หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จากใจ 'ผู้หญิงในเรือนจำ'  (อ่าน 20854 ครั้ง)
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 26060


YOU HAPPY AND I HAPPY


« เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 06:10:19 PM »


   
“ปัจจุบันจำนวนตัวเลขผู้ต้องขังหญิงเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็น  ได้ชัด อาจเป็นเพราะสภาพสังคม ปัญหาความยากจน ปัญหาการว่างงาน รวมถึงปัญหายาเสพติด ซึ่งที่นี่มีผู้ต้องขังหญิงที่ต้องโทษจากคดีค้ายาเสพติดมากถึงกว่า 80% โดยมีตั้งแต่อายุ 18-70 ปี”
   
อารีรัตน์ เทียมทอง ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิง  ธนบุรี เปิดเผยถึงสาเหตุการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ต้องขังหญิง พร้อมบอกเล่าถึงสภาพจิตใจของผู้ต้องขังแต่ละคนที่สัมผัสได้ตลอดระยะเวลา30 ปีที่ทำหน้าที่อยู่ในทัณฑสถานแห่งนี้ว่า ผู้ต้องขังเหล่านี้มีโรคประจำตัวอยู่โรคหนึ่งคือ โรคผวาสังคม กลัวสังคมรังเกียจ พวกเขาจะหวังเพียงอย่างเดียวว่า เมื่อวันหนึ่งได้กลับออกไปใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเช่นเดียวกับคนปกติแล้ว สังคมพร้อมที่จะยอมรับ และให้อภัยพวกเขา ซึ่งการบริจาคสิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้ให้ถือเป็นการสร้างรอยยิ้ม สร้างกำลังใจให้พวกเขามหาศาล เพราะอย่างน้อยก็ทำให้พวกเขารู้สึกได้ว่า คนข้างนอกหรือสังคมยังมีความห่วงใย ไม่รังเกียจ และยังมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเขาอยู่
   
“พี่อยู่ที่นี่มา 30 ปี  ไม่เคยมองว่าพวกเขาเป็นผู้ร้าย ไม่เคยมีอันตรายอะไร ลึกลงไปแล้วพวกเขาน่าสงสาร บางคนมีแฟน มีสามี สองสามอาทิตย์แรกก็ยังมาเยี่ยมมาหา พอหลัง ๆ หายไปเลย คนอยู่ทางนี้ก็ทุกข์ใจ ไร้ญาติ ไหนบางคนจะห่วงลูก ไม่มีใครมาส่งข่าวคราว ซึ่งเราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ทุก ๆ ปีรัฐจะมีสวัสดิการชุดชั้นในเหล่านี้ให้ผู้ต้องขังปีละ 1-2 ชุด ซึ่งบางครั้งก็ไม่เพียงพอ บางชิ้นคุณภาพไม่ดีก็จะเสียเร็ว ขาดเร็ว สิ่งของบริจาคที่ได้รับมาเราก็พยายามที่จะแจกให้กับผู้ไร้ญาติก่อน ซึ่งที่นี่มีอยู่ประมาณ 200 คน ส่วนคนที่มีญาติมาเยี่ยมเขาก็จะซื้อมาเปลี่ยนให้ ก็ยังนับว่าช่วยผ่อนคลายความลำบากลงได้บ้าง” ผอ. อารีรัตน์กล่าวด้วยแววตา ปนเศร้า
   
เก๋ (นามสมมุติ) ผู้ต้องขังวัยใกล้ 30 บอกเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงหลังก้าวเข้ามาอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงแห่งนี้ พร้อมไม่ลืมที่ จะกล่าวคำขอบคุณซึ้ง ๆ ส่งผ่านไปถึงผู้ส่งมอบความรัก ร่วมแบ่งปันสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นมาสู่ผู้ต้องขังหญิงทุกคนว่า วันที่เข้ามาอยู่ที่ทัณฑสถานแห่งนี้กำลังตั้งท้องอยู่ ตอนนี้เวลาผ่านไป 1 ปี 8 เดือนแล้ว คลอดลูกแล้ว ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง การงานไม่ได้ ทำ ดีใจมากที่ยังมีคนนึกถึง  ช่วยบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่ จำเป็นมาให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อชั้นใน ซึ่งแต่ละคนที่นี่มีใช้เพียงคนละตัวสองตัวเท่านั้น พอหน้าฝนก็จะไม่ค่อย  แห้ง ครั้นจะไม่ใส่ก็ไม่ได้  จำต้องใส่ก็จะเจอกับปัญหาเกี่ยวกับเชื้อรา เป็นผื่นคันตามผิวหนังซ้ำอีก
   
“ทุก ๆ คนยินดีที่จะรับทุกชิ้น ไม่ว่าเก่าหรือไม่ เพราะมันสำคัญกับพวกเรามาก บางคนขาดแล้วขาด  อีกก็ต้องใส่ เพราะไม่รู้ว่าจะมีใครมาบริจาคเมื่อไหร่ ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันบริจาค ของทุกชิ้นที่เราได้รับ มีคุณค่าทางจิตใจเรามากจนไม่รู้จะพูดอย่างไร” เก๋ กล่าว  ทิ้งท้ายอย่างตื้นตันใจ
   
แม้จะเคยก้าวพลาด เคยทำผิดพลั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ผ่านทุก ๆ แววตาอันซึมเศร้าของเธอเหล่านี้ คำตอบที่ทุกคนได้รับคงเหมือนกัน นั่นคือ หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากนำพาชีวิตของตนเองก้าวเข้ามา ณ สถานที่แห่งนี้
   
แต่เมื่อผิดพลั้งไปแล้ว สิ่งเดียวที่สังคมจะช่วยได้ดี  ที่สุดก็คือ การแบ่งปันความห่วงใย ส่งผ่านไปพร้อมกับสิ่งของเพื่อช่วยเติมฝันกำลังใจให้พวกเขานำพาชีวิตผ่านพ้นช่วงเวลาอันโหดร้ายเหล่านี้ไปให้ได้
   
เพื่อรอวันพบกับชีวิตใหม่ ที่จะไม่มีวันก้าวพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง.




* 1.jpg (51.44 KB, 500x352 - ดู 11383 ครั้ง.)

* 2.jpg (49.82 KB, 500x362 - ดู 10190 ครั้ง.)

* 3.jpg (46.88 KB, 500x362 - ดู 10135 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

-ดูซีรีย์คลิกที่นี่
-แนะนำให้ท่านที่นิยมเข้ามาดูซีรีย์ add หน้าซีรีย์ที่ท่านดูไว้ที่เครื่อง เพราะทุกครั้งที่มีการเพิ่มเรื่องใหม่หน้าเก่าจะเคลื่อนที่
-หากท่านคลิกดูรายการ แล้วไม่พบลิงค์หรือไม่พบหน้านั้น หมายถึง เราได้ทำการลบออกเนื่องจากทางยูทูปได้ลบข้อมูลของช่องนั้นไปแล้ว
-วิธีการดูvdoเวปเอมไทย2014
แนะนำบราวเซอร์ Comet birdจะสามารถดูวีดีโอจากเวปเอมไทยได้ดีที่สุด13/04/2014
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 26060


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 07:58:55 PM »

คำสารภาพ"สาวใจแตก" บทสุดท้าย...จบลงที่โซ่ตรวน

หญิงสาวหน้าใสวัย 26 ปี "เอ๋" เธอกำลังรื่นเริงอยู่กับการซ้อมร้องเพลงประสานเสียง ดูอย่างผิวเผินเธอเป็นสาวสวยสดใส แต่เมื่อเหลือบมองลงไป ขาทั้งสองข้างของเธอถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน เธอถูกจำกัดอาณาบริเวณให้อยู่เพียงแค่ในเรือนจำทัณฑสถานหญิงเท่านั้น

แม้เอ๋จะผ่านโลกมาไม่กี่ปี แต่ประสบการณ์ชีวิตของเธอมันช่างมากมายเกินวัยเหลือเกิน

เอ๋ย้อนเล่าเรื่องเมื่อครั้งที่เธออยู่ในวัย 16-17 ปี ว่า เธอเป็นลูกคนจีน เกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่ค่อนข้างเข้มงวด เป็นลูกคนที่สองในจำนวนพี่น้องอีก 6 คน เพราะเอ๋เป็นเด็กสาวที่มีหน้าตาสวยงามพ่อแม่จึงหวงลูกสาวคนนี้เป็นพิเศษ พ่อแม่มักดุด่าห้ามปรามไม่ให้เธอไปรู้จักหรือสนิทสนมกับเพื่อนชาย จนสุดท้ายพ่อแม่ออกกฎบังคับไม่ให้เธอออกไปไหนหลังจากเลิกเรียน

"มันเก็บกด ทำไมพ่อแม่ไม่เป็นเหมือนพ่อแม่คนอื่น เอ๋ยอมรับว่าอยากเที่ยว อยากสนุก อยากมีเพื่อน ตอนนั้นอึดอัดกับการที่พ่อแม่บังคับให้อยู่ในกรอบ อยากหนีออกจากบ้าน อยู่บ้านไม่มีความสุขเลย ทะเลาะกับพ่อแม่ตลอดเวลา"

เมื่อบ้านไม่ใช่สวรรค์ ซ้ำยังกลับเป็นเหมือนนรก ทางออกของเด็กสาววัย 16 ปี คือการหนีออกจากบ้าน เอ๋เริ่มหาทางออกด้วยการอยู่กับเพื่อน เพื่อนชวนดื่มเหล้า สูบบุหรี่เธอยอมทำตามทุกอย่าง

"มันเครียดมาก บางวันไปโรงเรียนตอนเช้า ตอนเย็นไม่กลับบ้าน พอเริ่มดึกเริ่มกลัวว่าพ่อแม่จะหาตัวเราเจอ เพื่อนเลยบอกให้คลายเครียดด้วยการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ วันไหนหนีออกมาจากบ้านกลับไปพ่อก็ตี ตอนหลังพอหนีได้ เอ๋ไม่กลับบ้านเลย โรงเรียนก็ไม่ไปเพราะกลัวที่บ้านจะตามเจอ ชีวิตตอนนั้นเลอะเทอะมาก เอ๋หนีไปอยู่กับเพื่อนชาย จนในที่สุดได้เสียกันและมีลูกด้วยกัน 1 คน"

เอ๋มีลูกตั้งแต่อายุย่างยี่สิบปี เธอกับสามีเริ่มไม่มีเงิน เอ๋ต้องไปหางานทำและเธอก็เป็นได้แค่นักร้องคาเฟ่...

"ตอนเป็นนักร้องคาฟ่เจอคนหลายรูปแบบ ยอมรับว่ามาเล่นยาอีตอนที่เป็นนักร้องคาเฟ่ เพื่อนชวนให้ลองก็เลยลอง ตอนนั้นมีลูกแล้ว พอมีลูกก็คิดถึงบ้าน แต่ไม่กล้ากลับบ้าน เพราะเราทำตัวไม่ดีเอง ชีวิตมันไม่เหลืออะไร แค่เงินร้องเพลงก็ไม่พอ แฟนเลยบอกให้ช่วยกันหาเงินด้วยการขายยาอี"

เพียงแค่เริ่มขายได้ไม่นาน เอ๋โชคร้ายโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจซิวขณะมียาบ้าอยู่ในครอบครอง เธอถูกพิพากษา..จำคุก..

"ต้องโทษประมาณ 4 ปี ต้องมาใช้ชีวิตในคุก ยอมรับว่าหลังจากได้ใช้ชีวิตในคุกแล้วรู้สึกสำนึกผิดมาก คิดถึงครอบครัว ตอนที่โดนจับได้ แฟนเป็นคนเอายามายัดให้เรา แล้วเขาก็หนีไป ไม่มาเยี่ยม ไม่มาดูแลเลย ทั้งที่เอ๋ยอมรับผิดคนเดียวไม่เคยซัดทอดถึงแฟนเลย หลังจากที่ติดคุกเขาหายไปเลย ส่วนลูกต้องส่งให้ไปอยู่กับพ่อแม่ของแฟน"

4 ปี ในคุกทำให้เอ๋รู้สำนึก รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมันคือความผิดพลาด เอ๋ตั้งใจว่าถ้าพ้นโทษเธอจะกลับตัวเป็นคนดี พอกันทีกับชีวิตที่เลอะเทอะอย่างที่ผ่านมา เธอนั่งนับวันรอเวลาที่จะพ้นโทษ ในที่สุดมันก็มาถึง พอพ้นโทษสิ่งแรกที่ทำคือกลับไปหาลูก เธอรับลูกมาอยู่ด้วย ลูกก็โตพอที่จะเข้าเรียนได้แล้ว เอ๋ตั้งใจจะไปหางานทำ และยืนยันว่าไม่เอาแล้วสิ่งผิดกฎหมาย ไม่เอาแล้วกับชีวิตกลางคืน

"เอ๋ไปสมัครเกือบ 10 ที่ อยากมีงานประจำทำ จนงานสุดท้ายที่ไปสมัครคืองานเสมียนโดยเอาวุฒิ ม.6 ไปสมัคร เพราะตอนอยู่ในคุกเอ๋เรียน กศน.จนจบ ม.6 แล้ว แต่พอถึงวันที่สัมภาษณ์ หัวหน้างานเขาถามว่าหางานมากี่ที่แล้ว เราบอกตามจริงว่า 10 ที่แล้ว เขาถามว่ารู้ไหมทำไมไม่มีใครรับ เราบอกไม่รู้ หัวหน้างานเขาถามอีกว่า เคยติดคุกมาหรือ เอ๋ตอบว่าใช่ คำที่ได้ยินจากปากเขาคือ

"ก็เพราะเธอเคยติดคุกนี่แหละจึงไม่มีใครอยากจะรับ และที่นี่ก็ไม่สามารถรับคนที่เคยติดคุกมาทำงานด้วยได้

"รู้สึกแย่มาก คนคุกกลับตัวกลับใจไม่ได้เลยหรือ ตอนที่อยู่ในคุกเจ้าหน้าที่บอกเสมอว่า ถ้าเมื่อไรออกจากคุกแล้วกลับตัวเป็นคนดีสังคมจะต้องให้อภัย แต่เมื่อออกมาสู่สังคมจริงๆ มันไม่เป็นเช่นนั้น สังคมไม่ยอมรับคนคุก" เอ๋เล่าน้ำตาคลอ

เมื่อตกอยู่ในสภาพคนตกงาน เงินไม่มี เอ๋จำใจต้องกลับไปหากินด้วยการขายยาอีอีกครั้ง

"มันไม่มีงาน ไม่มีเงิน พอสังคมไม่ยอมรับเลยหันไปขายยา คิดอย่างเดียวว่าในเมื่อเป็นคนดีไม่ได้ก็ขอเป็นคนชั่วแล้วกัน เอ๋รับยามาแล้วไปขายให้เพื่อนๆ ขายได้สักพักก็มาโดนเพื่อนหักหลัง เพราะวันที่ถูกตำรวจจับ เพื่อนคนที่ชวนมาขายยานี่แหละเป็นสายให้ตำรวจ หลังจากโดนจับเพื่อนยอมรับสารภาพกับเอ๋ว่าจำเป็นต้องบอกตำรวจให้มาจับเอ๋ เพราะโดนตำรวจบีบ เนื่องจากเป็นช่วงที่ตำรวจกำลังโชว์ผลงาน ตอนนั้นเอ๋มียาอยู่ที่ตัวประมาณ 90 เม็ด"

เธอถูกจับและกลับไปใช้ชีวิตในคุกอีกครั้ง

วันนี้เอ๋อยู่ในคุก เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในโซ่ตรวนอีก 7 ปี 6 เดือน!!!

"เอ๋ไม่รู้ว่าจะโทษใคร โทษพ่อแม่ที่เข้มงวด โทษเพื่อนที่พาเราไปในทางที่ผิด โทษชะตาชีวิตที่เล่นตลกกับเรา โทษสังคมที่ไม่เปิดโอกาสให้คนคุก นึกถึงเรื่องราวชีวิตตัวเองแล้วน้ำตาตก เพราะสุดท้ายแล้วมันก็คงโทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเราเอง เรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเอ๋คงทำให้หลายคนมีสติกับการใช้ชีวิต ชีวิตคนเราควรดำเนินไปด้วยสติ ไม่ใช่ดำเนินชีวิตด้วยอารมณ์ ไม่ควรประชดชีวิต เพราะในที่สุดแล้วคนเจ็บที่สุดก็คือตัวเรา" เธอกล่าวทั้งน้ำตา

นับจากวันนี้ กว่าเอ๋จะได้กลับมายืนในสังคมอีกครั้ง ก็ประมาณปี 2554 ถ้าถึงวันนั้น...ก็หวังว่าผู้หญิงคนนี้คงได้เจอคนดีๆ ที่ไม่คิดหลอก ไม่คิดเอาเปรียบและพร้อมจะให้โอกาสผู้หญิงคนนี้กลับมายืนในสังคมฐานะคนดีอีกครั้ง เราหวังเช่นนั้น!!!


ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน 13 กรกฏาคม 2547


* 1.jpg (107.01 KB, 400x301 - ดู 10965 ครั้ง.)

* 2.jpg (26.68 KB, 320x240 - ดู 11609 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 08, 2010, 08:49:55 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

-ดูซีรีย์คลิกที่นี่
-แนะนำให้ท่านที่นิยมเข้ามาดูซีรีย์ add หน้าซีรีย์ที่ท่านดูไว้ที่เครื่อง เพราะทุกครั้งที่มีการเพิ่มเรื่องใหม่หน้าเก่าจะเคลื่อนที่
-หากท่านคลิกดูรายการ แล้วไม่พบลิงค์หรือไม่พบหน้านั้น หมายถึง เราได้ทำการลบออกเนื่องจากทางยูทูปได้ลบข้อมูลของช่องนั้นไปแล้ว
-วิธีการดูvdoเวปเอมไทย2014
แนะนำบราวเซอร์ Comet birdจะสามารถดูวีดีโอจากเวปเอมไทยได้ดีที่สุด13/04/2014
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: