“นักต่อสู้เพื่อเอกราช 2 ฝั่งโขง เจ้าสุพานุวง”

(1/2) > >>

มาดามเฟ:

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย-ลาว กับ 2 นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย กระจกเงาสะท้อนความเป็นไปในสังคมไทยปัจจุบัน
รำลึก 100 ปี ชาติกาลนักประชาธิปไตยสองฝั่งโขง เจ้าสุพานุวง หรือ "ประธานสุพานุวง เชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบาง เป็นประธานประเทศ (ประธานาธิบดี) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวคนแรกหลังจากลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองจากราชอาณาจักรมาเป็นสาธารณรัฐเมื่อปี พ.ศ. 2518



ทั่วโลกรู้จักในสมญานาม "เจ้าชายแดง" หรือ "The Red Prince"

และเตียง ศิริขันธ์ ฉายา "ขุนพลภูพาน" หนึ่งใน "สี่เสืออีสาน" ซึ่งประกอบด้วยนายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายเตียง ศิริขันธ์ นายถวิล อุดล และนายจำลอง ดาวเรือง นายเตียงดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สกลนคร 5 สมัย ตั้งแต่อายุ 28 ปี รัฐมนตรี 3 สมัย และเป็นหัวหน้าใหญ่เสรีไทยภาคอีสานและสกลนคร โดยมีศูนย์บัญชาการอยู่บนเทือกเขาภูพาน แนวคิดทางการเมืองที่สำคัญ คือ "ข้าพเจ้าต้องการให้ทุก ๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้ เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง”
แนวคิดและชีวิตของทั้งสองท่าน เป็นบทเรียนที่สังคมไทยควรได้ศึกษาแล้วนำมาคบคิด ถึงแนวทางบนวิถีแห่งประชาธิปไตยไทยที่ผ่านมาแล้วถึง 78 ปี แต่เราก็ยังคงเสียเลือดเสียเนื้อของคนไทยด้วยกันเอง

ร่วมวิเคราะห์ตกผลึกความคิดกับ อ.คำสิงห์ ศรีนอก ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2535 อ.ศุขปรีดา พนมยงค์ นักประวัติศาสตร์อิสระ และผศ.ปรีชา ธรรมวินทร คณะมนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์ มรภ.สกลนคร ในรายการ Intelligence



3 มิถุนายน 2553 เวลา 14:56 น.
 

มาดามเฟ:
เจ้าสุภานุวงศ์ หรือ "ประธานสุพานุวง" เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 ที่เมืองหลวงพระบาง เป็นเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบาง เป็นประธานประเทศ (ประธานาธิบดี) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวคนแรกหลังจากลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองจากราชอาณาจักรมาเป็นสาธารณรัฐเมื่อปี พ.ศ. 2518 ทั่วโลกรู้จักในสมญานาม "เจ้าชายแดง" หรือ "The Red Prince"

ประวัติ
เจ้าสุภานุวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 เป็นโอรส 1 ใน 23 พระองค์ ของสมเด็จเจ้ามหาอุปราชบุญคงแห่งหลวงพระบาง กับหม่อมห้ามลำดับที่ 11 เป็นพระประยูรญาติกับเจ้าเพชรราช และเจ้าสุวรรณภูมา โอรสที่ประสูติจากพระชายาเอก และเจ้าสุวรรณราชโอรสที่ประสูติจากหม่อมห้ามลำดับที่ 9

เจ้าสุภานุวงศ์ได้รับการศึกษาจากพระอาจารย์ชาวฝรั่งเศสในหลวงพระบาง แล้วเสด็จไปศึกษาต่อที่สถาบันลีเซอัลแบร์ซาโร ที่ฮานอย ทำให้พระองค์มีความสัมพันธ์อย่างแน้นแฟ้นกับเวียดนามไปตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงตรัสภาษาฝรั่งเศส ภาษาเวียดนาม และภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมการก่อสร้างทางและสะพานที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้เสด็จกลับมาลาว และได้อภิเษกกับสตรีชาวเวียดนามชื่อ เหวียนธิ ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาลาวว่า เวียงคำ สุภานุวงศ์ มีบุตรธิดารวม 10 คน เป็นชาย 8 คน และหญิง 2 คน

พระองค์ทรงเข้าร่วมขบวนการต่อต้านฝรั่งเศสเพื่อเอกราช จนได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้กับฝรั่งเศสที่เมืองท่าแขก ระหว่างหนีข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งไทย ในปี พ.ศ. 2489 ทรงก่อตั้งกองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวในพื้นที่ซำเหนือ ในปี พ.ศ. 2492ภายใต้การสนับสนุนของโฮจิมินห์ ซึ่งต่อมาเป็นขบวนการคอมมิวนิสต์ประเทศลาว ต่อมาอีกสองปี ขบวนการประเทศลาวก็สามารถครองพื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศได้ และตั้งฐานที่มั่นที่ยากแก่การทำลายในถ้ำหินปูนที่แขวงซำเหนือกับพงสาลี

พ.ศ. 2496 ฝรั่งเศสได้จัดตั้งรัฐบาลลาวขึ้น อยู่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหลายท่านที่เป็นพวกอนุรักษ์นิยม ได้แก่เจ้าสุวรรณราช และเจ้าสุวรรณภูมา ส่วนพระองค์นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์จนได้สมญานามว่า "เจ้าชายแดง"

ในปี พ.ศ. 2517 พระองค์เสด็จคืนเวียงจันทน์ ทรงดำรงตำแหน่งประธารสภาที่ปรึกษาแห่งชาติอยู่ 18 เดือน จนสถาปนาประเทศเป็น "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" เจ้าสุภานุวงศ์เป็นที่รักของประชาชนชาวลาว จนเรียกขานกันว่า "ลุงประธาน" ทรงดำรงตำแหน่งประธานประเทศมาจนถึง พ.ศ. 2529 จึงลาออกเพราะประชวร พระองค์ทรงปรากฏต่อหน้าสาธารณชนครั้งสุดท้ายในสมัยประชุมพรรคครั้งที่ 5 เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2534

พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2538 ที่นครเวียงจันทน์

ประวัติการศึกษา
จบชั้นประถมศึกษาที่แขวงหลวงพระบาง
พ.ศ. 2463 ไปศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษา ที่นครหลวงฮานอย ประเทศเวียดนาม
พ.ศ. 2480 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมการก่อสร้างทางและสะพานที่ปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส
เมื่อสำเร็จการศึกษาได้ทำงานเป็นวิศวกรที่สำนักงานโยธาเมืองญาจาง ประเทศเวียดนาม

มาดามเฟ:
หลังจากที่โฮจิมินห์ได้ตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนเมื่อ พ.ศ. 2480 เจ้าสุภานุวงค์ก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค และเป็นผู้นำประชาชนลาวในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส และเป็นผู้นำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวในยุคก่อตั้งพรรค และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ประเทศลาวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 เจ้าสุภานุวงศ์ได้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศจนถึง พ.ศ. 2534

ภาพล่าง  เจ้าสุภานุวงศ์ ขณะร่วมขบวนการปฏิวัติลาวสู่ระบอบสังคมนิยม


ที่มา วิกิพิเดีย

มาดามเฟ:

เจ้าสุภานุวงศ์: เจ้านักปฏิวัติและสัญลักษณ์แห่งความกำกวมลักลั่น


 
โดย บ๊อบบี้ และ แบทแมน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลลาวเพิ่งจะจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 100 ปี ของเจ้าสุภานุวงศ์ อดีตประธานประเทศคนแรกอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะวีรบุรุษปฏิวัติคนหนึ่งของชาติ


เจ้าสุภานุวงศ์ หรือ ประธานสุพานุวง เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 ที่เมืองหลวงพระบาง เป็นเชื้อพระวงศ์ของราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบาง เรียนจบชั้นประถมศึกษาที่แขวงหลวงพระบาง ต่อมาในปีพ.ศ. 2463 ได้ไปศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษา ที่นครฮานอย ประเทศเวียดนาม จากนั้นในปีพ.ศ. 2480 ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมการก่อสร้างทางและสะพาน ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จึงได้มาทำงานเป็นวิศวกรที่สำนักงานโยธาเมืองญาจาง ประเทศเวียดนาม



หลังจากที่ โฮจิมินห์ ได้ตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2480 เจ้าสุภานุวงค์ก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคและเป็นผู้นำประชาชนลาวในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นผู้นำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวในยุคก่อตั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ประเทศลาวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 เจ้าสุภานุวงศ์จึงได้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศคนแรกจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2534



ทั่วโลกจึงรู้จักเจ้าสุภานุวงศ์ในสมญานาม เจ้าชายแดง หรือ The Red Prince เนื่องจากเป็นเจ้าผู้ยอมเสียสละแยกตัวเองออกจากชนชั้นศักดินามาร่วมก่อตั้งขบวนการปฎิวัติลาว



จากการเป็นเจ้าที่หันมาเป็นนักปฏิวัตินี่เอง ที่ทำให้นักวิชาการทางด้านมานุษยวิทยาชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ทำการศึกษาเรื่องประเทศลาวมาอย่างยาวนาน มีความเห็นว่า เจ้าสุภานุวงศ์ถือเป็นบุคคลชนชั้นนำที่มีสถานะกำกวมยากแก่การทำความเข้าใจมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองลาวสมัยใหม่ กล่าวคือ แม้ภายหลังการปฏิวัติลาวในปีพ.ศ.2518 รัฐบาลลาวจะพยายามปราบปรามบุคคลที่อยู่ฝ่ายกษัตริย์นิยมอย่างหนัก ทว่าหนึ่งในผู้นำการปฏิวัติอย่างเจ้าสุภานุวงศ์เอง กลับมีฐานะเป็นผู้ธำรงรักษาลักษณะอันสูงส่งบางด้านของราชวงศ์ลาวในอดีตให้คงอยู่ต่อไป



ในทัศนะของนักมานุษยวิทยาคนนั้น เจ้าสุภานุวงศ์ถือเป็นสัญลักษณ์ที่มีพลังอำนาจสูงมาก เนื่องจากผู้นำของลาวคนนี้เป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึง ภาวะอันสอดคล้องต้องกันของคู่ตรงข้ามที่มีความหมายขัดแย้งกันอย่างตึงเครียด กล่าวคือ เขามีสถานะเป็นทั้งตัวแทนของราชวงศ์ลาวที่เลือนหายและกลุ่มผู้ยึดกุมอำนาจรัฐใหม่อย่างพรรคประชาชนปฏิวัติลาว



แม้จะถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า สหาย หรือ ประธาน อันเป็นศัพท์เฉพาะทางการเมืองภายหลังการปฏิวัติ อย่างไรก็ตาม สำหรับคำพูดทั่วไปที่ถูกใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้นำของลาวคนนี้กลับมักถูกเรียกว่า เจ้าสุภานุวงศ์ เช่นเดิม ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ในงานเขียนจำนวนมากทั้งที่เป็นภาษาลาวและอังกฤษ ซึ่งเขียนถึงเขาในช่วงทศวรรษ 1990 ก็ยังเรียกเขาว่า เจ้า เช่นเดียวกันกับหนังสือพิมพ์ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่มีชื่อว่า ปะซาซน (ประชาชน) ซึ่งเรียกเจ้าสุภานุวงศ์ว่า เจ้า เช่นกัน กระทั่งเขามีสถานะเป็น เจ้าสุภานุวงศ์: ผู้นำแห่งการปฏิวัติ ในที่สุด



ด้วยสถานะที่ยึดโยงกับราชวงศ์ลาวในอดีตอย่างเด่นชัด เมื่อเจ้าสุภานุวงศ์เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2538 จึงมีผู้คาดหมายว่า ภาวะโหยหาอดีตถึงราชวงศ์ลาวที่ไม่ได้ดำรงอยู่จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างเอ่อท้นในพิธีศพของผู้นำลาวคนนี้



อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวได้เข้ามาควบคุมพิธีศพดังกล่าวอย่างเข้มงวด กล่าวคือ แม้จะมีการคาดการณ์ว่าพิธีศพของเจ้าสุภานุวงศ์อาจถูกจัดขึ้นที่เมืองหลวงพระบาง หรือเถ้ากระดูกของเขาอาจถูกส่งกลับไปยังเมืองดังกล่าว แต่พิธีการทั้งหมดกลับถูกจัดขึ้นที่นครเวียงจันทน์ และเถ้ากระดูกของเจ้าสุภานุวงศ์ก็ถูกบรรจุอยู่ในสถูปที่ธาตุหลวงในนครเวียงจันทน์เช่นกัน โดยมีครอบครัวของเขา ประธานประเทศลาวในยุคนั้น คือ นายหนูฮัก พูมสะหวัน และบรรดาผู้นำพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ร่วมเป็นสักขีพยาน



ทั้งนี้ เป็นเพราะหากมีการจัดพิธีศพของเจ้าสุภานุวงศ์ขึ้นที่เมืองหลวงพระบาง ก็อาจจะเป็นการตอกย้ำถึงสถานะความเป็นศูนย์กลางแห่งราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบางและพิธีกรรมดั้งเดิมอันเก่าแก่ของเมืองดังกล่าว



ดังนั้น การบรรจุเถ้ากระดูกของเจ้าสุภานุวงศ์ไว้ในบริเวณเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ประจำ ชาติ (ในยุคหลังการปฏิวัติ) คือธาตุหลวง ณ นครเวียงจันทน์ จึงเปรียบเสมือนการพยายามบดบังรัศมีของระบอบราชาธิปไตยแบบพุทธที่เคยดำรงอยู่ในลาวและมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง โดยการเมืองทางโลกย์ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่มีฐานที่มั่นอยู่ในนครเวียงจันทน์



ทว่าในทางประวัติศาสตร์แล้ว ธาตุหลางก็ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์องค์หนึ่งของลาวเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ สถานะแห่งความลักลั่นกำกวมยากแก่การทำความเข้าใจ หรือ สถานะที่เป็นทั้งตัวแทนของการ อนุรักษ์ และ ปฏิวัติ จึงยังคงดำรงอยู่ในตัวตนของเจ้าสุภานุวงศ์ แม้เจ้าชายแดงผู้นำการปฏิวัติลาวคนนี้จะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

ที่มา sanook

มาดามเฟ:

31-3-55 ยกแรกประกาศเอกราช

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป