หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 'ถังดับเพลิง' ระงับอัคคีภัย เรียนรู้วิธีการใช้"ถังดับเพลิง"ดีกว่ามองดูเฉยๆ  (อ่าน 12344 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2010, 08:37:24 AM »


ตรวจเช็กพร้อมใช้...ลดภัยสูญเสีย!!

ภาพเปลวเพลิงที่ลุกท่วมกรุงเทพมหานครอย่างบ้าคลั่งที่ผ่านมา ถือเป็นเหตุการณ์เศร้าสะเทือนใจคนไทยทั่วประเทศ เนื่องจากไฟที่เผาทำลายบ้านเมืองนั้นได้ถูกจุดขึ้นจากน้ำมือคนไทยเอง หลังเพลิงสงบยังคงมีกลิ่นควันจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเพื่อรำลึกถึงความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลที่ยากจะประเมินค่า พร้อมคำถามที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกหรือไม่...?!?
   
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนเกิดความหวาดกลัวอัคคีภัยทุกประเภทที่  อาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราควรให้ความสำคัญ ซึ่ง “ถังดับเพลิง”  ถือเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่เชื่อว่าเกือบทุกบ้านมีติดตั้งไว้เพื่อป้องกันเพลิงไหม้ แต่มั่นใจหรือไม่ว่าเราดูแลตรวจเช็กอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้พร้อมใช้งานแล้ว...
   
สมเชษฐ กองเขน ผู้  อำนวยการส่วนเครื่องจักรกลสาธารณภัย สำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับถังดับเพลิงที่เรา มีไว้ประจำบ้านเพื่อใช้ระงับ  อัคคีภัยว่า โดยพื้นฐานทั่วไปการเกิดอัคคีภัยจริง ๆ แล้วเกิดขึ้นยากเนื่องจากต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างด้วยกันคือ 1.เชื้อเพลิง 2.ความร้อนที่สูงมาก 3.อากาศ (ออกซิเจน) จึงจะทำให้เกิดไอระเหยของคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นมา ซึ่งประเภทของเพลิงนั้นเป็นอีกพื้นฐานที่เราต้องทราบก่อนเพื่อนำไปสู่การเลือกใช้ถัง  ดับเพลิง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภท A คือ เพลิงที่เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ พลาสติก ยาง เป็นต้น 2.ประเภท B คือ เพลิงที่เกิดจากก๊าซของเหลวติดไฟ ไข และน้ำมันต่าง ๆ 3.ประเภท C คือ เพลิงที่เกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือวัตถุที่มีกระแสไฟฟ้า เช่น สายไฟ 4.ประเภท D คือ เพลิงที่เกิดจากสารเคมีติดไฟได้ ส่วนใหญ่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

   
ถังดับเพลิงส่วนใหญ่ที่  เรารู้จักนั้นมี 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว โดยเฉพาะสีแดงเราจะพบเห็นบ่อยตามบ้านเรือนประชาชนและสถานที่ราชการต่าง ๆ แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่า  ยังแบ่งเป็น 2 แบบอีกด้วย คือ แบบบรรจุสารเคมี ได้แก่ผงเคมีแห้งที่ผ่านการอบ  แห้งแล้ว เวลาพ่นออกมาจะเป็นละอองแป้งสีขาว ๆ ใช้ได้ง่ายครอบคลุมเพลิงทุกประเภท แต่มีข้อเสียคือจะ  ทำให้เหลือผงสีขาว ๆ เลอะเทอะเปรอะเปื้อน และ แบบบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถสังเกตได้คือ จะมีกรวยรูปแตรหรือทรงยาวอยู่ที่สายดับเพลิง เวลาพ่นก๊าซออกมาจะเป็นเหมือน หมอกปกคลุมแต่ไม่ทิ้งคราบสกปรกเหมาะสำหรับใช้ในปั๊มน้ำมัน เพราะไม่ทิ้งสารตกค้างทำ  ให้พื้นที่สะอาดแต่สามารถใช้ได้กับเพลิงประเภท B และ C เท่านั้น สำหรับอันตรายจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถ้านำไปใช้ในที่อับอาจทำให้คนที่อยู่ข้างในขาดอากาศหายใจ ส่วนอันตรายของ ผงเคมีแห้ง ถ้าสัมผัสถูก  บริเวณผิวหนัง ดวงตา จะมีอาการระคายเคือง ปวดแสบ ปวดร้อน แต่สามารถล้างน้ำ ออกได้
   
ส่วน ถังดับเพลิง  สีเหลือง เป็นถังดับเพลิง ชนิดน้ำยาเหลวระเหยบีซีฮาลอน คุณสมบัติมีความเย็นจัด เหมาะสำหรับสถานที่ที่ใช้อุปกรณ์คอม พิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสาร เนื่องจากไม่ทิ้งคราบสกปรก เพราะเป็นสารสะอาด ส่วน ถังสีเขียวคุณสมบัติคล้าย ๆ สีเหลือง  แต่ดีกว่าตรงที่น้ำยาเป็นสาร ระเหยที่ไม่เป็นอันตรายต่อ สิ่งแวดล้อม แถมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย แต่ทั้ง2 ชนิดนี้ค่อนข้างแพงจึงไม่เป็นที่นิยม
   
ขนาดของถังดับเพลิง ส่วนใหญ่ที่ใช้กันทั่วไปได้แก่ 5, 10 และ 15 ปอนด์ โดยไม่ควรใช้เกิน 10 กก. หรือ 15 ปอนด์ หรือหากต้องการพกพาไว้ในรถจะใช้แค่ 2 กก. หรือ 5 ปอนด์ และในการติดตั้งถังดับเพลิงรวมความสูงของถังจากพื้นไม่ควรสูงเกิน 150 ซม. เพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวก ในการเลือกซื้อถัง  ดับเพลิงก็สำคัญจะต้องได้มาตรฐาน มอก.332-2537 ด้วย เนื่องจากจะอ้างอิงเกี่ยวกับระยะเวลาการฉีดใช้
   
เมื่อมีถังดับเพลิงแล้วไม่ใช่จะปล่อยให้ติดตั้งไว้เฉย ๆ รอให้เกิดเหตุอัคคีภัยแล้วค่อยนำออกมาใช้ สมเชษฐ แนะนำวิธีการดูแลรักษาถังดับเพลิงว่า การดูแลรักษาภายนอกถังควรตรวจสอบสภาพของสาย ฉีด ไม่แตก หัก รั่ว และตัวถังไม่ผุกร่อนขึ้นสนิม ส่วนการดูแลรักษาน้ำยาในถังนั้นหมั่นพลิกถังดับเพลิงกลับหัวลง เพื่อตรวจสอบว่าน้ำยาดับเพลิงในถังยังคงสภาพเดิม (เป็นของเหลว) ไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง และเช็กแรงดันของถังดับเพลิงที่มาตรวัดว่า ถ้าเข็มยังอยู่ในแถบสีเขียว แสดงว่ายังใช้งานได้ แต่ถ้าต่ำลงมาที่ขีดแดงควรเติมน้ำยาได้แล้วซึ่งถังซื้อใหม่มีอายุการใช้งาน 5-7 ปี หรือขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมในการติดตั้ง แต่ควรเติมน้ำยาทุก 3-5 ปี เนื่องจากคุณภาพจะเสื่อม เพราะในเรื่องของอัคคีภัยเครื่องมือป้องกันต่าง ๆ ต้องใช้งานได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หากไม่มีคุณภาพใช้งานไม่ได้ก็ทำให้เกิดเหตุรุนแรงได้
   
แต่หากบ้านไหนยังไม่มีถังดับเพลิงประจำบ้านวิธีการเบื้องต้นในการดับเพลิงส่วนมากมักเข้าใจผิดคิดว่าเอาน้ำไปสาดเยอะ ๆ แต่การดับเพลิงจริง ๆ คือ การลดอุณหภูมิ ความร้อนให้ต่ำและคลุมไม่ให้อากาศเข้าหรืออาจจะใช้ผ้าชุบน้ำคลุมไฟ เช่น กองไฟเศษขี้เลื่อย เศษกระดาษ หากฉีดน้ำใส่จะทำให้กระจายได้ และการฉีดน้ำที่ถูกวิธี  ควรฉีดไปที่ฐาน ของไฟ

การระงับอัคคีภัยให้มีประสิทธิภาพลดความเสียหาย จึงควรหมั่นตรวจเช็กอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา และอย่าประมาทเผอเรอเพราะอาจทำให้บ้านที่อยู่อาศัยวอดวายได้ ที่สำคัญ ต้องมีสติอย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเปลวเพลิงจะลุกลามรุนแรงก็ต่อเมื่อเราปล่อยให้มันไหม้นานเกิน 3-4 นาทีไปแล้ว ดังนั้นเรายังพอมีเวลาที่จะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินได้ตามวิธีที่แนะนำไปแล้วข้างต้น.

วิธีการใช้ถังดับเพลิงแบบง่าย ๆ
   
1. ดึง คือ เมื่อยกถังดับเพลิงออกมาตั้งแล้ว สังเกตบนถังจะมีสลักเหมือนกระเดื่องระเบิดสอดไว้ค่อย ๆ ดึงออก
   
2. ปลด คือ ปลดสายหัวฉีดออกมาและถือให้มั่นคง
   
3. กด คือ เล็งหัวฉีดไปที่ฐานของไฟ จากนั้นกดคันบังคับเปิดน้ำยา

4.ส่าย คือ ส่ายสายฉีดไปให้ทั่วฐานของไฟจน  ไฟดับ (พยายามเข้าใกล้ประมาณ 2-4 เมตร เป็นระยะหวังผลได้ดี)



* 1.jpg (49.54 KB, 500x362 - ดู 5661 ครั้ง.)

* 2.jpg (45.56 KB, 500x362 - ดู 10851 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2010, 08:38:35 AM »


ถังดับเพลิง


* 3.jpg (36.41 KB, 500x362 - ดู 4554 ครั้ง.)

* 4.jpg (34.61 KB, 500x500 - ดู 13508 ครั้ง.)

* 5.jpg (49.3 KB, 500x375 - ดู 4315 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: