หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการปฐมพยาบาลกรณีฉุกเฉิน  (อ่าน 4223 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 05:09:13 AM »


การปฐมพยาบาล คือ การให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในขั้นแรก ก่อนส่งโรงพยาบาล หรือก่อนจะถึงมือแพทย์ ทุกคนควรมีความรู้ในการปฐมพยาบาล เพื่อที่จะใช้เวลาทุกวินาทีให้เป็นประโยชน์ที่สุดเพื่อช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่น
       
       การปฐมพยาบาลนั้น ต้องทำด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง ขั้นแรกต้องระงับความตื่นเต้นตกใจ ตั้งสติให้ดี ไม่ว่าคนที่คุณต้องช่วยเหลือจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือแม้แต่คนแปลกหน้า
       
       พยายามอย่าให้คนมุง เพื่อให้คนเจ็บได้รับอากาศบริสุทธิ์ ปลอดโปร่ง มีแสงสว่างเพียงพอ และสะดวกในการปฐมพยาบาล โทรเรียกรถพยาบาลก่อน แล้วรีบตรวจดูคนเจ็บและปฐมพยาบาลเบื้องต้น
       
       กรณีที่คนเจ็บยังมีสติ ควรแนะนำตัวเอง สอบถามชื่อนามสกุลของคนเจ็บ และสอบถามอาการ
       กรณีที่คนเจ็บหมดสติ ให้ตรวจดูว่ายังหายใจหรือไม่
       
       การกู้ชีพ
       
       หากคนเจ็บหายใจไม่สะดวกหรือหยุดหายใจให้เริ่มผายปอดแบบเป่าปาก โดยให้คนเจ็บนอนหงาย จับปลายคางให้เชิดขึ้น มือกดหน้าผากไว้ ตรวจดูให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปากหรือลำคอ หากตรวจพบให้ล้วงออกมาให้หมด เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น
       
       ใช้มือข้างหนึ่งบีบจมูกคนเจ็บ มืออีกข้างดึงปลายคางไว้เพื่อเปิดช่องปาก จากนั้นสูดลมเข้าปอดแล้วเป่าเข้าไปทางปากของคนเจ็บ สังเกตว่าลมเข้าปอดโดยดูจากการเคลื่อนไหวของหน้าอก รอให้ลมออกจากปอดก่อนแล้วจึงเป่าครั้งที่สอง จากนั้นให้สำรวจชีพจร ง่ายที่สุดคือที่คอ บริเวณสองข้างของลูกกระเดือก หากคลำชีพจรไม่พบ ให้นวดหัวใจด้วย
       
       วิธีการนวดหัวใจ ให้นั่งคุกเข่าอยู่ข้างตัวคนเจ็บ ให้เข่าข้างหนึ่งอยู่บริเวณเอว อีกข้างอยู่บริเวณหัวไหล่ วางมือข้างที่ไม่ถนัดตรงกึ่งกลางหน้าอกเหนือกระดูกลิ้นปี่เล็กน้อย วางมือข้างที่ถนัดไว้ด้านบน แล้วยืดแขนให้ตรง โน้มตัวมาข้างหน้า ถ่ายน้ำหนักลงไปบนแขน เริ่มนวดหัวใจโดยการกดมือลงไป
       
       จังหวะการนวดคือ 15 ครั้งต่อ 10 วินาที แรงกดให้ดูจากการยุบตัวของหน้าอก ควรยุบแค่ประมาณ 1 ½ ถึง 2 นิ้ว หลังจากนวดครบ 15 ครั้ง ให้เป่าปาก 2 ครั้ง แล้วตรวจดูชีพจรอีกครั้ง หากยังไม่มีชีพจร ให้เริ่มนวดหัวใจอีกครั้ง ทำจนกว่าคนเจ็บจะเริ่มหายใจเองได้ หรือรถพยาบาลมาถึง
       
       การเคลื่อนย้ายคนเจ็บ
       
       หากบาดเจ็บที่คอ หรือกระดูกสันหลัง ห้ามเคลื่อนย้ายคนเจ็บ หากเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์ที่ประสบอุบัติเหตุ อย่าเพิ่งถอดหมวกกันน็อก จนกว่าจะตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีกระดูกคอ หรือหลังหัก
       
       รู้ได้อย่างไรว่ากระดูกสันหลังหักหรือไม่
       - หากเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีความรุนแรง มีโอกาสสูงที่คนเจ็บจะกระดูกสันหลังหักจากแรงกระแทก
       - หากคนเจ็บยังมีสติ ลองให้เขาขยับนิ้วมือ นิ้วเท้า เป็นจังหวะ หรือลองให้คนเจ็บบีบมือของคุณ หากยังเคลื่อนไหวนิ้วได้ หรือยังมีแรงบีบ กระดูกสันหลังไม่น่าจะหัก
       - ลองหาวัตถุแข็งๆ ลากบริเวณฝ่าเท้า หากมีการตอบสนองแบบเดียวกับจั๊กจี๋ หรือหัวแม่โป้งกระดิก เป็นสัญญาณที่ดี
       
       แต่หากลองทำทุกอย่างแล้ว ไม่มีการตอบสนองที่ดี นั่นเป็นสัญญาณว่าคนเจ็บอาจมีกระดูกสันหลังหัก ไม่ควรเคลื่อนย้ายคนเจ็บ ยกเว้นว่าอยู่ในสถานที่ที่เสี่ยงเกินไป เช่น ไฟไหม้ ใกล้เชื้อเพลิงที่อาจระเบิด บนถนนที่อาจถูกรถทับ หรือตึกที่กำลังจะถล่ม ให้เคลื่อนย้ายคนเจ็บอย่างถูกวิธี และทำด้วยความระมัดระวังที่สุด
       
       วิธีการเคลื่อนย้ายที่ใช้ได้กับคนเจ็บที่สงสัยว่าอาจจะมีกระดูกสันหลังหรือกระดูกคอหัก ก็คือ การลากไหล่ โดยยืนอยู่เหนือศีรษะของคนเจ็บ ย่อเข่าลง สอดมือทั้งสองข้างเข้าไปที่ใต้แขนของคนเจ็บ แล้วจับให้แน่น ให้ศีรษะและคอของคนเจ็บอยู่ระหว่างแขนทั้งสองข้างของคุณ ค่อยๆ เดินถอยหลังทีละก้าวช้าๆ โดยลากไปตรงๆ ห้ามลากไปทางซ้ายหรือขวา พยายามให้ศีรษะ คอ ลำตัว และขาของคนเจ็บ อยู่ในแนวเส้นตรงระนาบเดียวกัน สังเกตด้วยว่าเสื้อของคนเจ็บไม่รั้งที่คอจนขาดอากาศหายใจ



* 7.jpg (13.26 KB, 300x300 - ดู 715 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 05:09:45 AM »


การห้ามเลือด
       
       หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเลือดของคนเจ็บโดยตรง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้รีบล้างมือด้วยสบู่ รวมทั้งบริเวณที่เปื้อนเลือดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
       
       การห้ามเลือดทำได้โดย
       - ใช้นิ้วมือกดไว้ตรงบาดแผล
       - ใช้ผ้าสะอาดพันปิดแผลไว้ อย่าให้แน่นจนชา
       หากไม่มีผ้าพันแผล เราสามารถดัดแปลงสิ่งของใกล้ตัวมาใช้ได้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ชายเสื้อ ชายกระโปรง เนคไท
       - แผลที่แขนหรือขาให้ยกสูง จะช่วยให้เลือดไหลช้าลง ปกติเลือดจะหยุดไหลภายในเวลาประมาณ 15 นาที ถ้าเลือดไหลไม่หยุด ให้กดเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงแขน ขา
       - การกดเส้นเลือดแดงใหญ่เพื่อห้ามเลือด ให้กดบริเวณเหนือบาดแผล ตำแหน่งที่ใช้กดเพื่อห้ามเลือดคือ ถ้าเลือดไหลที่แขนให้กดแขนด้านใน ช่วงระหว่างข้อศอกและหัวไหล่ ถ้าเลือดไหลที่ขา ให้กดที่หน้าขาบริเวณขาหนีบ
       
       การห้ามเลือดโดยการกดเส้นเลือดแดงใหญ่นั้น ควรทำก็ต่อเมื่อใช้วิธีการห้ามเลือดโดยการกดบาดแผล หรือใช้ผ้าพันแผลแล้วไม่ได้ผล เพราะจะทำให้อวัยวะที่ต่ำกว่าจุดกดขาดเลือดไปเลี้ยง หากกดนานๆ กล้ามเนื้ออาจตายได้ จึงไม่ควรกดเส้นเลือดแดงใหญ่เกินกว่าครั้งละ 15 นาที
       ไม่ควรถอดหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าของคนเจ็บ แม้ว่าจะเปื้อนเลือดจนชุ่มแล้ว เพราะอาจยิ่งทำให้เลือดไหลออกมาอีก
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 19, 2010, 05:10:56 AM »


กระดูกหัก
       
       หากมีเลือดออกให้ห้ามเลือดทันที หากกระดูกแทงทะลุออกมานอกผิวหนัง ห้ามจับกระดูกกลับเข้าที่เดิม
       สิ่งสำคัญในการช่วยเหลือคนเจ็บที่กระดูกหัก ก็คือ การใส่เฝือกเพื่อยึดไม่ให้มีการเคลื่อนไหว ถ้ากระดูกหักที่แขน มือ หรือข้อศอก ให้ใส่ผ้าคล้องแขนด้วย
       
       สิ่งที่จะใช้ทำเฝือกได้ ก็คือ วัสดุที่แข็งและไม่ยืดหยุ่น เช่น ไม้กระดาน ด้ามไม้กวาด หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่นำมาม้วนให้แข็ง หากพื้นผิวของวัสดุไม่เรียบ ให้หาผ้ารองไว้ชั้นในก่อน เฝือกควรมีความยาวมากกว่าอวัยวะส่วนที่หักเล็กน้อย ผูกเฝือกด้วยเชือก เนกไท ผ้าพันคอ หรือเศษผ้าที่หาได้ โดยไม่ควรผูกให้แน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากสังเกตว่าบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หรือมีอาการชา ให้รีบคลายเฝือกออก
         


แผลถูกแทง
       
       หากวัตถุที่แทงมีขนาดยาวมาก สามารถตัดให้สั้นลงได้โดยทำอย่างระมัดระวัง แต่ห้ามดึงออกเพราะจะทำให้เลือดออกมากยิ่งขึ้นหรือเพิ่มอันตรายต่ออวัยวะใกล้เคียง ห้ามเลือดโดยใช้ห่วงผ้ารองไม่ให้วัตถุนั้นปักลึกมากยิ่งขึ้น ไม่ควรให้กินอะไรทั้งสิ้น ให้คนเจ็บอยู่นิ่งๆ ให้มากที่สุด แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน



แผลถูกยิง
       
       ห้ามเลือดโดยใช้วิธีกดลงบนบาดแผลโดยตรง หรือกดเส้นเลือดแดงเหนือบาดแผล ถ้ามีกระดูกหักร่วมด้วยให้ดามกระดูกที่หัก ให้คนเจ็บนอนนิ่งๆ ห่มผ้าให้อบอุ่นเพื่อป้องกันการช็อค งดให้น้ำหรืออาหารใดๆ แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: