หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทสรุป! สำหรับ"หนุ่ม-สาว" อมควัน, บุหรี่กับโรคหลอดเลือดสมอง  (อ่าน 10309 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2010, 09:00:01 PM »

บทสรุป! สำหรับ"หนุ่ม-สาว" อมควัน

ปากเหม็น มีกลิ่นตัว ทำลายสุขภาพทั้งปอดและสมอง บุคลิกภาพดูแย่...นี้คือ ผลเสียสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมการสูบใต้คราบชุดนักศึกษาภายในรั้วสถาบัน ยิ่งทว่าองค์การอนามัยโลก'53 นี้ ได้กำหนดประเด็นในการรณรงค์กับผู้หญิงไทย กับคำขวัญที่ว่า "หญิงไทยฉลาด ไม่เป็นทาสตลาดบุหรี่"หรือ "Gender and tobacco with an emphasis on marketing to women" จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่หลายคนมองว่า วัยรุ่นสาวส่วนใหญ่ยังคงมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่กันอยู่ แม้จะมีการรณรงค์การสื่อสารกับสาธารณะชนอย่างมากมาย ตลอดจนมีการออกกฎระเบียบข้อบังคับโซนนิ่งพื้นที่ไว้แล้วก็ตาม
      
       "ออน" นักศึกษาสาวปริญญาโท มหาวิทยาลัยชื่อดัง หนึ่งในวัยรุ่นอมควัน เปิดเผยว่าตนเองสูบบุหรี่มากว่า 7 ปี โดยเริ่มต้นจากความอยากลองและได้รับค่านิยมผิดๆว่าการสูบบุหรี่เป็นการเสริมบุคคลิกให้ตนเองดูเป็นสาวมั่นจนเลยเถิดมาเป็นความเคยชินที่จะต้องมีพฤติกรรมการสูบอย่างน้อยวันละ 7-10 มวนและส่วนใหญ่ก็จะสูบในพื้นที่ทั่วไป ส่วนพื้นที่ในมหาวิทยาลัยก็จะสูบเฉพาะพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้สูบ


 สูบวันละเกือบซองค่ะ และก็จะสูบเพราะพื้นที่ที่เปิดให้สูบเท่านั้น และที่ต้องเป็นอย่างนี้ก็อาจจะเป็นเพราะเราสูบมานานแล้วและก็ยอมรับว่าคิดผิดเป็นเพราะอยากลอง เห็นเป็นเรื่องเล็กๆและเป็นสิ่งที่ทำแล้วโก้เก๋ ตอนนี้ถึงเวลาอยากเลิกหลายครั้งแต่ก็ยังใจอ่อน ตามใจตัวเองทุกที ซึ่งจริงๆ เราก็พยายามอยู่และคิดว่าก็ยังไม่เลิกพยายาม เพียงแต่ผู้หญิงอย่างเราไม่หนักแน่นพอเหมือนผุ้ชายหลายคนที่เลิกหักดิบได้เลย ก็อยากจะทำอย่างนั้นบ้างและก็เชื่อว่าคนสูบบุหรี่หลายคนก็อยากเลิกเหมือนกัน แต่ก็อาจเป็นความคิดที่มาเพียงแว๊บเดียว ฉะนั้นอยากจะบอกคนที่คิดจะลองว่าไม่ต้องลองหรอกยังไงมันก็ไม่ดีติดแล้วเลิกลำบากเหมือนกับที่พยายามอยู่”
      
       ขณะที่ สาวอมควันรายนี้ มีทีท่าลดละเลิกการสูบอยู่บ้าง แต่ก็เป็นกลุ่มคนส่วนน้อย หากจะเทียบกับข้อมูลทางด้านการสำรวจขององค์การอนามัยโลก ที่ล่าสุดพบว่า จำนวนผู้หญิงที่สูบบุหรี่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง โดยหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ จะมีผู้หญิงเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่กว่า 200 ล้านคน สารพิษในควันบุหรี่สามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือดไปทั่วร่างกาย ก่อให้เกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคถุงลมโป่งพอง เส้นเลือดหัวใจและสมองตีบตัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆมากกว่า 1 แห่ง ครึ่งหนึ่งของคนสูบบุหรี่จะเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ โดย 1 ใน 4 จะเสียชีวิตในวัยกลางคน การสูบบุหรี่ที่แพร่ระบาดอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อสตรีและเด็ก
      
       ผ่องศรี นิติมานพ อาจารย์ประจำห้องพยาบาล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่มากขึ้น ผลพ่วงเกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ครอบครัว เพื่อนฝูง และสถานบันเทิงรอบมหาวิทยาลัย ส่งผลสุขภาพทรุดโทรม ใบหน้ามีริ้วรอยก่อนวัย
      
       "เด็กๆ สมัยนี้โตเกินวัย หัดสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 13-14 ยังอยู่ในชุดนักเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ยิ่งแสดงพฤติกรรมอย่างโจ่งแจ้งมากขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงที่หันมาสูบบุหรี่ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มากจากครอบครัวที่มีคุณพ่อ คุณแม่สูบบุหรี่ หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่มีเพื่อน หรือรุ่นพี่ รุ่นน้องที่สูบบุหรี่ รวมไปถึงสถานบันเทิงรอบมหาวิทยาลัย ซึ่งปัญหาดังกล่าว นับวันยิ่งร้ายแรงขึ้นกว่าเดิม "

      



* 1.jpg (11.96 KB, 400x267 - ดู 38400 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2011, 03:16:27 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2010, 09:00:59 PM »


นอกจากนี้ อาจารย์ประจำห้องพยาบาล มทร.ธัญบุรี่ ได้ให้แนะนำวิธีเลิกสูบบุรี่แบบง่ายๆ สำหรับนิสิต นักศึกษาหลายที่กลายเป็นสาวอมควันว่า การออกกฎหมาย มากำกับเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่จะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจ ต่อคนทั่วไปถึงพิษภัยของบุหรี่ และมุ่งเป้าไปในแง่ของการป้องกัน ไม่ให้ผู้ที่ยังไม่เคยสูบบุหรี่ นั้นตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาบุหรี่และรู้สึกอยากลองสูบ จนตกเป็นทาสของบุหรี่ในที่สุด ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญมาก คือ กลุ่มวัยรุ่น
       
       "ทุกคนทราบดีว่าข้อเสียของการสูบบุหรี่เป็นอย่างไร นอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นตัว กลิ่นปาก มีริ้วรอยก่อนวัยแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพตั้งแต่ช่องปาก จนถึงปอด กลายเป็นโรคถุงลมโปร่งพอง และเป็นมะเร็งในที่สุด วิธีการเลิกสูบบุหรี่แบบง่ายๆ และทำได้ทันทีคือ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มผู้สูบบุหรี่ หากเกิดอาการเปรี้ยวปาก อยากสูบบุหรี่ให้หันมาเคี้ยวหมากฝรั่งแทน ดื่มน้ำเยอะๆ หันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น

       
       อย่างไรก็ตามอยู่ที่จิตใต้สำนึกของแต่ละคนด้วยเช่นกัน เพราะการสอน หรือตักเตือน เด็กวัยรุ่นสักคนให้เลิกสูบบุหรี่ ถือว่าง่ายมาก แต่จุดที่ยากที่สุดคือ เด็กจะนำกลับไปคิด และปฏิบัติหรือไม่ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของครอบครัว สถาบันการศึกษา และเพื่อนฝูงที่จะคอยชี้แนะและช่วยกันปรับทัศนะคติของพวกเขาเหล่านี้ให้ห่างไกลการสูบบุหรี่จะดีกว่า"
       
       ขณะที่ บุญเกียรติ ชีระภากร ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า บทลงโทษของการสูบบุหรี่ภายในสถานศึกษาอาจจะไม่ร้ายแรงเท่ากับบทลงโทษของสังคมที่มาจากปฏิกิริยาของคนรอบข้าง จึงแนะนำให้วัยรุ่นที่ชอบสูบบุหรี่หันมาทำกิจกรรม และค่อยๆ ลด ละ เลิก ก่อนที่จะส่งผลเสียต่ออนาคตของตนเอง
       
       "ส่วนมากนักศึกษาที่สูบบุหรี่ จะอยู่ในช่วงชั้นปี 3 - 4 ซึ่งเป็นวัยรุ่นที่กำลังเป็นผู้ใหญ่ จึงเป็นเรื่องยากที่จะเราจะควบคุม ดูแลในทุกๆ เรื่อง อีกทั้งยังเป็นสิทธิส่วนบุคคล หากเป็นกรณีที่ร้ายแรงจริงๆ มหาวิทยาลัยจะมีบทลงโทษ ด้วยการตักเตือน และตัดคะแนนพฤติกรรม จากนั้นส่งตัวไปยังศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูฯ ของมหาวิทยาลัย เพื่อปลูกจิตสำนึกและแนะนำวิธีเลิกบุหรี่ ผมเชื่อว่า บทลงโทษที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับผู้ที่ชอบสูบบุหรี่ คือ ปฏิกิริยาของคนรอบข้าง อาทิเช่น เพื่อนๆไม่อยากอยู่ใกล้ หรือเลี่ยงไม่อยากที่จะทำกิจกรรมด้วย
"


* 2.jpg (48.94 KB, 450x302 - ดู 2363 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2010, 09:01:43 PM »


เลิกบุหรี่...ทำไงบ้าง?
http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=2181.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2011, 07:25:11 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
linkblog101
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 12, 2011, 02:57:34 PM »

ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
Anime อนิเมะ
Sr. Member
****
เพศ: ชาย
กระทู้: 422

Anime เอ็กซ์โซซิตสีคราม !!


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 12, 2011, 07:13:34 PM »

ขอบคุนคร้าบๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 06:31:35 PM »


มะเร็งปอด ภัยร้ายสิงห์นักสูบ
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2011, 03:16:13 PM »


บุหรี่กับโรคหลอดเลือดสมอง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: