หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พลังอาคมกล้า หลวงพ่อเชย วัดท่าควาย จ. สิงห์บุรี  (อ่าน 11205 ครั้ง)
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24929


YOU HAPPY AND I HAPPY


« เมื่อ: มีนาคม 15, 2010, 07:28:32 PM »


แสงแดดยามเช้าทอแสงอ่อน ๆ ขณะที่หลวงพ่อเชย แห่งวัดท่าควาย กำลังพายเรือออกบิณฑบาตร เพื่อโปรดสัตว์ พลันท่านก็เอ่ยกับศิษย์ของท่านที่นั่งคัดท้ายเรือว่า

                “เฉยไว้นะอ้ายหนู อย่าตกใจ เดี๋ยวเรือล่ม หากมีอะไรเกิดขึ้น ให้เฉยไว้”

                “วี๊ด พลั่ก”

                เสียงอะไรอย่างหนึ่งแหวกอากาศดังถนัดหู แล้วของหนัก ๆ ก็ตกลงในเรือของหลวงพ่อเชยดังสนั่น พอควันจาง สิ่งที่ปรากฏอยู่ก็คือ ก้อนเนื้อวัวขนาดใหญ่ ประมาณสามกิโล กองอยู่บนเรือ เสียงหลวงพ่อเชยพึมพำว่า

                “อ้ายพวกนอกศาสนา อ้ายพวกเวร ไม่รู้บาปบุญคุณโทษ”

                หลวงพ่อเชยเอาฝาบาตรตักน้ำขึ้นมาบริกรรมจนได้ที่  แล้วจึงเอาไปรดราดลงไปบนก้อนเนื้อนั้น พลันก็ปรากฏควันขาวลอยขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ก้อนเนื้อนั้นพลันเปลี่ยนสภาพเป็นเนื้อเน่า มีหนอนไชอย่างน่าเกลียด แล้วก็กลายเป็นกระดูกผีไปในที่สุด

                “กลับวัดกันเถอะ เอากระดูกนี่ไปบังสุกุล”

                เด็กวัดคนนั้นคือ ปู่พลอย ต.บ้านไร่ จ.สิงห์บุรี ซึ่งได้พายท้ายเรือให้หลวงพ่อเชย และได้พบกับความประหลาดนั้น  ปัจจุบันปู่พลอยหาชีวิตไม่แล้ว

                คืนนั้นเอง หลวงพ่อเชยได้สั่งให้พระเณร และบรรดาญาติโยมที่มาที่วัดว่า “คืนนี้ให้อยู่กันอย่างเงียบ ๆ ในบ้าน ในกุฏิ อะไรแกรกกรากโป๊กเป๊ก อย่าได้ทักทาย คืนนี้หลวงพ่อจะต้องรับมือหมอไสยศาสตร์ นอกศาสนา ที่จะล้างชีวิตของหลวงพ่อ ในฐานะที่ได้ขัดขวาง และถอดถอนคุณไสย์ให้กับผู้เดือดร้อน ทำให้อาชีพของฆาตกรไสยดำต้องกระทบกระเทือน”

                ตกดึก ปู่พลอยยังคงอยู่รับใช้ และนอนกับหลวงพ่อเชย ได้พบกับความประหลาดเป็นครั้งที่สอง เมื่อเสียงลมพายุพัดกระหน่ำกุฏิของหลวงพ่อเชยจนแทบจะพัง ในเสียงพายุนั้น มีเสียงกระพือพั่บ ๆ ของสัตว์ประเภทนกที่ตัวใหญ่มาก วนเวียนอยู่นอกกุฏิของหลวงพ่อเชย  ซึ่งนั่งบริกรรมคาถาอยู่ตลอดเวลา ครู่ใหญ่ พายุสงบ หลวงพ่อเชยจึงให้เปิดประตูกุฏิออกไป  ที่นอกชานนั้นเอง มีหนังควายตากแห้งผืนใหญ่วางอยู่

                หลวงพ่อเชยหยิบบาตรน้ำมนต์ออกไปข้างนอก พรมน้ำมนต์ลงไปบนแผ่นหนัง ควันกระจายขึ้นจากแผ่นหนัง แล้วค่อย ๆ ม้วนและหดตัวลงตามจังหวะการพรมน้ำมนต์ของหลวงพ่อเชย ในที่สุดก็หดลงเหลือแค่ปลายนิ้วก้อย หลวงพ่อเชยจึงเอาไม้เท้าเขี่ย แล้วกล่าวว่า

“สำมาอย่างไร สำไปอย่างนั้น”

จากนั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อเชยจึงได้สร้างพระปิดตาขึ้นแจกจ่ายกับลูกศิษย์ลูกหา และผู้เคารพนับถือ  เพื่อป้องกันคุณไสย์ และได้รับการยอมรับนับถือว่า พระปิดตาของหลวงพ่อเชยมีส่วนผสมของอิทธิวัตถุ อันสามารถต้านคุณไสย์ได้อย่างวิเศษ แม้ภูติผีปีศาจร้ายก็ไม่กล้ากล้ำกราย

เรื่องนี้เป็นความเชื่อของชางสิงห์บุรีมานาน ผู้เขียนครั้งหนึ่งได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณเชียร ธีรสาส์น  ผู้ล่วงลับแล้ว ถึงเรื่องพระปิดตาหลวงพ่อเชย ซึ่งคุณเชียรได้เมตตาถอดพระปิดตาหลวงพ่อเชยในตลับทองให้ผมดูที่ร้านกาแฟออนล็อคหยุ่น เฉลิมกรุง ท่านได้เล่าเรื่องพระปิดตานี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

เมื่อผมได้ไปศึกษากรุพระลือโขง หรือเรียกว่า จามเทวีซุ้มเรือนแก้ว ที่ จ.ลำพูน ได้มีโอกาสได้หม้อบรรจุกระดูกที่พบอยู่ พร้อมกับองค์พระมาทำการศึกษา ได้ล้างเศษหม้อใส่กระดูกชิ้นนั้นในโรงแรมที่ผมพัก

เมื่อล้างแล้วก็รู้สึกขนลุกไปทั่วตัว  คล้ายกับกระทบกับความเย็นอย่างรุนแรง  แม้จะปลอบใจตัวเองว่า แอร์ของโรงแรมนั้นเปิดมากไป แต่ก็ไม่อาจข่มไว้ได้ เมื่อความหนาวกลายเป็นความร้อน และส่อเค้าว่า ผมกำลังจับไข้ ผมจึงเอาเศษหม้อใส่กระดูกนั้น ยัดลงไปในถังขยะของโรงแรม

หลังจากกลับมาถึงบ้านแล้ว ผมก็รู้สึกไม่สบายใจ เหมือนมีอะไรมาคอยบอกว่า ผมได้ไปลบหลู่วิญญาณของเขาอย่างรุนแรง เขาจะต้องเอาเรื่องแบบกัดไม่ปล่อย

ตั้งแต่ผมกลับมาถึงบ้าน ผมถูกอาถรรพณ์เล่นงานติด ๆ กัน ตั้งแต่การงานไปจนถึงรถยนต์ที่นั่ง ทำให้ผมเริ่มรู้ถึงแรงอาถรรพณ์เป็นลำดับมา  แม้จะรู้ได้ แต่ผมก็ไม่อาจแก้ไขได้ เพราะผมไม่ใช่ผู้เรืองวิทยาคม จะได้สู้กับอาถรรพณ์ได้

ต่อมามีผู้ที่ผมรักเหมือนลูกบุญธรรม มาบอกกับผมถึงเรื่องอาถรรพณ์ และการแก้ว่า

“คุณแม่ (หมายถึงภรรยาผมซึ่งล่วงลับไปแล้ว) ได้มาบอกกับผมว่า ให้หาพระปิดตาหลวงพ่อเชยไว้ให้คุณพ่อติดตัว เพราะเคราะห์ร้าย วิญญาณร้ายรบกวน”

ผมฟังแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ เพราะผมคิดว่า พระรอด พระซุ้มกอ และพระเครื่องสกุลกำแพงเพชรนั้น มีอานุภาพสูงกว่าพระปิดตาหลวงพ่อเชย ซึ่งผมไม่รู้จักมาก่อน

ต่อมาไม่นาน ลูกบุญธรรมของผมก็มาเตือนอีกว่า คุณแม่ไปเข้าฝัน ให้หาพระปิดตาหลวงพ่อเชยให้ผมติดตัว ผมจึงเริ่มรู้สึกว่า ภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้วของผม คงเป็นห่วงผม จึงได้เข้าสนามไปหาผู้ที่รู้จักและชำนาญด้านพระปิดตาหลวงพ่อเชย ได้มาองค์หนึ่ง จึงเอามาทำตลับทองแขวนเดี่ยว ปรากฏว่า อาการขนพองสยองเกล้า และการคุกคามทางลับ ของสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องได้รับความเดือดร้อน หายไปอย่างปลิดทิ้ง

หลวงพ่อเชย วัดท่าควาย เป็นพระสมถะรักสันโดษมักน้อยไม่สนใจในยศถาบรรดาศักดิ์ ชอบเก็บตัวเองในกุฏิเพื่อบำเพ็ญปฏิบัติตลอดเวลา ฉันอาหารวันละมื้อแบบเอกา ท่านมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อช้าง วัดตึก หลวงพ่อคง วัดบางกะพี้ โดยเฉพาะกับหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสาคร ขนาดว่าหลวงพ่อรุ่งยังมาขอพระท่านไปแจกลูกศิษย์ลูกหา จนเป็นปัญหาที่สับสนกันภายหลังว่า เป็นพระใครกันแน่ แต่ต่อมามีผู้รู้เปิดเผย เรื่องนี้จึงยุติ และเล่นหาเป็นหลวงพ่อเชยเพียงสำนักเดียว

พระปิดตาหลวงพ่อเชย วัดท่าควาย จัดสร้างประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๐ เศษ ๆ เป็นพระยุคเก่า นิยม อยู่ในชั้นแนวหน้า ประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย สร้างด้วยผงพุทธคุณคลุกรัก และวัสดุอาถรรพณ์มากมาย มีสีดำสนิท และดำอมน้ำตาล ขัดสมาธิเพชร ยกพระกรสองข้างขึ้นปิดพระพักตร์ ปลายพระหัตถ์เสมอไรพระเกศ พระอุทรพลุ้ยเล็กน้อย แบ่งออกเป็นสองพิมพ์ คือ พิมพ์ประกบสองหน้า และพิมพ์หน้าเดียวหลังยันต์ (บางองค์ไม่มียันต์ก็มีพบเหมือนกัน)

วัดท่าควาย ปัจจุบันเปลี่ยนนามเป็น วัดเสถียรวัฒนะดิษฐ์ เป็นวัดเก่าแก่ย้อนขึ้นไปถึงปลายสมัยอยุธยาก่อนเสียกรุง แต่เดิมมา เป็นที่ที่พ่อค้าวานิชที่ค้าขายทางเกวียน มาจอดพักอยู่ที่ด้านหลังวัด เพราะน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ จึงเรียกติดปากว่า “วัดท่าควาย”

หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์เชย เป็นเจ้าอาวาสรูปที่สามของวัดท่าควาย (เท่าที่สืบค้นมาได้) เป็นพระผู้เชี่ยวชาญด้านธุดงควัตร และเคยธุดงค์ไปถึงมัณฑเล พม่า และ  นครวัต นครธม กัมพูชา เป็นพระเถระที่คงแก่เรียน ได้วิชาอาคมระหว่างเดินธุดงค์เป็นอันมาก โดยเฉพาะการปราบภูติผีปีศาจ และการถอดถอนคุณไสย์ต่าง ๆ ทำให้ท่านมีพวกหมอไสยเวทดำ คอยจ้องทำร้ายท่านอยู่เป็นประจำ แต่ทำอะไรท่านไม่ได้

ท่านมรณภาพเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ สิริรวมอายุได้ ๕๗ ปี พรรษาที่ ๓๗ หลวงปู่สุข วัดปากคลองมะขามเฒ่านั้น ยกย่องหลวงพ่อเชยว่า เป็นพระที่มีพลังจิตสูง เคยได้แลกเปลี่ยนวิชากับท่านไปหลายอย่าง และยังได้แนะนำให้เสด็จใน กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไปนมัสการและเล่าเรียนวิชาอาคมเพิ่มเติมจากหลวงพ่อเชยหลายแขนงอีกด้วย

มีเรื่องเล่ากันสืบมาว่า ในการตัดต้นไม้ของชาวบ้านเพื่อให้พ้นทางที่จะปลูกบ้าน เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเลื่อย หรือขวาน ไม่อาจทำให้ต้นไม้ต้นนั้นเกิดรอยแผลขึ้นได้ ฟันลงไปขวานก็เด้ง จึงมีการบนบานศาลกล่าวต่อรุกขเทวดา ผีสางนางไม้ แต่ก็ยังโค่นต้นไม้ไม่ได้อยู่ดี ร้อนถึงต้องปีนขึ้นไปดูบนคาคบไม้ว่ามีอะไรอยู่บ้าง ปรากฏว่าพบพระปิดตาหลวงพ่อเชย วัดท่าควาย ค้างอยู่ที่คบไม้ จนกระทั่งกร่อน จึงนำลงมา ปรากฏว่าคราวนี้ไม่ต้องออกแรงมาก ต้นไม้ก็ล้มลงอย่างน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง

คนแถบวัดท่าควายสั่งกันไว้ว่า เมื่อเกิดมีผีเข้าเจ้าสิงผู้ใดก็ตาม ให้เอาพระปิดตาหลวงพ่อเชยลงแช่ในขันน้ำ ทำน้ำมนต์ จะรดไล่ภูติผีปีศาจไปได้เป็นอย่างดี และได้ผลชะงัด แม้แต่คุณไสย์ก็จะไม่กล้ำกรายผู้มีพระหลวงพ่อเชยอยู่ติดตัว ด้วยอำนาจพระเวทอันเข้มขลังของหลวงพ่อเชยนั่นเองเป็นหลักใหญ่

ท่านล่ะ ไม่คิดจะหาพระปิดตาหลวงพ่อเชยมาแขวนติดตัวสักองค์หรือ ? ราคาเช่าหาในปัจจุบันยังไม่แพงจนเกินไป อยู่หลักพันกลาง ๆ เท่านั้น อนาคตข้างหน้า จะหากันไม่ได้ ราคาทะลุหมื่นเมื่อไร จะมาเสียใจภายหลังไม่ได้นะ จะบอกให้




* 1.jpg (29.39 KB, 417x708 - ดู 7995 ครั้ง.)

* 2.jpg (4.9 KB, 206x321 - ดู 8826 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: