หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การปฐมพยาบาลบาดแผลที่ท้อง หน้าอก และศีรษะ(2)  (อ่าน 4212 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 05:03:26 AM »

บาดแผลขนาดใหญ่บางครั้งอาจลึกลงไปถึงกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นเลือด หรือเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน ซึ่งอาจทำให้คนเจ็บเสียเลือดมากจนหมดสติและเสียชีวิตได้ ควรรีบโทรเรียกรถพยาบาลหรือนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ระหว่างนั้นควรปฐมพยาบาลดังนี้

บาดแผลที่ท้อง
      
       ห้ามเลือดโดยให้คนเจ็บนอนหงาย ยกขาให้สูงกว่าลำตัว เพื่อให้แผลที่เปิดอยู่เข้ามาชิดกัน ใช้ผ้าสะอาดปิดปากแผลเอาไว้ แล้วใช้ผ้าผืนยาวพันรอบเอวคนเจ็บไว้อีกชั้น แต่อย่าให้แน่นมาก และอย่าให้ปมที่ผูกผ้าอยู่เหนือบาดแผล หากเป็นบาดแผลจากการถูกแทง ห้ามดึงวัตถุที่ติดคาบาดแผลออก เพราะจะทำให้เสียเลือดมากขึ้น ใช้ผ้าหนาๆ คลุมตัวคนเจ็บเอาไว้ อย่าให้ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร
      
       ในกรณีที่บาดแผลฉีกขาดกว้างและลึก อาจทำให้อวัยวะภายในช่องท้องหลุดออกมาภายนอกร่างกายได้ คนเจ็บจะเสียเลือดมาก ให้คนเจ็บนอนชันขา หรือหาผ้าหนาๆ หนุนหัวเข่าไว้ ค่อยๆ เปิดเสื้อออกจนเห็นบาดแผล ใช้ผ้าสะอาดผืนใหญ่ๆ คลุมอวัยวะภายในไว้ แล้วใช้น้ำสะอาดเทราดเบาๆ บนผ้าที่ปิดทับเพื่อหล่อเลี้ยงอวัยวะให้ชุ่มชื้น ไม่ควรใช้ผ้าที่มีความเหนียว มีเศษขน รวมทั้งกระดาษทิชชูหรือวัสดุที่เปื่อยยุ่ยเมื่อถูกน้ำ เพราะอาจเหนียวหรือเกาะติดแน่นกับแผลหรืออวัยวะในช่องท้อง
      
       ที่สำคัญคือ ไม่ควรพยายามนำอวัยวะกลับเข้าไปไว้ในช่องท้อง เพราะอาจทำให้อวัยวะในช่องท้องอื่นๆ บาดเจ็บมากขึ้น และเกิดการติดเชื้อในช่องท้องได้ งดให้น้ำและอาหาร แล้วเรียกรถพยาบาลหรือนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน


บาดแผลที่หน้าอก
      
       บาดแผลปิด
      
       กรณีที่ไม่มีบาดแผลให้เห็น แต่คนเจ็บมีอาการเจ็บและแน่นหน้าอกมาก หากเนื้อปอดฉีกขาดภายใน จะมีอาการไอออกมาเป็นฟองสีเลือด การปฐมพยาบาลทำได้โดยให้คนเจ็บเอนตัวพิงกำแพง หรือนอนพิงกับเข่าของคุณ จับแขนของคนเจ็บข้างเดียวกับที่มีบาดแผลพาดหน้าอกไว้ให้มือจับไหล่อีกข้างหนึ่ง หากมีผ้าสามเหลี่ยมให้คล้องแขนข้างนั้นไว้กับตัวเพื่อป้องกันบาดแผลที่หน้าอก แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล
      
       บาดแผลเปิด
      
       หากถูกแทงที่หน้าอกแล้ววัตถุนั้นยังหักคาอยู่ อย่าดึงวัตถุนั้นออก เพราะจะทำให้เลือดออกมากยิ่งขึ้น ให้คนเจ็บเอนตัวพิง ตะแคงข้างไปทางด้านที่มีแผล ห้ามเลือดโดยใช้ห่วงผ้ารองไม่ให้วัตถุนั้นปักลึกมากยิ่งขึ้น แล้วนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
      
       บาดแผลทะลุ
      
       บาดแผลชนิดนี้อาจเกิดจากการถูกยิงหรือถูกแทงลึกจนปอดทะลุ อากาศจากภายนอกจะไหลเข้าไปในปอด ทำให้เกิดฟองอากาศในเลือด
      
       ให้คนเจ็บเอนตัวพิง ตะแคงข้างไปทางด้านที่มีแผล หายใจเข้าลึกๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ระหว่างนั้นให้ใช้ผ้าพันแผลหนาๆ หรือถุงพลาสติกสะอาดปิดแผลเอาไว้ ทาทับด้วยวาสลีน ปิดทับด้วยเทปกาวพันแผล เปิดมุมเอาไว้เพื่อให้อากาศไหลเวียนออกได้ แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล หากคนเจ็บมีอาการหายใจลำบาก ให้เปิดผ้าพันแผลออก เพื่อให้อากาศไหลออกมามากขึ้น แล้วจึงปิดไว้อย่างเดิม




* 3.jpg (32.37 KB, 400x229 - ดู 690 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 19, 2010, 05:07:34 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 05:05:00 AM »


บาดแผลที่ศีรษะ ได้แก่
       
       บาดแผลที่หนังศีรษะ
       
       เนื่องจากสมองเป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของร่างกาย ดังนั้นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจึงมีความสำคัญมาก ถึงแม้จะเป็นเส้นเลือดขนาดเล็ก แต่เมื่อฉีกขาดก็จะมีเลือดออกมาก ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อเย็บแผล เพราะแผลที่ศีรษะหากไม่ได้รับการเย็บ เลือดอาจจะออกมาอีกได้
       
       การปฐมพยาบาลบาดแผลที่ศีรษะให้ใช้ผ้าสะอาดปิดปากแผลเอาไว้ ไม่ควรปิดพลาสเตอร์ยา เพราะเมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอจะต้องเปิดดูแผล การเปิดแผลอีกครั้งจะทำให้บาดแผลกระทบกระเทือนมากขึ้น
       
       พันแผลโดยใช้ผ้าสามเหลี่ยมหรือผ้าพันคอใหญ่ๆ ทบทแยง ผูกปมหนึ่งไว้ที่ท้ายทอย แล้วอ้อมชายผ้ามาผูกไว้ที่หน้าผากอีกปมหนึ่ง ดึงชายข้างหลังให้ตึง กดผ้าที่ท้ายทอยไว้เพื่อไม่ให้เลื่อนหลุด ใช้เข็มกลัดซ่อนปลายติดชายผ้าบริเวณท้ายทอย หากไม่มีเข็มกลัดหรือชายผ้ายาวไม่พอ ให้ดึงขึ้นไปเหน็บไว้กับปมด้านหน้า
       
       หากสงสัยว่ากะโหลกศีรษะแตก หรือมีเศษวัตถุปักคาอยู่ ให้ทำห่วงผ้าวางเหนือบาดแผล หากแผลลึกมากจนกะโหลกศีรษะเปิด ห้ามใช้น้ำล้างแผล ให้นำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
       
       บาดแผลที่กะโหลกศีรษะ
       
       หากคนเจ็บมีอาการปวดที่บาดแผล รอยต่อที่กะโหลกศีรษะผิดรูปร่าง มีเลือดไหลออกมาทางปาก จมูก หรือหู รอบดวงตาเป็นรอยช้ำ มีรอยดำหรือมีจ้ำช้ำที่หลังใบหู หลังจากได้รับบาดเจ็บไม่นาน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ากะโหลกศีรษะอาจแตกหรือร้าว
       
       หากคนเจ็บมีอาการเหล่านี้ต้องโทรเรียกรถพยาบาลหรือนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน หากมีเลือดไหลห้ามใช้น้ำล้าง เพราะจะปิดขวางทางออกของแรงดันภายใน และสมองอาจติดเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำได้

       
       หากกะโหลกศีรษะแตกหรือร้าวถือว่ามีอันตรายมาก แต่ในบางกรณีการวินิจฉัยด้วยตาเปล่าแทบจะมองไม่เห็นเลยว่ามีรอยร้าวหรือรอยแตกที่ใด การเอกซเรย์จะทราบผลชัดเจนที่สุด

การบาดเจ็บของเนื้อสมอง
       
       ธรรมชาติสร้างกะโหลกศีรษะมาให้มีความแข็งแรงมากพอที่จะปกป้องเนื้อสมองที่อยู่ภายในไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน แต่บางครั้งหากศีรษะถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เนื้อสมองได้
       
       หากเนื้อสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงอาจเกิดอาการบวมช้ำได้ เมื่อเนื้อสมองบวมจะทำให้ที่อยู่ที่จำกัดมากอยู่แล้ว ถูกจำกัดมากยิ่งขึ้น จนเกิดแรงดันภายในกะโหลก ร่างกายต้องหาทางลดแรงดันนี้ จึงทำให้มีเลือดออกมาทางปาก จมูก หรือหูนั่นเอง
       
       อาการบาดเจ็บของสมองบางครั้งอาจมีสาเหตุมาจากไขสันหลังหรือสมองถูกกระแทกอย่างรุนแรง การฟกช้ำของสมอง หรือเนื้องอก
       
       อาการที่บ่งบอกว่ามีการบาดเจ็บของเนื้อสมอง ได้แก่ มีรอยปริแตกของกะโหลก เลือดไหลมาก เห็นชิ้นส่วนของกระดูกหรือเห็นเนื้อสมองไหลออกมา มีของเหลวหรือเลือดไหลออกมาจากปาก จมูก หรือหู หมดความรู้สึกบริเวณใบหน้า มีอาการทางสมอง เช่น สับสน พูดผิดๆ ถูกๆ บุคลิกภาพแปรปรวน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง รับประทานยาแก้ปวดแต่อาการไม่ดีขึ้น อาเจียน ม่านตาไม่มีการตอบสนอง อ่อนเพลีย เซื่องซึม ง่วงนอน หรืออาจเป็นลมหมดสติ
       
       หากมีเลือดไหลออกจากปาก จมูก หรือหู อย่าพยายามห้ามเลือด เพราะจะเป็นการปิดกั้นทางออกของแรงดันในสมอง หากคนเจ็บอาเจียน ให้จับนอนตะแคงข้างเพื่อป้องกันเศษอาหารไปอุดตันทางเดินหายใจ
       
       ให้รีบเรียกรถพยาบาลหรือนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ควรเคลื่อนย้ายคนเจ็บด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง สังเกตอาการคนเจ็บอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ตรวจสัญญาณชีพว่ายังมีครบหรือไม่ คือชีพจร การหายใจ และการเต้นของหัวใจ หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งให้เริ่มทำการกู้ชีพดังที่เคยกล่าวไว้แล้วในบทความก่อนหน้านี้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: