้งยังไปศึกษาความรู้เพิ่มเติมจาก พระครูนิวาสธรรม ขันธ์ (หลวงพ่อเดิม) วัดหนองโพ เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว
   
ตลอดชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์ พระครูนิวิฐธรรมสาร หรือ หลวงปู่เปลื้อง อุทิศตนและเสียสละทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตั้งแต่เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านทำพิธีอุปสมบทให้พระภิกษุรุ่นลูกรุ่นหลานมาแล้วนับหมื่นรูป ปลุกเสกวัตถุมงคลหาทุนพัฒนาวัดและท้องถิ่น โดยรุ่นสุดท้ายของท่านคือ “รุ่นเจริญสุข” ที่คณะศิษย์และวัดลาดยาวจัดสร้างขึ้นในวาระครบ ๙ รอบ สิริอายุ ๑๐๘ ปี มหามงคล ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
   
วัตถุมงคลชุดนี้ประกอบด้วย เหรียญมงคล ๙ รอบ เนื้อทองคำ ๙๙ เหรียญ เนื้อเงิน ๑๙๙ เหรียญ เนื้อนวะโลหะพิเศษ ๕๙๙ เหรียญ เนื้อทองแดงรมดำโบราณ ๕,๙๙๙ เหรียญ เนื้อชิน ๒,๕๙๙ เหรียญ เนื้อเงิน (องค์หลวงปู่เนื้อชนวน) ๑๕๙ เหรียญ เนื้อนวะโลหะพิเศษ (องค์หลวงปู่เนื้อชนวน) ๓๕๙ เหรียญ เนื้อทองแดง (องค์หลวงปู่เนื้อชนวน) ๕๕๙ เหรียญ ร็อกเกต เต่ามหาลาภรุ่นเจริญสุข พิมพ์ใหญ่-เล็ก ร็อก เกตเต่าเนื้อผงงาช้าง พระสมเด็จมงคล ๙ รอบ ฝังตะกรุดทองคำ เงิน ทองแดง เนื้อผงก้นครก ผงตะไบ เทียนชัย มีดหมอ-พระขรรค์เหล็กน้ำพี้ “เสาร์ ๕” มีดหมอสาลิกา มีดหมอด้าม-ฝักงาช้าง พระขรรค์ด้าม-ฝักแก่นไม้ชิงชัน มีดหมอด้าม-ฝักแก่นไม้ชิงชัน มีดหมอท้าวเวสสุวรรณด้าม-ฝักไม้พะยูงทอง มีดหมอด้ามเสือ-ฝักไม้พยูงทอง เหรียญชุดกรรมการอุปถัมภ์ (เนื้อเงินหน้ากากทอง ๑ เหรียญ เนื้อนวโลหะพิเศษ หน้ากากเนื้อชนวน ๑ เหรียญ เนื้อชินหลังอุดเกศา เทียนชัย ๑ เหรียญ เนื้อชนวน ๑ เหรียญ) และสุดยอดของดีรอยเท้าหลวงปู่เปลื้องมีเพียง ๒๙ ผืนในโลก
   
กำหนดพุทธาภิเษกวัตถุมงคลชุดนี้ วาระที่ ๑ เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ วัดเขาถ้ำบุญนาค อ.ตาคลี จ.นคร สวรรค์     
   
วาระที่ ๒ วันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ปลุกเสกโดยคณะสงฆ์ ๑๐๘ รูป คณะพราหมณ์ ๑๐๘ คน
   
วาระที่ ๓ ในวันเสาร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๓ หลวงปู่เปลื้อง ปลุกเสกเดี่ยว พุทธคุณเด่นล้างอาถรรพณ์ ป้องกันคุณไสย กันภัยอุปสรรค ปัดเป่าสิ่งอัปมงคลทั้งปวงและส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง
   
วาระที่ ๔ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓ พระครูนิวิฐธรรมสาร หรือหลวงปู่เปลื้อง ปลุกเสกให้เด่นเมตตามหานิยม ผู้คนรักใคร่ ให้การสนับสนุน โชคลาภเงินทองไหลมาเทมา
   
กระทั่งวาระที่ ๕ กำหนดการคือวันศุกร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ กำลังจะจัดพิธีสมโภชวัตถุมงคลที่จัดสร้างทั้งหมดส่งท้ายก่อนให้ญาติโยมและผู้ศรัทธาเช่าบูชา แต่ทว่ายังไม่ทันถึงวันงาน หลวงปู่ได้อาพาธและละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  ท่ามกลางความอาลัยของศิษยานุศิษย์
   
แม้วันนี้จะไม่มีหลวงปู่ แต่สังขารของท่านถูกนำไปประดิษฐานที่วัดลาดยาวและวัตถุมงคลรุ่นเจริญสุข ถือว่าเป็นรุ่นสุดท้ายที่ หลวงปู่เปลื้อง อธิษฐานจิต เมตตาเลือกแบบ ให้คำแนะนำตลอดการสร้างจนแล้วเสร็จ โลหะและมวลสารต่าง ๆ ในรุ่นนี้ก็ผ่านการอธิษฐานจิตจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทยด้วย ได้แก่ หลวงปู่สวัสดิ์ วัดศาลาปูน หลวงพ่อรวย วัดตะโก หลวงปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้ว หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน หลวงพ่ออุดม วัดพิชัยสงคราม หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม หลวงปู่หวล วัดพุทไธ    ศวรรย์ หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ หลวงปู่เก๋ วัดปากน้ำ หลวงพ่อสะอาด วัดเขาแก้ว หลวงพ่ออ้วน วัดหนองกระโดน หลวงปู่ลี วัดป่าหัวตลุก พระครูนิยุตรัตนวัฒน์ วัดสระแก้ว พระอธิการสมพงษ์ วัดหนองโพ หลวงพ่อโฉม วัดถ้ำเขาปฐวี หลวงพ่อกำจัด วัดป่าสัก หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ หลวงปู่นะ วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว) หลวงพ่ออุปถัมป์ วัดปทุมธาราม (วัดหนองบัว) หลวงพ่อเร่ง วัดดงแขวน หลวงพ่ออั้น วัดธรรมโฆษก หลวงพ่อเกาะ วัดท่าสมอ หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน พระอาจารย์อติโชติ วัด    พุทไธศวรรย์ พระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง หลวงปู่เขียน วัดกระทิง หลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน พระอาจารย์ไพโรจน์ วัดห้วยมงคล ครูบาดวงดี วัดบ้านฟอน ครูบาตรัยเทพ อาศรมพรหมธาดา และครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต วัดแสงแก้วโพธิญาณ เป็นต้น โดยรายได้จากทั้งหมดนำไปก่อสร้างพระอุโบสถวัดสระแก้ว ที่หลวงปู่เปลื้อง เป็นประธานอุปถัมภ์ และใช้ในกิจกรรมทางพุทธศาสนา
   
สนใจร่วมทำบุญสอบถามได้ที่ศูนย์ประสานงาน ๐๘-๑๘๑๔-๐๗๐๔, ๐๘-๑๔๔๔-๔๗๔๖.
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 15
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: