หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สักยันต์ ของขึ้น อ.เอื้อ ราชบุรี  (อ่าน 21893 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 08:49:40 PM »



สักยันต์ อ.เอื้อ เลื่อนลงด้านล่าง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2012, 06:55:09 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 05:23:42 PM »


ประวัติสำนักสักยันต์ อ.เอื้อ

อ. เอื้อ เหล็งหวาน เกิดเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2504  ต. บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นบุตรของนายวุ่น และ นางเนียม เหล็งหวาน  มีพี่น้องร่วมบิดา มารดา จำนวน 4 คน  อ. เอื้อ เป็นบุตรคนสุดท้อง

ครอบครัวของอาจารย์ประกอบอาชีพทำไร่อ้อยที ต. บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี สำนักอ.เอื้อ ตั้งอยู่ใกล้บริเวณวัดหนองอ้อ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  ตัวอาคารมีลักษณะเป็นคูหา  เปิดโล่งชั้นเดืยวประมาณ 100 ตารางเมตร  สร้างอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว โดยมีเนื้อที่บริเวณบ้านประมาณ 3 งาน  อ.เอื้อ ได้สนใจการสักยันต์มาตั้งแต่เด็ก  อ.เล่าว่าสมัยเด็กพ่อของอ. เป็นหมอแผนโบราณ หรือหมอหมู่บ้านจึงมีตำราหรือคัมภีร์พวกนี้อยู่มาก  แต่พ่อของอ.เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก  พี่ชายจึงเป็นผู้ครอบครองตำราทั้งหมดและช่วงนั้นพี่ชายอ.ก็ไม่สนับสนุนอ.ในด้านนี้  พอเริ่มอ่านหนังสือออกจึงแอบศึกษาเอาจากตำราที่มีอยู่  ต่อมาเมื่ออายุได้ 14 ปี  พี่ชายเห็นว่าอ.มีความสนใจด้านไสยศาสตร์อย่างจริงจังจึงนำไปฝากเรียนวิชากับ ก๋งเผ่ง ซึ่งเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนประกอบอาชีพตีมีดอยู่ที่ ต.บ้านสิงห์  ในครั้งแรกที่อ.เข้าไปหาก๋งเผ่งนั้น อ.เข้าไปในลักษณะเป็นลูกมือ ช่วยงาน ใส่ฟืน ปั้มลม ตีมีด  เพราะยังไม่กล้าพูดแสดงเจตจำนงค์ที่ชัดเจนว่า "จะเข้ามาขอเรียนวิชา"   

เมื่อมีความสนิทสนมคุ้นเคยประกอบกับก๋งเผ่งได้สอบถามถึงจุดประสงค์ทีอ.เอื้อ แวะเวียนมาบ่อย อ.จึงกล้าพูด "ขอวิชากับก๋งเผ่ง"  โดยบทเรียนบทแรกที่ก๋งเผ่งให้อ.เอื้อมีเพียงตำราหนึ่งเล่มพร้อมกับคำสั่งให้ไปศึกษาคาถาปฐมัง  ซึ่งเปรียบเสมือนวิชาขั้นพื้นฐานของการเริ่มต้นที่จะเรียนด้านไสยศาสตร์  อ.เอื้อใช้เวลาศึกษาเพียง 3 เดือน ซึ่งนับได้ว่าใช้เวลาน้อยมากเมื่อเทียบกับคนอื่น  ซึ่งหากศึกษาต้องใช้เวลาถึง 1 ปีขึ้นไป  ทั้งนี้ก็เป็นเพราะอ.มีพื้นฐานจากการศึกษาด้วยตนเองมาบ้างแล้ว  ก๋งเผ่งได้ถ่ายทอดวิชาไสยศาสตร์มนต์ดำให้อ. โดยให้เลือกเพียง หนึ่งในสามวิชา คือ "ควายธนู  วัวธนู เสือ" 

ในตอนแรกนั้นอ. อยากเลือกวิชาเสือแต่ก็ยังไม่แน่ใจ จึงไปปรึกษาคนเฒ่าคนแก่ ได้รับคำแนะนำวาให้เรียนควายธนู  แต่อ.ก็ยังเชื่อไม่สนิทใจจึงได้ไปปรึกษา หลวงตาทอง วัดหนองอ้อ  ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือตั้งแต่อ.เป็นเด็กวัด  หลวงตาทองก็แนะนำให้ศึกษาวิชา ควายธนู เนื่องจากหากมีควายกับเสือปะทะกัน  ควายจะขวิดเสือ  ส่วนวัวนั้นจะขาอ่อนเวลาเผชิญหน้ากับเสือ  ดังนั้นอ.จึง  ตัดสินใจเลือกเรียนวิชา ควายธนู  จึงกลับไปบอกก๋งเผ่ง และก่อนที่จะศึกษา ก๋งเผ่งก็ให้อ.สาบาน  ว่าจะใช้วิชาก็ต่อเมื่อ  "ทนไม่ไหวจนร้องไห้น้ำตากลายเป็นสายเลือด" 

ห้ามใช้ทำร้ายคนอื่นเพียงแค่โมโหหรือโกรธเล็กน้อย  เพราะไม่เช่นนั้นของนั้นจะเข้าทำร้ายตัวเอง  จนถึงปัจจุบัน "อ.ก็ยังไม่เคยใช้กับใคร"

ต่อมาเมื่ออายุได้ 16 ปี  ได้ยินชื่อเสียงการสักยันต์ของหลวงพ่อเปิด่นแห่งวัดบางพระ  จังหวัดนตรปฐม จึงไปสักยันต์วัดดังกล่าว เมื่ออ.เข้าไปที่วัดหลายครั้งทั้งในฐานะผู้รักการสักและเป็นลูกมือของศิษย์หลวงพ่อเปิ่น จนเวลาผ่านไป 2 เดือน อ.ก็ได้เป็นลูกมือให้กับหลวงพ่อเปิ่น  และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่หลวงพ่อเปิ่นสักให้กับนายตำรวจท่านหนึ่ง อ.ก็ได้ไปช่วย จับหนังให้ตึงระหว่างการสัก  พอสักเสร็จอ.ก็ขอให้หลวงพ่อเปิ่นสักลายเสือเผ่นที่บริเวณหน้าอกให้  รวมเวลาที่ใช้ศึกษาวิชากับหลวงพ่อเปิ่นวัดบางพระนั้น  นานกว่า 10 ปี 

ซึ่งการศึกษาที่วัดบางพระนี้เป็นลักษณะไป กลับ  ระหว่างที่วัดกับบ้านที่ราชบุรี  ช่วงนี้เองที่อ.ได้แอบสักยันต์ให้กับเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทสนมกัน  โดยสักลายเสือ แต่ไม่ค่อยสวยงามเท่าใดนัก  สาเหตุที่เลือกสักลายเสือเป็นลายแรก เพราะมีความชอบลายเสือเป็นการส่วนตัว  ส่วนอุปกรณ์การสักนั้น อ.บอกว่า ซื้อหมึกจีนมาจากตลาด และเข็มอ.ทำเอง  โดยใช้สแตนเลสตัน มาผ่าแล้วฝนปลายด้วยตะไบ และนำกระดาษทรายขัดจนปลายแหลมเท่าเข็มเย็บผ้า  ขนาดเข็มของอ.ก็ทำในขนาดที่ถนัดมือ  แบบพิมพ์ลายสักอ.ก็ใช้ปากกาเขียนบนกระดาษซ้ำไปซ้ำมาแล้วก็เอามาแปะกดทับผิวเพื่อเกิดรอยปากกาบนหน้าอก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 05:36:04 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 05:53:33 PM »

ในภาพ เป็นการสักยันต์ ลักษณะ สักน้ำมัน

การสักยันต์มี 2 ประเภท คือ สักยันต์แบบน้ำมัน และสักยันต์แบบหมึก

สักยันต์แบบน้ำมัน เป็นการสักยันต์ที่ไม่ปรากฏภาพให้เห็น วัตถุที่ประกอบในการสักน้ำมัน คือน้ำมันสัก อาจารย์ส่วนใหญ่ท่านจะใช้น้ำมันงา เพราะเข้าร่างกายไม่เป็นอันตราย ว่านที่ใช้ผสมกับน้ำมันงาอยู่แต่ละประเภทของยันต์ หรือภาพยันต์ แต่การนำว่านที่มาผสมสักนั้น มิใช่ว่าจะซื้อมาก็ทำได้เลย ต้องมีพิธีกรรม โดยเมื่อได้หัวว่านมาแล้ว มีการหาฤกษ์ยามในการปลูก

ถ้าคงกระพันใช้วันที่แข็ง ถ้าว่านทางเมตตาใช้วันอ่อน ระหว่างที่ปลูกต้องมีมนตร์คาถาปลูก การรดน้ำว่านก็มีคาถากำกับเสมอ และในตอนสุดท้าย การขุดต้องหาวันขุดว่านด้วย ถึงจะได้สำฤทธิ์ผลของว่านมิใช่ซื้อว่านมาก็ผสมได้ทันทีแบบในยุคปัจจุบันนี้ที่อาจารย์หลายท่านได้ทำกัน

การสักน้ำมันแบ่งเป็น 2 ประเภท

สักทางด้านคงกระพัน แคล้วคลาด หนังเหนียว การสักยันต์หรือภาพประเภทนี้มียันต์มหาอุด ยันต์หนุมาน ยันต์ตะกร้อ ยันต์ปัดทะมึน ยันต์เสือ ยันต์ลิงลม ยันต์พญาลิง แต่ละยันต์เหล่านี้ก็ใช้ว่านทางคงกระพันทั้งสิ้น ว่านที่นำมาส่วนใหญ่คือ ว่านสบู่เลือด ว่านผู้เฒ่าหนังแห้ง ว่านลิงดำ ว่านตบะฤาษี ฯลฯ  ข้อเสียของการใช้ว่านเหล่านี้ คือ ถ้าปลูกไม่ตรงวัน หรือการปลุกไม่ถูกต้อง อีกทั้งบางอาจารย์ซื้อมาแล้วผสมทันทีก็อยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น อีกทั้งมีข้อถืออยู่ด้วย เพราะจะเป็นการล้างว่านไปในตัว คือ ห้ามกินฟัก กินบวบ กินแฟง ห้ามรอดกระไดหัวเดียว ห้ามลอดของต่ำ ก็เหมือนกับการกินยาจีน

ข้อเสียของด้านคงกระพันอีกอย่าง คือ ใจร้อน ทำอะไรไม่ค่อยคิด ใครพูดผิดหูก็จะมีอารมณ์ร้อนทันที เป็นเหตุให้เสียงาน เสียการเป็นอย่างมาก บางรายถึงขนาดติดคุกไปก็มาก

สักยันต์ทางด้านเมตตา ส่วนใหญ่จะเน้นทางด้านค้าขาย เน้นเรื่องเพศตรงข้าม เพื่อให้เกิดความรัก ความเมตตา ส่วนมากที่ลงคือ ยันต์สาลิกา ยันต์หงส์ทอง ยันต์ไก่ฟ้า ยันต์ไก่ป่าหากิน ยันต์จิ้งจก ฯลฯ ว่านที่ใช้ประกอบคือ ว่านสาวหลง ว่านจังงัง ว่านเสน่ห์จันทร์ ว่านดอกทอง ว่านเพชรหึง ฯลฯ ว่านทางเมตตาจะไม่มีการถือมาก เพราะว่านส่วนใหญ่ไม่เน้นคงกระพันหรือหนังเหนียว

การสักยันต์แบบหมึกจะปรากฏเป็นภาพสีขึ้นมา โดยปกติการใช้หมึกนั้นส่วนใหญ่จะใช้หมึกจีนเป็นหลัก ปัจจุบันมีหมึกเข้ามาในประเทศอย่างมาก

บางอาจารย์ก็ใช้หมึกต่างประเทศ เพื่อให้ดูสวยงาม บางอาจารย์ใช้หมึกสีแดง สีเขียวเข้ามาประกอบด้วย เพื่อพัฒนาลวดลายของสำนักตนเอง แต่ที่ตามโบราณยึดถือกันมาเก่าแก่คือ หมึกจีน


ที่มา : หนังสือแม่นาค คอลัมน์ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่


* 1.jpg (42.57 KB, 498x321 - ดู 20122 ครั้ง.)

* 22.jpg (97.91 KB, 800x966 - ดู 24678 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 22, 2010, 05:22:42 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 05:54:16 PM »

ข้อความแนะนำจาก คุณเต้ย สมาชิกไนท์สยามของเรา 18 ก.พ. 53

มีอาจารย์ท่านนึงอยู่ ซอยรามคำแหง21 เก่งมากเรื่อง สักยันต์ หรือของขลังต่างๆนานา เพราะผมเองก็ไปเอาของขลังมาให้พ่อตาใช้ แล้วพ่อตารถมอไซค์ล้ม รถพังยับเลยแต่คนแค่ขาถลอก!!!!! คนที่มาดูยังบอกเลยว่ารอดมาได้ยังงัย...ลูกศิษย์ท่านเป็นดาราเยอะมากที่สำนักท่านจะมีรูปดาราที่มาอยู่ นั่งวินมอไซค์ปากซอยรามคำแหง21 มาครับ บอกมาลงสำนักอาจารย์พล พยัคฆราช หรือสำนัก ปู่ฤาษีพยัคราชมุนี(แต่ส่วนมากจะรู้จักในนามอาจารย์พล) ท่านช่วยเหลือคนจนมามากแล้วครับ ลองไปดูครับ รับรองไม่ผิดหวัง(ขนาดชาวต่างชาติยังมาหาท่านให้ท่านช่วยเลย) ถ้าขับรถกันมาเองก็สอบถามที่วินซอยรามคำแหง21ให้พามาเลยครับ

ลืมไปอีกอย่างครับ ถ้ามาทำสกู๊ปกัน อย่าลืมขอท่านด้วยนะครับเวลาถ่ายรูป เพราะมีคนลองถ่ายมาแล้วไม่ติดครับ..อิอิ ถ่ายเท่ารัยก็ไม่ติด ถ้ามากันแล้วช่วยเอาลงเว็ปด้วยนะครับเผื่อคนที่เขาหมดหวังในชีวิตจะได้มีที่พึ่งทางใจอีกซักที่ เอาบุญกันครับ...ส่วนมากก็มากันแบบแทบหมดตัวกันเลย พออาจารย์ท่านช่วย กลับมาอีกที ก็รวยกันมาเลยครับบางคนก็ตอนแรกมารถมอไซค์วิน พอท่านช่วยกลับมาอีกทีขับรถเก๋งมาเลยครับ..ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับ...คนไม่มีงานก็จะมีงานเข้ามาแบบทำไม่ทันครับ


ชมรายการสักยันต์ที่น่าสนใจจากไนท์สยาม ตามลิงค์ด้านล่างค่ะ

อ่านข้อมูลความรู้เรื่อง"การสักยันต์ในเรือนจำ" ได้ที่ลิงค์นี้จ้า
http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=1644.0

สำหรับเรื่องราวการสักยันต์และประวัติของอ.เอื้อ สามารถดูเพิ่มเติมจากไนท์สยามได้ที่ลิงค์นี้จ้า

http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=917.0  สักยันต์2

http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=370.0  สักยันต์1

30-11-54 เสาร์๕ - บุกสำนักสักย้นต์อ.เอื้อ ราชบุรี,พิธีไหว้ครู วัดกลางคลองตะเคียน
http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=7422.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2012, 06:56:35 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: