หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ระวังห้องน้ำปั๊ม!!  (อ่าน 2438 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: เมษายน 11, 2010, 03:24:06 AM »


ระวังห้องน้ำในปั้มและรถที่ขับตามมา
ด้วยความปรารถนาดีและห่วงใย โปรดบอกต่อให้กับคนที่ท่านรักและห่วงใยต่อไปสัตว์โลกทั้งหลายพึงตั้งอยู่บนความไม่ประมาทความตายอยู่รอบตัว
เขาเคยคิดว่าภาพข่าวอาชญากรรมที่มีให้เห็นบนน.ส.พทุกวันเป็นเรื่องไกลตัว
จนกระทั่งกลางดึกคืนหนึ่งในห้องน้ำของปั๊มน้ำมันที่เปิดไฟฟ้าสว่างไสว

วิชชุ เศรษฐกนก ศิลปินฝึกหัดของบริษัท Aratist ในเครือแกรมมี่กรุ๊ปจึงตระหนักว่า
ไม่ว่าใครก็มีโอกาสตกเป็นเหยื่อของอาชญากรได้พอๆกัน
วันที่เกิดเหตุผมไปคุยเรื่องงานดนตรีกับพวกเพื่อนๆและพี่ๆที่พรีเมียร์พระราม9 คุยเสร็จเกือบตีสาม
ปกติก็ไม่ได้กลับดึกขนาดนั้น แต่วันนั้นคุยกันค่อนข้างซีเรียสเลยใช้เวลานาน คุยเสร็จต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านผมขับรถเกือบจะถึงบ้านแล้ว ผานปั๊มแห่งหนึ่งก็เลยแวะเข้าไป จริง ๆ
แล้วไม่ถึงกับอยากเข้าห้องน้ำขนาดทนไม่ได้แต่อยากซื้อขนมกับ ไอศกรีมไปกินที่บ้านมากกว่า
ตอนนั้นไม่มีรถคันอื่นเข้ามาเติมน้ำมันเลยผมขับไปจอดหน้ามินิมาร์ทเข้าไปซื้อของเสร็จ

คิดว่าเข้าห้องน้ำล้างหน้าหน่อยดีกว่าก่อนจะเข้าห้องน้ำ ก็เดินไปล็อครถก่อน
ห้องน้ำของปั๊มอยู่ข้างหลังมินิมาร์ทไม่มีใครในห้องน้ำเลย
แต่ไฟสว่างมากเพราะเป็นไฟนีออน กำลังจะรูดซิปกางเกงก็ได้ยินเสียงตึง...เป็นเสียงคนเดินเข้ามา พอเอี้ยวตัวไปมองก็เห็นปืนจ่ออยู่ตรงหน้าความรู้สึกแรกคือไม่อยากเชื่อว่าถูกปล้น
แต่พอได้สติก็รู้ว่านี่ของจริง...จังหวะนั้นมันเร็วมากพอผมเอี้ยวตัวไปเห็นคนเดินตามหลังมาอีกสองคน คนถือปืนก็ขึ้นลำ ปืนแล้วพูดด้วยเสียงดุ ๆว่า... ถ้ามึงไม่อยากตายหันหลังไป พอผมหันกลับเขาก็ผลักผมกระเด็นไปติดกำแพงห้องน้ำแล้วเอาด้ามปืนตบที่ท้ายทอยซ้อนกันหลายครั้ง


ผมบอกเขาว่า.พี่อยากได้อะไร..เอาไปเลยหวังว่าเขาคงจะไม่ทำอะไรร้ายแรงแต่ปรากฎว่าเขาไม่สน
ทุบเอาอีก...แล้วอีกคนก็เข้ามาจับมือผมไปไพล่หลังได้ยินเสียงแกะเทปกาวดังแควกก่อนจะเอาเทปนั้นมัดมือผมไว้พอมัดเสร็จก็จับตัวผมหันมา จากนั้นก็ต่อยที่ท้องผมอย่างแรงหมัดเดียวแต่จุกมาก
จนผมทรุดลงไปนอนตัวงออยู่กับพื้นต่อจากนั้นเขาก็จับขาผมรวบให้นั่งบนพื้นแล้วทำท่า

เหมือนจะเอาเทปมามัดที่เท้าแต่เปลี่ยนใจเป็นมาพันที่หน้าก่อนเริ่มจากปิดตา ปิดปากตอนปิดปากเขาปิดจมูกไปด้วย ผมพยายามร้องว่าหายใจไม่ออกแต่เสียงมันดังออกมาแค่อือๆเท่านั้น
โชคดีว่าพันไม่แน่นมากยังมีช่องเหลือให้หายใจได้ หลังจากนั้นมันก็เอาเทปมามัดเท้าต่อ
ก่อนค้นตัวเอากุญแจรถไปแล้วทุกอย่างก็เงียบตอนแรกผมคิดว่าพวกเขาคงทิ้งผมไว้
เอาแต่รถไปอย่างเดียวรออีกเดี๋ยวค่อย ๆกลิ้งออกไปหาคนช่วยก็ได้แต่ยังไม่ทันจะโล่งใจเลย
ก็รู้สึกว่าตัวเองถูกยกลอยขึ้นตอนนั้นตกใจสุดขีดเลยตกใจกว่าตอนเห็นปืนอีก

เพราะคิดว่าคราวนี้คงต้องถูกเอาไปยิงทิ้งแน่ผมดิ้นสุดชีวิตเลยโดนอัดหรือเตะไม่รู้แน่เข้า
หลังจากนั้นมันไม่เชิงว่ามีสติตลอดมันกึ่งรู้สึกตัวกับไม่รู้สึกตัวเนื่องจากถูกมัดตาเอาไว้
ทำให้ไม่รู้ว่าเค้าอุ้มไปไหนรู้สึกว่าหลังแตะอะไรสักอย่าง
คิดว่าน่าจะเป็นรถเพราะพอวางเสร็จรถก็ออกตัวตอนนั้นนึกถึงพ่อแม่.ท่านจะอยู่อย่างไรเพราะผมเป็นลูกคนเดียวแล้วก็นึกถึงพระปลงว่าท่าจะไม่รอดรถวิ่งไปได้ซักพักก็หยุด
รู้สึกตัวว่าถูกยกลอยขึ้นก่อนจะถูกโยนโครมลงไปที่หญ้าคาดว่าคงเป็นข้างทางที่ไหนซักแห่ง
กลั้นใจว่าจะโดนอะไรอีกไหมรู้สึกว่าจะถูกเตะเข้าที่กลางลำตัวอีกสองครั้ง


จากนั้นก็ได้ยินเสียงรถขับออกไป...เขาคอยจนแน่ใจว่าพวกนั้นไปแล้ว
แล้วก็พยายามแกะเทปแล้วตะกายไปขอความช่วยเหลือมีคนขับรถผ่านมา ช่วยเขาพาไปส่ง
ร.พ. ไปนอนไอ.ซี.ยู 1 คืนเค้าบอกว่าพ่อแม่เคยเตือนแล้วว่าการขับรถกลับบ้านดึก
ให้ระวังคนขับรถมาชนอาจเป็นโจร.............คนๆนี้โชคดีกว่าหลายคนที่เค้ายังกลับไปหาพ่อแม่ของเค้าได้...โลกนี้มันมีีทั้งเรื่องที่ดีงาม แล้วก็เรื่องที่ไม่ดีมันเป็นโลกแห่งความจริง

ขอให้ระวังตัวอย่าชะล่าหลาย ๆ คนคิดว่า... ไม่เป็นไรแค่นี้เอง แต่แค่นี้เองนั้น
มันเท่ากับเราได้เอาตัวของเราทั้งชีวิตเข้าไปเสี่ยงซะแล้วถึงแม้จะไม่ห่วงตัวก็ขอให้คิดถึงคนที่บ้านคนที่เป็นห่วงเราด้วยละกัน..ป.ล. ถ้าเป็น ญ.ก็อาจจะเสีย
ทั้งกายทั้งใจ

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: