หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระเครื่อง? ในคอ คนดัง  (อ่าน 612573 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #120 เมื่อ: มีนาคม 16, 2013, 09:05:01 AM »


16-3-56 เปิดใจส.ท.เซียนพระ “หน่อย ศรีราชา” เชื่อมั่นพุทธคุณบันดาลเจริญรุ่งเรือง

 

นักนิยมพระยุคใหม่มีหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่จำกัดว่าคุณจะเป็นใคร ขอเพียงสนใจและขยันหมั่นศึกษาก็สามารถเชี่ยวชาญเรื่องพระเครื่อง-วัตถุมงคลได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ คมสัน ชาญชัยวรวิทย์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองศรีราชา จ.ชลบุรี เจ้าของฉายา “หน่อย ศรีราชา” วันนี้มีชื่อเสียงในวงการพระเครื่องภาคตะวันออกและมีบทบาทสำคัญทุกครั้งที่มีงานประกวดพระหรือจัดนิทรรศการพระคมสัน ชาญชัยวรวิทย์ หรือ หน่อย ศรีราชา เป็นคนอำเภอศรีราชาโดยกำเนิด ครอบครัวมีอาชีพค้าขาย พอเรียนจบปริญญาตรี ก็เข้าสู่การเมืองท้องถิ่น โดยการชักชวนของ คุณสมพงษ์ สมวงศ์ เจ้าของโรงแรมศรีราชาลอดจ์

เนื่องจากนายฉัตรชัย ทิมกระจ่าง ประธานสภาเทศบาลเมืองศรีราชาและนายกสมาคมประมงศรีราชา พรรคพลังศรีราชา ต้องการคนรุ่นใหม่ไฟแรงเข้าไปทำงาน ก็เลยเสนอชื่อคมสันเข้าไปแทน จากนั้นมา คมสัน ก็ติดตาม นายฉัตรชัย มาตลอด จนปัจจุบันนี้เป็นนักการเมืองเต็มตัวร่วม ๒๐ ปีแล้ว

“ผมเริ่มเข้ามาในวงการพระเครื่อง ตอนที่ผมเล่นการเมืองในสมัยที่ ๒ แล้ว คือท่านฉัตรชัย มีนโยบายจะให้เทศบาลจัดงานประกวดพระเครื่อง จึงมอบหมายให้ผมประสานงานกับทางสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เพื่อขอจัดงาน และคุณสมพงษ์ ได้พาผมไปพบโป๊ยเสี่ย-ท่านชัยทัศน์ เตชะไพบูลย์ เพื่อขอคำชี้แนะ ท่านชัยทัศน์ได้พาผมไปคุยกับคุณราม วัชระประดิษฐ์ และคุณป๋อง สุพรรณ ทั้งสองคนก็ช่วยประสานให้ ในสมัยนั้น และหลังจากนั้น ๔ ปี ท่านชัยทัศน์ เตชะไพบูลย์ ได้ฝากคุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชาไทย ให้รับผมเข้าไปเป็นทีมงานของสมาคมฯ และต่อมาท่านนายกพยัพ ได้แต่งตั้งผมเป็นประธานภาคตะวันออกเขต  ๒ ดูแล ชลบุรี, ศรีราชา และฉะเชิงเทรา ผมเลยต้องไปร่วมงานประกวดแทบทุกงาน ยกเว้นติดภารกิจสำคัญก็อาจจะไม่ได้ไป”

“ส่วนตัวผมเชื่อในเรื่องพุทธคุณของพระเครื่อง เพราะ ตัวผมเองก็แขวนพระ มาตั้งแต่ยังจำความได้ และในกลุ่มของนักเล่นการเมืองท้องถิ่นก็จะมีพูดคุยเกี่ยวกับการสะสมพระเครื่องในสภากาแฟ ผมก็เลยเก็บสะสมไปเรื่อย ๆ ต่อมาคุณสมพงษ์ได้แนะนำให้ผมเก็บพระหลัก เก็บพระสากลของกรุงเทพฯ ทุกวันนี้มีสะสมไว้พอสมควร อาทิ พระสมเด็จบางขุนพรหม, พระสมเด็จอรหัง, พระพุทธ ๒๕ ศตวรรษ เนื้อทองคำ, พระปิลันทน์วัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ปรกโพธิ์, พระสรงน้ำวัดเขาบางทราย พิมพ์เสาใหญ่, พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ไพรีพินาศ เป็นต้น”

“ในเรื่องของประสบการณ์นั้น ผมแทบไม่เคยเจออุปสรรคเลย หน้าที่การงานก็เจริญก้าวหน้า เดินทางไปในที่ต่าง ๆ ก็แคล้วคลาดปลอดภัย แต่นั่นเป็นเพราะตัวของเราทำตัวด้วย ถ้าเราไม่ยึดติดมากเกินไป ก็ไม่เป็นทุกข์ ถ้ารู้จักพอดีในทุก ๆ สิ่งแล้วใจก็เป็นสุขครับ” คมสันกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าฟัง.


มหายันต์ ๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #121 เมื่อ: มีนาคม 23, 2013, 09:19:50 AM »

23-3-56 คุยเซียนรุ่นใหญ่ "ใจ ตะพานหิน" เชื่อมั่น ลพ.เงิน-ลป.ศุข-ลพ.เดิม

   

ภาพ2 หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ เนื้อเงิน พ.ศ.๒๔๘๒
ภาพ3 หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์ขี้ตา
ภาพ4 หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

ในแวดวงนักนิยมพระ หากเอ่ยชื่อ สุดใจ จูมจันทร์ หรือ ใจ ตะพานหิน รับรองเกือบทุกคนจะต้องคุ้นเคยและรู้จักเป็นอย่างดี เขาผู้นี้มีบทบาทสำคัญและไปช่วยงานนิทรรศการพระเครื่อง ประกวดพระเครื่อง เกือบทุกครั้ง

ใจ ตะพานหิน เป็นชาว จ.ศรีสะเกษ เรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ก็เข้ากรุงเทพฯไปทำงานอยู่ที่ร้านทองสิ่งเฮงสะพานควาย โดยพึ่งใบบุญของ หลวงปู่ธรรมาพิทักษา เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายมอญ เขตบางกอกน้อย เป็นผู้ฝากให้ทำงานอยู่ได้ประมาณ ๓ ปี ก็ตัดสินใจเดินทางไปตามหาพ่อที่ จ.พิจิตร ตอนนั้นพ่อทำงานเป็นนักการภารโรงอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ใจจึงทำงานอยู่กับพ่อที่โรงพยาบาล ๔ ปี จากนั้นไปสมัครเป็นทหารพรานที่ จ.จันทบุรี ฝึกหนักที่ อ.โป่งน้ำร้อน และไปประจำชายแดน จ.ตราด รับใช้ชาติอยู่ ๒ ปี แล้วเข้ากรุงเทพฯ ทำงานอยู่โรงงานแถวอ้อมน้อย ๔ ปี มีเงินเก็บพอซื้อที่ดินได้ พอตกงานก็กลับไปอยู่ที่ จ.พิจิตร พักใหญ่ หันมารับอัดกรอบพระเลี่ยมพระโดยอาศัยชื่นชอบพระเครื่องเป็นทุนเดิม เปิดร้านที่หน้าโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช

“ผมเห็นพระแท้ ๆ ผ่านตามามาก ได้ศึกษาพระเครื่องไปในตัวด้วย ตอนนั้นยังไม่มีพระเก๊ ผมสนใจพระเครื่องของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ เป็นหลัก สมัยนั้นพระเครื่องของหลวงพ่อเดิมไม่แพง พอเช่าหาและปล่อยออกได้กำไร พอเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำก็หันมาเช่าพระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เก็บสะสมเอาไว้ ปัจจุบันก็เลยเป็นเซียนเข้าวงการเต็มตัว” ใจ ตะพานหิน กล่าว
  
ส่วนเรื่องประสบการณ์ ใจ เล่าว่า ในสมัยที่เล่นพระไม่นานมานัก เคยไปมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านใกล้กัน เผอิญผมเข้าไปในถิ่นเขา คือไปเที่ยวบ้านเพื่อน กลุ่มวัยรุ่นที่เคยมีเรื่องกันก็มาล้อมบ้าน เจ้าของบ้านออกไปเคลียร์ให้กลับไป แต่พวกนั้นไม่ยอม ไปดักซุ่มรอที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน จนถึงตอนเย็น ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปกับลูกน้องอีกหนึ่งคน ญาติและเพื่อนพยายามขอร้องให้นอนค้างคืน กลัวโดนทำร้าย แต่ผมไม่อยากนอน เพราะมีธุระตอนเช้า วันนั้นผมอธิษฐานกับหลวงพ่อเดิมว่าถ้าดวงลูกจะติดคุกก็ขอให้เจอศัตรู แต่ถ้าดวงยังไม่ติดคุก ก็ขออย่าให้เจอ เป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก ขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากหมู่บ้านไม่เจอวัยรุ่นสักคน เหตุการณ์แบบนี้ผมเจอมาหลายครั้ง ทำให้เชื่อในพุทธคุณของพระเครื่อง

ปัจจุบันพระเครื่องที่ผมติดตัวอยู่ตลอด ได้แก่ เหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ปี ๒๔๘๒ เนื้อเงิน, เหรียญหล่อหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เนื้อทองแดงลงกรุราชช้างขวัญ และรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์ขี้ตา ๔ ชาย ทุกองค์ดูง่ายและแท้ตามมาตรฐานสากล.


มหายันต์ ๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #122 เมื่อ: มีนาคม 30, 2013, 01:18:35 AM »


30-3-56 คนดังเมืองระยอง 'กิตติ เกียรติ์มนตรี' บารมีหลวงปู่ทิมช่วยรอดตาย-งานราบรื่น



คลุกคลีในวงการพระเครื่องจนเพื่อนพ้องน้องพี่ต่างคุ้นเคยอย่างดี วันนี้ชื่อชั้นของ กิตติ เกียรติ์มนตรี หรือ หมู กิตติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ไม่ธรรมดา นักสะสมในภาคตะวันออกล้วนยกนิ้วให้ในสายตาอันเฉียบคมและความมุ่งมั่นในการทำงานพัฒนาท้องถิ่น

กิตติ  เกียรติ์มนตรี หรือ หมู กิตติ เป็นชาว จ.ระยอง โดยกำเนิด เกิดและเติบโตที่มาบตาพุด เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเอเซียหนองแขม จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยบูรพาชลบุรี และวันนี้เขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นเต็มตัว ขณะเดียวกันก็สะสมพระเครื่องด้วยความชื่นชอบส่วนตัวอีกด้วย

“ผมเริ่มเล่นพระสมัยยังเรียน ปวส.ที่เทคนิคสัตหีบ พอเรียนจบก็เข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ประมาณปี ๒๕๓๒ สมัยนั้นห้างพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำชื่อเสียงโด่งดังมาก มีเซียนพระชั้นแนวหน้าปักหลักกันอยู่ที่นั่น  เพื่อนชักชวน และส่วนตัวผมชอบพระเครื่องอยู่แล้วก็เข้าไปคลุกคลีในวงการ  เช่าพระเครื่องหลวงปู่ทิม, หลวงพ่อโต วัดเขาบ่อทอง และหลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า สมัยนั้นพระเครื่องพวกนี้ไม่แพง กลับบ้านที่ จ.ระยอง ก็นำไปขายต่อทำกำไรได้พอสมควร ทำให้ผมมีรายได้ มีเงินเก็บ ส่งตัวเองเรียนโดยไม่พึ่งพาทางบ้านเลย” กิตติ เปิดฉากสนทนา

จากนั้นเล่าถึงประสบการณ์ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมขับรถยนต์ไปทำธุระที่กรุงเทพฯ เมื่อประมาณปี ๒๕๔๐ ขับรถเร็วมากเสียหลักลงข้างทาง ด้านข้างรถของผมไปกระแทกกับต้นไม้เป็นรูปตัวยูเลย ผมเจ็บไม่มากนัก เย็บแผลเพียงไม่กี่เข็ม แต่หลายคนดูสภาพรถแล้ว ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่น่ารอด ตอนนั้นแขวนพระปิดตา พิมพ์ข้าวตอกแตก หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่องค์เดียว ผมจึงเชื่อมั่นในพุทธคุณ หลายครั้งที่มีปัญหาติดขัดเรื่องการงานหรือธุรกิจ ก็จะอาราธนาขอให้หลวงปู่ทิมช่วยเหลือ เป็นเรื่องที่น่าแปลก ทุกอย่างราบรื่นไปหมดเลย หน้าที่การงานที่ลำบากและอุปสรรคต่าง ๆ มลายไปสิ้นเลย

ก่อนอำลาฝากถึงผู้ที่จะเข้ามาสะสมวัตถุมงคล โดยเฉพาะสายหลวงปู่ทิมนั้น ควรไปปรึกษากับผู้ที่รู้จริง เพราะวัตถุมงคลของท่านแพงมาก ยิ่งวัตถุมงคลของท่านเป็นเนื้อทองคำหรือเนื้อเงินด้วยแล้วแพงหลายเท่าทวีคูณ ดังนั้นหากใครยังมีทุนทรัพย์ไม่มาก หันมาสะสมเนื้อทองแดงหรืออัลปาก้าก็ได้ เพราะส่วนตัวของผมเห็นว่า พระเครื่องพวกเนื้ออัลปาก้า และเนื้อทองแดงอยู่กับหลวงปู่ทิมนานกว่าประเภทอื่น ๆ น่าจะเป็นสิริมงคลกับเรามากกว่า.


มหายันต์ ๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #123 เมื่อ: เมษายน 06, 2013, 01:13:50 AM »

6 เมษายน 2556

เปิดใจเซียนใหญ่ "ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์" แนะเคล็ดเล่นพระต้องขยันหมั่นศึกษา

       

เคยให้สัมภาษณ์คอลัมน์นี้ครั้งหนึ่งหลายปีมาแล้ว วันนี้ ศุภชัย เรืองสรรงามสิริ หรือ ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ยึดถือ “คุณธรรม” และ “ความซื่อสัตย์” ต่อวิชาชีพ ทำให้ชื่อเสียงโด่งดังทั้งประเทศและดังไกลถึงต่างประเทศ ในฐานะเซียนใหญ่ชั้นแนวหน้า “รู้ลึกรู้จริง” พระเครื่องและวัตถุมงคลทุกประเภท มีบทบาทสำคัญในวงการพระเครื่องในฐานะอุปนายกสมาคมคนที่ ๔ ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยและเป็นประธานชมรมพระเครื่องท่าพระจันทร์

“ผมเข้าวงการพระเครื่อง เพราะใจรักจริง ๆ และชอบอะไรที่เสี่ยง ๆ การเช่าพระ ซื้อขายพระ มีความเสี่ยงสูง หากคุณตาไม่ถึง ดูพระไม่เป็น ไม่ศึกษาให้ดีว่าพระแท้เป็นอย่างไร รับรองเจอดีแน่นอน สมัยหนุ่มผมช่วยธุรกิจขายเหล้าของพี่ชาย รายได้มากกว่าเป็นเซียนพระหลายเท่า แต่ผมก็ตัดสินใจเข้าสู่วงการพระเครื่อง เพราะศรัทธาในพุทธคุณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก้าวเข้าสู่วงการเต็มตัวตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๗ จนปัจจุบันเกือบ ๔๐ ปีแล้ว ส่วนชื่อหรือฉายาตี๋เหล้าก็มาจากที่เคยขายเหล้า ผมชื่อตี๋ พอเล่นพระพรรคพวกก็ตั้งฉายาว่า ตี๋เหล้า จนติดปากไปทั้งท่าพระจันทร์” เฮียตี๋เหล้า รำลึกความหลัง

ก่อนกล่าวต่อว่า ถ้าคุณคิดจะเป็นเซียนพระหรือเล่นพระ คุณต้องศึกษาให้รู้ลึกรู้จริง แต่ละยุคแต่ละสมัย คนโบราณมีวิธีการสร้างพระอย่างไร ขั้นตอนแตกต่างกันตรงไหน เป็นงานที่ต้องค้นคว้า เป็นวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ คุณต้องมองภาพให้ออก ดูธรรมชาติให้เป็น ต้องมีจินตนาการ จำให้แม่น ยิ่งจำแม่นมากเท่าไหร่ จะเป็นประโยชน์มากเท่านั้น ตรงนี้จุดประกายให้ผมมีแนวคิดใหม่ ๆ นอกจากการเล่นพระ ผมยังทำหนังสือพระหลายเล่ม รักทุกเล่ม เพื่อถ่ายทอดความรู้และข้อมูลของพระเครื่องไปสู่คนรุ่นใหม่ ล่าสุดก็เพิ่งทำ “หนังสือคู่มือดูพระอย่างถูกวิธี” ชี้ตำหนิ หลักการพิจารณา กรรมวิธีการสร้าง ขั้นตอนการทำพระและรายละเอียดเชิงลึกของพระเครื่องยอดนิยมเกือบทุกประเภท อาทิ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เกศบัวตูม พระสมเด็จบางขุนพรหม พระสมเด็จวัดเกศไชโย พระสมเด็จอะระหัง หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ท่านเจ้ามาวัดสามปลื้ม เจ้าคุณสนิท วัดท้ายตลาด เป็นต้น

“หนังสือเล่มนี้มีคุณค่ามาก ผมถ่ายทอดความรู้ทั้งชีวิตให้เลย เป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการพระเครื่อง หนังสือชี้ตำหนิพระ ไม่ว่าจะเป็นพระผง หรือพระหล่อ จะเขียนกรรมวิธีการสร้างนำก่อน เพราะการสร้างพระแต่ละยุคแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นคนสนใจพระเครื่องอ่านแล้วจะเห็นภาพ มีจินตนาการ พระที่เหมือนกัน เช่น พระนาคปรกใบมะขามเฒ่าเนื้อสำริด, ปรกมะขามเฒ่าเนื้อทองแดง, พระนาคปรกวัดท้ายตลาด หรือพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ต่างๆ ที่มีแม่พิมพ์เดียวกัน จะนำภาพจัดวางคู่เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้น คนไม่เป็นพระ อ่านแล้วมีความรู้และได้ทักษะครบถ้วน ที่สำคัญพระสมเด็จวัดระฆัง จะมีมวลสาร ๑ อย่าง ซึ่งพระสมเด็จบางขุนพรหมหรือพระใหม่ ๆ ไม่มี ในหนังสือเล่มนี้จะขยายให้ดูถึง ๓ องค์ ถ้าพระองค์ไหนมีมวลสารนี้ก็คือ พระสมเด็จวัดระฆังแท้ ข้อมูลนี้ผมค้นคว้าอยู่หลายปี ตั้งใจมอบให้เป็นของขวัญกับวงการพระเครื่อง สนใจสอบถามได้ที่ร้านนายอินทร์และแพร่พิทยาทุกสาขา”

ก่อนอำลา เฮียตี๋เหล้า ฝากถึงเซียนพระรุ่นใหม่ให้คำนึงอยู่เสมอก็คือ อยากให้เป็นคนดี มีน้ำใจ เล่นพระแท้ หมั่นแสวงหาความรู้กันมาก ๆ ต้องรู้ลึกรู้จริง ซื่อสัตย์ มีความจริงใจ มีคุณธรรม จริยธรรมกับตัวเองและผู้อื่น ต้องเปิดใจให้กว้าง เคารพความคิดเห็นของคนรอบข้าง จะทำให้เล่นพระดีพระแท้และสบายใจ.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #124 เมื่อ: เมษายน 13, 2013, 10:27:15 AM »


13-4-56 “เสี่ยเอ-ปัณณพัฒน์ อธิกุลวิวัฒน์” ศรัทธาพระเครื่องช่วยรอดตายสุดระทึ



“ถ้ารู้จักไหว้พระสวดมนต์ ทำแต่ความดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะดลบันดาลให้ท่านปลอดภัย” นี่คือคำคมของ “เสี่ยเอ” ปัณณพัฒน์ อธิกุลวิวัฒน์ เจ้าของโรงงานผลิตกระเป๋ารายใหญ่ในภาคเหนือ โดยส่วนตัวเขาเชื่อมั่นและศรัทธาบารมีพระเครื่องและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บูชาติดตัวช่วยรอดจากเหตุการณ์ร้าย ๆ มาหลายครั้ง ได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พระปิดตาเนื้อผงพุทธคุณหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พระรอดลำพูนพิมพ์ใหญ่ และเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม ที่คล้องคอเป็นประจำนั่นเอง
เสี่ยเอ เล่ารำลึกความหลังให้ฟังว่า เดิมทีเมื่อประมาณ ๖๐ ปีก่อน คุณพ่อของผมสมัยนั้นมีอยู่ ๓ องค์ ได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ลงรักปิดทอง สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่เนื้อผง พระปิดตาผงพุทธคุณหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ซึ่งตั้งใจเก็บไว้ให้ผมอยู่แล้ว ภายหลังคุณพ่อเสียชีวิตลง ผมจึงนำพระมาบูชาติดตัว ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นพระอะไรด้วยซ้ำ พอคล้องคอแล้วคิดเล่น ๆ ว่า ถ้ามีปาฏิหาริย์จริงลองแสดงอิทธิฤทธิ์ให้มีโชคลาภให้ดูหน่อยเถอะ จากนั้นผมไปซื้อลอตเตอรี่มา ๓ ใบ ซึ่งตั้งแต่เกิดไม่เคยคิดจะเสี่ยงโชคเลย ปรากฏว่าหวยออกตรงเผงทั้ง ๓ ใบ เป็นจุดพลิกผันให้ผมเริ่มศึกษาค้นคว้าที่มาที่ไปของพระเครื่องทั้ง ๓ องค์ด้วยความสนใจ

“เหลือเชื่อนะ จากนั้นก็มีเหตุการณ์ที่รอดตายสุดระทึก ยิ่งทำให้ผมเชื่อมั่นว่าเป็นอิทธิฤทธิ์ของพระเครื่องที่ผมคล้องคอไว้ เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ผมขับรถยนต์เพื่อไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนในตอนเช้าวันหนึ่ง ปรากฏว่ามีรถบรรทุกขนาดใหญ่คันหนึ่งวิ่งอยู่ข้างหน้ารถผม ไม่รู้ขับยังไง เกี่ยวเอาสายไฟฟ้าแรงสูงขาดหล่นลงมาฟาดกระจกรถยนต์ของผมอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเลย แถมยังมีกระแสไฟฟ้าแลบออกมาทางปลายสายอย่างน่ากลัวด้วย ตอนนั้นผมคิดว่ากระจกรถน่าจะแตกแน่นอน ที่สำคัญอาจจะทำให้กระแสไฟฟ้าช็อตใส่ผมและลูกสาว แต่ปรากฏว่ากระจกรถยนต์ไม่แตกอย่างที่คิดไว้ สายไฟฟ้าแค่พาดอยู่บนกระจกรถยนต์ ผมรีบจอดรถรีบอุ้มลูกสาวลงมาทันที ในใจนึกขอบคุณบารมีของพระเครื่องที่แขวนคอช่วยเหลือผมและลูกสาวให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้อย่างน่าประหลาด” เสี่ยเอ เล่าเรื่องราวสุดระทึกขวัญ

“ตั้งแต่นั้นมาผมยิ่งชื่นชอบและศรัทธาพระเครื่องมากขึ้น ไปเช่าบูชาพระเครื่องมาเพิ่มอีกหลายองค์ อาทิ รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร พระรอดลำพูนพิมพ์ใหญ่ และเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม เป็นต้น ทุกองค์ผมรักและหวงแหนมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนคล้องคอตลอดเลย มีพระแล้วอุ่นใจ เชื่อบารมีคุ้มครองให้แคล้วคลาด ปลอดภัย หายห่วง”

ก่อนอำลากันในวันนี้ เสี่ยเอ ย้ำด้วยว่า พระเครื่องทั้งหมดผมไม่เคยลืมแขวนออกจากบ้านเลยแม้แต่สักครั้งเดียว ถ้าวันไหนลืมต้องรีบขับรถกลับไปนิมนต์ท่านขึ้นคอ เหมือนกับว่าชีวิตขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง ทุกวันนี้ผมจะไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำ และหมั่นทำความดีอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะดลบันดาลสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเราและครอบครัว ขอเพียงยึดมั่นใจพุทธคุณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์.


จีระวัฒน์ สุขานนท์
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #125 เมื่อ: เมษายน 20, 2013, 04:39:28 PM »

20-4-56
"ส.จ.หนุ่่ย" อาดิษฐ์ กัลยาณมิตร ศรัทธาบารมีพระกรุพระเก่าขลังจริง

   

เข้าสู่วงการเมืองจนชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งเมืองชาละวัน อาดิษฐ์ กัลยาณมิตร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) พิจิตร เขต อ.สามง่าม และ อ.วชิรบารมี วันนี้ทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาท้องถิ่นและดูแลทุกข์สุขให้พี่น้องประชาชนอย่างสม่ำเสมอ

อาดิษฐ์ กัลยาณมิตร หรือ หนุ่ย เกิดที่กรุงเทพฯ จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนสุภัทรา ย่านบางกอกน้อย เรียนจบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากพานิชยการธนบุรี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาบริหารทรัพยากรมนุษย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ทำงานธนาคาร ๘ ปี อยู่สายการบิน ๔ ปี ก็ลาออก ไปลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) พิจิตร เขต อ.สามง่าม และ อ.วชิรบารมี จนได้รับเลือกตั้งถึง ๓ สมัย

“แม้ผมจะเป็นนักการเมืองและเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ส่วนตัวศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมสนใจพระเครื่องตั้งแต่ยังไม่ทำงาน โชคดีได้ คุณพิศาล เตชะวิภาค หรือ ป๋าต้อย เมืองนนท์ อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และพี่เหลา ลพบุรี เมตตาสอนให้ดูพระกรุพระเก่า พระสมเด็จวัดระฆัง บางขุนพรหม และพระยอดนิยมทุกประเภท ก็เลยดูเป็น ดูได้ ทุกวันนี้สะสมพระกรุและวัตถุมงคลเอาไว้พอสมควร เช่น พระหูยานเนื้อชินเงิน กรุวัดปืน ลพบุรี พระมเหศวร เนื้อชินเงิน กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พระท่ากระดาน กรุเก่า กาญจนบุรี เนื้อตะกั่วสนิมแดง พระนาคปรกกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี และตะกรุดหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (บางเหี้ย) เป็นต้น”

“ผมมีประสบการณ์กับตัวเอง เคยถูกลอบทำร้าย วันนั้นคล้องพระท่ากระดาน กรุเก่า กาญจนบุรี เนื้อตะกั่วสนิมแดงเพียงองค์เดียว เหลือเชื่อรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ และเคยขับรถเร็วมาก รถคว่ำพังเละเลย แต่ผมไม่เป็นอะไร รอยแผลเล็กน้อยก็ไม่มี” นักการเมืองหนุ่มกล่าว

ก่อนเล่าต่อว่า ตอนนี้ผมไปฝากตัวเป็นศิษย์ พระอาจารย์ประจักษ์ ภูริปัญโญ วัดป่าศรีคุณาราม จ.อุดรธานี ช่วยเหลือพุทธศาสนาเต็มที่ และทางวัดป่าศรีคุณารามโดย พระครูสิทธิธรรมสุนทร (หลวงปู่บุญเกิด ยุตตธัมโม) เจ้าอาวาสกำลังเร่งก่อสร้างพระมหาเจดีย์มงคล พระบรมสารีริกธาตุ (ส่วนพระจักษุธาตุ) และพระอรหันตธาตุ อีกไม่นานก็คงเสร็จ ซึ่งได้รับเมตตาจากพระราชญาณวิสุทธิโสภณ (หลวงปู่ท่อน) วัดศรีอภัยวัน เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ ก็ยังขาดทุนทรัพย์อยู่พอสมควร ขอฝากบอกบุญกัน ใครสนใจสร้างมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ก็เชิญได้ตามศรัทธา สอบถามที่ พระอาจารย์ประจักษ์ ๐๘-๔๐๑๗-๐๘๐๔ หรือ พระอาจารย์ลี ๐๘-๖๒๓๓-๑๕๙๗ และในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ (แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๐) ทางวัดจะจัดงานทอดกฐินประจำปีด้วย.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #126 เมื่อ: เมษายน 27, 2013, 03:23:40 AM »

27 เมษายน 2556
พ.ต.อ.เสมอ อ่อนมั่ง เชื่อมั่นหลวงพ่อโสธร-พระซุ้มกอ

   

คร่ำหวอดในยุทธจักรสีกากีมายาวนาน จนชีวิตรับราชการก้าวหน้ารุ่งเรืองตามลำดับ วันนี้ พ.ต.อ.เสมอ อ่อนมั่ง มาดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านบึง (ผกก.สภ.บ้านบึง) จ.ชลบุรี คอยปราบโจรผู้ร้ายและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ปวงประชาอุ่นใจ

พ.ต.อ.เสมอ ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาว อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ครอบครัวเป็นชาวสวน เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนทวีธาภิเษกบางกอกใหญ่ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงและสอบเข้าโรงเรียนพลตำรวจภูธร ๙ (นครปฐม) รุ่นที่ ๓๖ บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกที่ จ.สมุทรสาคร และสอบเลื่อนชั้นเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรได้ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ติดยศร้อยตำรวจตรีย้ายไปอยู่ที่ จ.ชลบุรี พักใหญ่ย้ายไปเป็นสารวัตรจราจร (สว.จร.) ที่ จ.ตราด ก่อนกลับมาเป็นสารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) ที่ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ขยับเป็นรองผู้กำกับการ และเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านบึง (ผกก.สภ.บ้านบึง) ในปัจจุบัน

“นอกเหนือจากการทำงาน ผมยังศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมนับถือหลวงพ่อโสธรมาก พระเครื่องที่ติดตัวอยู่จะเป็นหัวแหวนหลวงพ่อโสธร พ.ศ.๒๕๐๓ พระกริ่งหลวงพ่อโสธร พ.ศ.๒๕๐๕ และพระซุ้มกอ กำแพงเพชร คุณพ่อมอบให้พี่ชายและพี่ชายมอบต่อให้ผมตอนสอบได้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ปกติผมจะพกใส่กระเป๋าเป็นประจำ สมัยย้ายไปอยู่โรงพักบ้านบึง พ.ศ.๒๕๔๘ ผมตามจับกุมแก๊งชาวฟิลิปปินส์ได้อย่างเหลือเชื่อ เรื่องมีอยู่ว่าคนร้ายตามผู้เสียหายไปเบิกเงินจากธนาคาร ๕ แสนบาทและขับรถสะกดรอยตามไป พอได้จังหวะเหยื่อจอดรถริมถนน คนร้ายทุบกระจกรถแตกหยิบเอาเงินไป ผมรับแจ้งเหตุก็ไปดู ตามไปเจอ ๒ คนมีพิรุธ ค้นเจอเงินสดคนละแสนกว่าบาท รับสารภาพว่ามาด้วยกัน ๓ คน หนีไป ๑ คน ก่อเหตุแล้วแบ่งเงินแยกกันหลบหนี ก็ได้เงินคืนเจ้าทุกข์ร่วม ๓ แสนบาท”

“อีกครั้งหนึ่งผมขับรถไล่จับคนร้ายคดีชิงทรัพย์ รถยนต์ตกในบ่อทำถนนพังยับเลย ตกใจมากนั่งอยู่ในรถตั้งนาน พอได้สติก็โทรศัพท์เรียกลูกน้องให้มาช่วยเหลือ นึกในใจว่าโชคดีคอไม่หักจากแรงกระแทก เพราะหลุมกว้างใหญ่และลึกมาก ทำให้ผมเชื่อมั่นในพุทธคุณ ท่านคงคุ้มครองเราให้ปลอดภัย แคล้วคลาดและเจริญรุ่งเรืองประสบความสำเร็จ” พ.ต.อ.เสมอ กล่าว

ก่อนตบท้ายไว้อย่างน่าฟังว่า “ในเรื่องพระเครื่อง ผมเชื่อมั่นในพุทธคุณ แต่อย่าลืมต้องทำความดีด้วย ถ้าพระดีทำไม่ดีท่านก็คงไม่คุ้มครองไม่ช่วย ผมจึงมอบนโยบายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหลัก ๆ อยู่ ๓ อย่าง คือ ให้มีสุขภาพที่ดี อยากให้ทุกคนรักสามัคคีกัน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนจะเชื่ออะไรง่าย ๆ และสุดท้ายอยากให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”.


มหายันต์ ๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #127 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2013, 02:14:51 AM »

4-5-56 คุยเซียนดัง ‘อ้อม ลำปลายมาศ’ เก่งจริงเกจิอีสาน

       

ย่ำในยุทธจักรคนรักพระมานานพอสมควร วันนี้ชื่อเสียงของ สิริศักดิ์ พิชัยกุล หรือ อ้อม ลำปลายมาศ ผงาดติดทำเนียบเซียนเบอร์ใหญ่สายอีสานอย่างสมความภาคภูมิใจ เพราะยึดมั่นในอุดมการณ์ “ดูเป็น-เล่นพระแท้” ทำให้ได้รับความเชื่อถือจากผู้คนในวงการมากขึ้นทุกวัน

สิริศักดิ์ พิชัยกุล หรือ อ้อม ลำปลายมาศ เป็นชาว จ.ชัยภูมิ ลูกหลานเจ้าพ่อพญาแลโดยกำเนิด แต่ย้ายไปปักหลักมีครอบครัวที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นคนขยันขันแข็งหนักเอาเบาสู้ตั้งแต่เด็ก เติบใหญ่ก็เริ่มสนใจพระเครื่องและวัตถุมงคล ทำงานเก็บเงินไปเช่าพระ เช่าทุกที่ทุกสนามที่มีโอกาสแวะเวียนไป เก็บเกี่ยวประสบการณ์พอสมควรก็ตัดสินใจเปิดร้านพระเครื่องที่ชั้น ๓ ห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่างามวงศ์วาน

“ผมชอบพระตั้งแต่ยังดูไม่เป็นเลย พอมีเงินอยู่บ้างก็เช่าพระมาสะสม เช่าเก็บเอาไว้เยอะมาก วันหนึ่งมีงานประกวดพระเครื่อง พระบูชาและเหรียญคณาจารย์ ผมส่งพระเข้าประกวด ปรากฏว่าคณะกรรมการรับพระเขี่ยออก บอกว่าเป็นพระเก๊ ผมเสียใจอยู่พักใหญ่ ทำใจอยู่นานก็ตัดสินใจมุ่งมั่นศึกษาพระเครื่องจริงจัง ซื้อหนังสือพระมาอ่าน เปิดอินเทอร์เน็ตดูทุกวัน ทำให้มีแนวทางที่ถูกต้อง จนเจอ พี่มุ่ย นางรอง เซียนรุ่นพี่แนะนำเคล็ดลับให้ก็เลยดูพระเป็น จากนั้นค่อย ๆ ขยับไปศึกษาพระกรุพระเก่า พระบูชา เทวรูป” อ้อม ลำปลายมาศรำลึกความหลัง

ก่อนเล่าต่อว่า “ทุกวันนี้ผมเช่าพระเก็บไว้เยอะ ขอนำมาโชว์เพียงบางส่วน อาทิ เหรียญหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทองรุ่นแรกและรุ่นสอง หนุมานลอยองค์หลวงปู่เม้า วัดสระสี่เหลี่ยม เหรียญทองคำหลวงพ่อเมียน วัดบ้านจะเนียง หลวงพ่อสด วัดศุภโสภณ รูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน นางกวักงาแกะหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว พระกำแพงเม็ดมะเคล็ด หลวงปู่คำพันธ์ โฆสะปัญโญ เหรียญเจ้าพ่อพญาแล พระนาคปรกวัดราษฎร์บูรณะ และที่ อ้อม ลำปลายมาศ ภูมิใจมาก ๆ คือ เขี้ยวเสือแกะหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (บางเหี้ย) ดีกรีแชมป์หลายงาน.


จุมพล นพทิพย์ - ภาพ/มหายันต์๑๐๘ - รายงาน
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #128 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2013, 02:18:40 PM »


11-5-56 คุยกับ พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผกก.นักสืบ มั่นใจขุนแผนบ้านกร่างช่วยรอดลูกปืน

 

ในแวดวงยุทธจักรสีกากี หากเอ่ยชื่อของ พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล ๔ (ผกก.สส.บก.น.๔) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  รับรองเป็นที่ครั่นคร้ามของเหล่าโจรผู้ร้ายและมิจฉาชีพในเมืองหลวง เพราะชื่อชั้นติดโผหนึ่งในทำเนียบ “มือปราบพระกาฬ” ตัวจริง และเป็นนายตำรวจที่ขยันขันแข็ง ทุ่มเททำงาน ผลงานเข้าตาเจ้านายอยู่เสมอ

พ.ต.อ.สง่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม (นรต.พ.) รุ่นที่ ๑๒ เข้ารับราชการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕ หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าตามลำดับ ส่วนใหญ่คร่ำหวอดกับงานสืบสวนและงานปราบปราม เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้กำกับการอำนวยการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหาด จ.สระแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้กำกับการกองกำกับสืบสวนกองคับการตำรวจภูธร (ผกก.สส.ภ.จว.) จังหวัดตราด และมาเป็นผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล ๔ (ผกก.สส.บก.น.๔) จนปัจจุบัน

“ผมบรรจุเป็นนายตำรวจครั้งแรกของชีวิต คุณพ่อมอบพระขุนแผนบ้านกร่างมาให้  ๑ องค์ เป็นพิมพ์ ๕ เหลี่ยมอกใหญ่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน ผมแขวนติดตัวมาตลอดเพียงองค์เดียว เปรียบเสมือนตัวแทนความรักความห่วงใยจากคุณพ่อและคอยเตือนสติในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้เกิดความประมาท ทำให้รอดปลอดภัยมาได้ทุกครั้ง” พ.ต.อ.สง่า รำลึกความหลัง

ก่อนเล่าต่อว่า ในชีวิตเคยเกิดเรื่องเหลือเชื่อ ตอนนั้นเป็นรองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว มีคดีปล้นทรัพย์ธนาคารทหารไทยสาขาโชคชัย ๔ ผมออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่าคนร้ายเป็นโจรชื่อดังก่อคดีโชกโชนหนีไปกบดานแถวย่านราษฎร์บูรณะ ตัดสินใจขับรถไปซุ่มรอคนเดียว พอดีคนร้ายออกมา จึงแสดงตัวจับกุม แต่คนร้ายชักปืนยิงใส่ระยะเผาขน ผมไม่เป็นอะไรเลย ไม่รู้ว่ารอดได้ยังไง ชักปืนยิงสวนไป ๑ นัด ถูกคนร้ายตาย ตั้งแต่นั้นเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องเรา ขอเพียงยึดมั่นในความดี สิ่งดี ๆ ก็จะเข้ามาเอง.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #129 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2013, 02:36:05 PM »


18-5-56 เปิดอกคุย เฮียกิมตัง-วิสูตร ไทยสิทธิเวช ศรัทธาพระกรุวัดมหาธาตุ-หลวงพ่อทบ

   

ในบรรดานักนิยมพระ วิสูตร ไทยสิทธิเวช หรือ เฮียกิมตัง แห่งร้านเกษตรไพวัลย์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ชื่อชั้นก็ไม่เป็นรองใคร ชื่นชอบสะสมพระเครื่องและวัตถุมงคลมานานพอสมควร จนเป็นที่คุ้นเคยของคนในวงการพระเครื่อง

วิสูตร ไทยสิทธิเวช หรือ เฮียกิมตัง ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาว อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี อายุได้ ๑๐ ขวบ ประมาณ พ.ศ.๒๕๐๐ ก็ย้ายตามบิดามารดาไปปักหลักทำมาหากินที่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ทำอาชีพค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปเดินสายขายตามงานวัดและงานรื่นเริงต่าง ๆ จากนั้นขยับขยายไปขายไอศกรีม ปลาท่องโก๋ เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ และเปิดร้านขายยาฆ่าแมลง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เจอปัญหาหนอนอเมริกันระบาดครั้งใหญ่ ยาฆ่าแมลงเอาไม่อยู่ ขาดทุนไปหลายแสนบาท จึงตัดสินใจรับซื้อพืชไร่และพืชผลทางการเกษตร เช่น ถั่ว ฝ้าย คราวนี้กิจการรุ่งเรืองดี ปัจจุบันมีไซโลเก็บพืชไร่ขนาดใหญ่ถึง ๒ แห่ง

“สมัยนั้นตอนผมทำกิจการใหม่ ๆ ก็เริ่มสนใจศึกษาพระเครื่องควบคู่ไปด้วย เริ่มจากสะสมพระกรุของวัดมหาธาตุ จ.เพชรบูรณ์ เพราะกรุวัดมหาธาตุแตกออกมา มีพระเครื่องจำนวนมากและราคาไม่แพง พระส่วนใหญ่เป็นพวกเนื้อชินเงิน ส่วนหลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน เคยมีโอกาสไปกราบท่านอยู่หลายครั้งในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตอนนั้นพระเครื่องท่านยังไม่แพง เวลาเช่าพระกรุของวัดมหาธาตุ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พระหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ มักนิยมใช้หลวงพ่อทบเป็นพระแถมมากกว่า สมัยก่อนหลวงพ่อทบท่านจะดังมากเรื่องตะกรุดโทน ไม่ไช่พระเครื่องเหมือนทุกวันนี้” เฮียกิมตัง รำลึกความหลัง

ก่อนเล่าถึงเรื่องประสบการณ์สุดระทึกขวัญว่า “ผมรอดตายอย่างเหลือเชื่อมาแล้ว รถคว่ำ ๓ ครั้ง แต่ไม่เป็นอะไรเลย ครั้งแรกที่ อ.ดงขุย ครั้งที่สองที่ อ.หนองไผ่ และครั้งที่สาม ที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งหนักกว่าทุกครั้ง เพราะมีเพื่อน ๆ ไปด้วยกันหลายคน วันนั้นไปงานแต่งงานระหว่างทางรถเสียหลักพลิกคว่ำ ผมนึกในใจว่าคงเจ็บหนักแน่นอน เลือดเต็มตัวผมเลย สุดท้ายไม่มีบาดแผลสักรอย รอยขีดข่วนก็ไม่มี เลือดบนตัวผมเป็นของคนอื่น วันนั้นผมคล้องเหรียญหลวงพ่อทบ รุ่นโดดร่ม ปี ๒๕๐๐ เพียงเหรียญเดียว ตั้งแต่นั้นมา ผมเชื่อมั่นว่าพุทธคุณมีจริง และคุ้มครองเราได้จริง แต่ต้องไม่ประมาท ขนาดผมขับรถออกจากบ้านแล้ว ลืมพระไว้ ให้ไกลแค่ไหนก็ต้องกลับมาเอา ปัจจุบันผมสะสมพระเครื่องของหลวงพ่อทบไว้เกือบทุกรุ่น ไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ องค์ และได้รับเกียรติให้เป็นประธานเว็บไซต์ศิษย์หลวงพ่อทบอีกด้วย”.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #130 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2013, 06:27:26 AM »

1-6-56 ‘โอ๊ค พระบ้านแท้’ อรรถพล จันทร์มณี ศรัทธา หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

   

มีดีกรีเป็นทายาทเซียนรุ่นเก่า ไต่เต้าเข้าวงการพระเครื่องจนชื่อเสียงเป็นที่คุ้นเคยของเพื่อนพ้องน้องพี่เป็นอย่างดี วันนี้ อรรถพล จันทร์มณี หรือ โอ๊ค พระบ้านแท้ ผงาดเป็นผู้เชี่ยวชาญวัตถุมงคลชั้นแนวหน้าด้วยความภูมิใจ โดยเฉพาะพระเครื่องสายท่านเจ้าคุณพระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ อินทสฺวัณโณ) วัดประดู่ฉิมพลี แค่ชายตามองไม่นานก็บอกได้ทันทีว่า “แท้-เก๊”

อรรถพล หรือ โอ๊ค พระบ้านแท้ เกิดย่านตลาดพลู กลางกรุงเทพฯ ครอบครัวมีอาชีพค้าขายผลไม้ในตลาดวัดกลางตลาดพลู เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โชคดีมีคุณพ่อเป็นนักสะสมพระเครื่องและเซียนรุ่นเก่า มีพระหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เก็บไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้มีโอกาสศึกษาพระแท้ ๆ มานานหลายปี
“หลังจากคุณพ่อผมเสีย พระเครื่องทั้งหมดตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผม เพราะพี่ ๆ ของผมเป็นผู้หญิง ไม่สนใจพระ ตอนนั้นยังดูพระไม่เก่งเล่นพระไม่เป็น บังเอิญมีเพื่อนสนิทชื่อ ดร.สกล วรเจริญศรี อาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ศรัทธาหลวงปู่โต๊ะมาก ช่วยกันเช่าบูชาเอาไว้เยอะ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๙ หมดเงินไปหลายล้านบาท พระล้นตู้เซฟเลย แต่เช่าอย่างเดียวก็ไม่ไหว คงจะต้องปล่อยต่อออกไปบ้าง วันหนึ่งผมกับเพื่อนนั่งคุยกัน ตัดสินใจเปิดร้านพระเครื่องในเว็บไซต์ชื่อ “พระบ้านแท้” ก็ไปได้สวย มีลูกค้าต่างชาติ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง มาอุดหนุนตลอด พวกนี้ดูพระไม่เป็น ถามหาแต่ประกาศนียบัตรการันตี ผมก็เลยต้องส่งพระเข้าประกวดงานใหญ่เป็นประจำ เดิมทีคิดจะทำอาชีพอื่น พอเปิดร้านพระแล้วไม่เปลี่ยนใจแล้ว ยึดเป็นอาชีพเลย ทุกวันนี้ก็เปิดร้านพระที่ห้างเทสโก้โลตัสปิ่นเกล้า ชั้น ๕ เพิ่มอีก ใครมีปัญหาพระเครื่อง โดยเฉพาะสายหลวงปู่โต๊ะ ไปปรึกษาได้ทุกวัน ยินดีต้อนรับทุกท่านด้วยใจจริง” โอ๊ค พระบ้านแท้ กล่าว

สำหรับประสบการณ์เกี่ยวกับพระเครื่อง โอ๊ค บอกว่า ปกติจะชื่นชอบพระปิดตาหลวงปู่โต๊ะอยู่แล้ว งดงาม มีเสน่ห์และศิลปะเฉพาะตัว แถมพุทธคุณโดดเด่นเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัย ทุกครั้งหากมีปัญหาไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตาม จะอาราธนาขอบารมีหลวงปู่โต๊ะ ทุกอย่างจะคลี่คลายได้อย่างเหลือเชื่อและชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ได้เพราะมีพี่ ๆ หลายท่านคอยแนะนำและชี้แนะ เช่น คุณหยู ท่าดินแดง คุณตี๋ บารมิตา คุณวิน บางแค และคุณนันต์ ท่าพระจันทร์ และพระที่คล้องติดตัวก็มีหลัก ๆ ๓ องค์ คือ พระปิดตาจัมโบ้ ๑ พระกริ่งเป้งย้ง และเหรียญล้อแม็กซ์ เนื้อทองคำ ของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เท่านี้ก็สุดยอดแล้วครับ.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #131 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2013, 11:19:17 AM »

8 มิถุนายน 2556
เซียนรุ่นใหม่ ‘อาร์ต-ณรัฐ สุวรรณกิจ’ เก่งจริงพระเกจิ-เหรียญ-พระยอดนิยม

       

อาศัยขยัน อดทน ใฝ่เรียนรู้และอ่อนน้อมถ่อมตน ไต่เต้าขึ้นชั้นแนวหน้าในวงการพระเครื่องในฐานะสายเลือดใหม่ที่ไม่ธรรมดา สายตาเฉียบคมในสายพระเหรียญ พระเกจิคณาจารย์ พระเนื้อดิน ชิน ผง และพระยอดนิยมทุกประเภท วันนี้ชื่อเสียงของ ณรัฐ สุวรรณกิจ หรือ อาร์ต คลองสาม โด่งดังกว่ารุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่ง อาร์ต เคยให้สัมภาษณ์คอลัมน์นี้ครั้งหนึ่งหลายปีมาแล้ว

ใครจะเชื่อว่า อาร์ต เด็กหนุ่มชาว จ.พิจิตร ผู้เล่าเรียนจบปริญญาตรีสาขาบริหารการตลาด มหาวิทยาลัยรังสิต และเคยทำงานในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตำแหน่งมาร์เกตติ้ง ซื้อหุ้น-ขายหุ้นนานเกือบ ๒ ปี ชีวิตพลิกผันเข้าสู่วงการพระจนกลายเป็นเซียนหนุ่มมากความสามารถได้เช่นนี้  ส่วนหนึ่งเพราะการชักนำของพ่อตา สมาน บุญเพ็ญ หรือ สมาน คลองสาม เซียนรุ่นใหญ่ให้เปิดร้านบนชั้น ๓ ห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน วันนี้อาร์ตชำนาญดูพระ-ส่องพระได้หลากหลายประเภท นับวันความรู้ยิ่งแตกฉานมากขึ้น

อาร์ต ย้ำเสมอว่า “คุณพ่อเปรียบเสมือนปรมาจารย์สำนักเส้าหลินในเมืองไทย เป็นผู้รู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับพระเครื่องทุกประเภท โดยเฉพาะพระกรุ พระเก่า พระเบญจภาคี พระยอดขุนพล พระยอดนิยม ได้รับการถ่ายทอดวิชามาอย่างหมดเปลือก ไม่เคยปิดบัง ที่สำคัญมีพี่ชายแสนดี พี่ภักดิ์ มรดกไทย หนึ่งในลูกศิษย์ของคุณพ่อคอยแนะนำหลักการดูพระกรุ พระเก่า พระเนื้อดิน เนื้อชิน เนื้อผง ทำให้ดูเป็นหมด ตลอดจนเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการก็ต้อนรับด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ทำให้มีความสุขและสบายใจ”

“พระเครื่องที่ผมศึกษาแรก ๆ คือ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม. ทุกวันนี้ก็เล่นสายหลวงปู่โต๊ะ เช่าบูชาไว้พอสมควร แต่จะแตกแขนงไปสายอื่น ๆ ด้วย เพราะมีความรู้มากขึ้น ทั้งพระเหรียญ พระเกจิคณาจารย์ พระกริ่งพระหล่อ พระเบญจภาคี เดี๋ยวนี้พระกรุพระเก่านักสะสมไม่ค่อยสนใจ อาจเป็นเพราะดูไม่เป็นดูไม่ขาด หันมาเล่นพระเกจิกันเยอะและที่นิยมมาก ๆ เช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค พระวัดปากน้ำหลาย ๆ  รุ่น พวกนี้ผมเช่าบูชาไว้เยอะ ก็มีแบ่ง ๆ ออกไปบ้างเหมือนกัน”

“ผมยึดคติเตือนใจเสมอว่า ซื่อสัตย์ กตัญญู อ่อนน้อมถ่อมตน อยู่ที่ไหนใคร ๆ ก็รักและเมตตา สิ่งใดไม่รู้ก็ค้นคว้าและศึกษาไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็จะชำนาญและเก่งเรื่องพระไปเอง”

พูดจบ อาร์ต ก็โชว์พระสวยให้ชมบางส่วน อาทิ เหรียญล้อแม็ก พระกริ่งสายฟ้า พระปิดตาจัมโบ้ ๒ พระปิดตาปลดหนี้ พระสมเด็จพิมพ์ก้างปลา หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี รูปหล่อหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค พิมพ์เข่ากว้างหลังเต็ม รูปหล่อหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ก้นระฆัง รูปหล่อหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค หลังเตารีดเนื้อทองระฆัง และเนื้อตะกั่ว ล้วนสภาพแชมป์ทุกองค์.
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #132 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2013, 07:58:44 AM »

15-6-56
เปิดใจ ‘ศักดิ์ พยุหะ-สุรศักดิ์ โพธิ์สฤษดิ์’ ศรัทธาบารมีหลวงพ่อเดิม-หลวงพ่อกัน

 

สั่งสมประสบการณ์พอสมควรและเริ่มมีชื่อเสียงในวงการพระในท้องถิ่น วันนี้ สุรศักดิ์ โพธิ์สฤษดิ์ หรือ ศักดิ์ พยุหะ สามารถผงาดเทียบชั้นเซียนรุ่นราวคราวเดียวกันได้อย่างภาคภูมิใจ สายตาและความรู้ไม่เป็นรองใครในสายพระเกจิคณาจารย์ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ และจังหวัดใกล้เคียง

สุรศักดิ์ โพธิ์สฤษดิ์ หรือ ศักดิ์ พยุหะ เป็นชาว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ โดยกำเนิด บิดาชื่อ สุวัฒน์ชัย โพธิ์สฤษดิ์ หรือ โกเนี้ยว มารดาชื่อ ทิพวรรณ โพธิ์สฤษดิ์ หรือ เจ๊เฮง บิดาและมารดาย้ายมาตั้งรกรากทำกิจการค้าข้าวเปลือกที่ท่าข้าวกำนันทรง อ.พยุหะคีรี ศักดิ์เรียนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนอินทารามวิทยา จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนชายนครสวรรค์ และจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต่อมาได้แต่งงานแยกครอบครัวมาทำกิจการร้านโทรศัพท์มือถือของตัวเองประมาณ พ.ศ.๒๕๔๗ อาศัยเวลาว่างศึกษาสะสมพระเครื่องและวัตถุมงคลควบคู่กันไปด้วย โดยได้รับคำแนะนำจากเซียนดัง เฮียคอก พยุหะ และ ออด ดอนเจดีย์ นับวันยิ่งความรู้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

“ผมโชคดีได้พี่ ๆ คอยแนะนำ ผมเริ่มเช่าบูชาพระเครื่องในท้องถิ่นเป็นอันดับแรก คือ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว แล้วค่อย ๆ ไปศึกษาวัตถุมงคลอื่น ๆ เช่น มีดหมอ และสิงห์งาแกะ ย้อนกลับไปประมาณ ๘ ปีก่อน ยังมีของดีเหลือเยอะ ส่วนใหญ่เจ้าของอยู่ในพื้นที่เก็บเอาไว้ใช้ หรือให้เป็นมรดกของลูกหลาน ทำให้ง่ายต่อการพิจารณาและเรียนรู้” ศักดิ์ เปิดฉากสนทนาด้วยรอยยิ้ม

ก่อนเล่าต่อว่า “เมื่อก่อนผมเห็นคุณพ่อพกมีดหมอขนาดปากกาของหลวงพ่อเดิมติดตัวเป็นประจำ ไม่ว่าจะไปติดต่อค้าขายที่ไหนก็ติดตัวตลอด มีครั้งหนึ่งผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย อายุประมาณ ๑๓ ปี คุณพ่อไปขายข้าวเปลือกและแวะเก็บเงินค่าข้าว ลูกค้าจ่ายเป็นเช็คให้ไปเบิกเองที่ธนาคารแถว ๆ สิงห์บุรี ราว ๓ แสนบาท เบิกเงินเสร็จแล้วคุณพ่อกับผมเดินลงจากธนาคาร มีชาย ๒ คนใส่แว่นขี่มอเตอร์ไซค์มาจอด หนึ่งในนั้นถือปืนเล็งมาที่คุณพ่อและเหนี่ยวไก ยิงไม่ออกได้ยินแต่เสียง แชะ แชะ คุณพ่อรีบกระโดดมาบังผมไว้และกอดไว้แน่นเลย จนคนแถวนั้นเห็นส่งเสียงตะโกนว่ายิงกันแล้ว ทำให้คนร้ายขี่รถหลบหนีไป คุณพ่อบอกว่า เป็นเพราะบารมีมีดปากกาหลวงพ่อเดิมแท้ ๆ เห็นไหม ช่วยปกป้องคุ้มครองให้รอดตายมาได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นจุดประกายให้ผมศรัทธาในพุทธคุณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พกมีดปากกา สิงห์งาแกะ ของหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ และเหรียญโล่พรหมสี่หน้าเนื้อนากหน้ากากทองคำของ อาจารย์เฮง ไพรวัลย์ ติดตัวทุกวันนี้ มีแล้วดีไปไหนอุ่นใจจริง ๆ ครับ”
.

มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #133 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2013, 01:16:59 AM »


22-6-56 มานพ จันทร์ศรี เซียนหนุ่มใจบุญ ศรัทธาหลวงพ่อมหาโพธิ์

       

ไต่เต้าจากเซียนเบอร์เล็กจนผงาดเป็นเบอร์ใหญ่ ในฐานะผู้ชำนาญพระเครื่องสายชัยนาท จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นกรรมการตัดสินชี้ขาดพระเครื่องในสายหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย วันนี้ มานพ จันทร์ศรี เจ้าของฉายา ต้อม สำนักจันทร์ ยังหันมาสะสมวัตถุมงคลของ หลวงพ่อมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท อดีตพระเกจิอีกรูปหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

ต้อม เล่าว่า หลวงพ่อมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ เป็นศิษย์สายตรงของวัดปากคลองมะขามเฒ่ารุ่นสุดท้าย ท่านเป็นหลานของพระใบฏีกาบุญยัง วัดหนองน้อย ศิษย์มือซ้ายของหลวงปู่ศุข เกสโร สุดยอดเถราจารย์เมืองชัยนาท ส่วนศิษย์มือขวาของหลวงปู่ศุขคือพระสมุห์กลับ แสงเขียว หลวงพ่อมหาโพธิ์ได้รับประสิทธิ์ประสาทวิชาสายนี้ผ่านทางหลวงน้าพระใบฏีกาบุญยังจนหมดเปลือก สรรพวิชา ตำราเวทย์ ตำรายา ของวิเศษสำคัญที่หลวงปู่ศุขมอบให้ก็ตกทอดมาถึงหลวงพ่อมหาโพธิ์หลายชิ้น ถือว่าเป็นหลานศิษย์ของหลวงปู่ศุขก็ว่าได้และหลังจากท่านมรณภาพไปในปี ๒๕๔๙ ก็ไม่มีใครสืบทอดอีกเลย จึงถือว่าเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายจริง ๆ

“หลวงพ่อมหาโพธิ์ เกิดปี พ.ศ.๒๔๖๓ หลวงปู่ศุขยังอยู่ แต่ตอนนั้นท่านยังเด็กไม่ได้เรียนวิชาด้วย แต่ได้รับการถ่ายทอดวิชาจาก พระใบฎีกาบุญยัง ภายหลังวิชาที่ท่านสำเร็จและชำนาญนอกจากยันต์ตาข่ายเพชร พุทธเมตตาใหญ่ กรณีลืมเนตร นะฤาชา ปิโยใหญ่ เมฆดาวดาดฟ้า นั่นก็คือ พุทธอุดม้วนโลก พุทธ ตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่หลวงปู่ศุขท่านใช้จารวัตถุมงคลต่าง ๆ แน่นอนว่าพุทธอุดม้วนโลกนั้นคือสุดยอดวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันในสายสำนักมะขามเฒ่า”

หลวงพ่อมหาโพธิ์สร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่น ที่น่าสนใจคือ พ.ศ.๒๕๓๑ หลวงพ่อสร้างเหรียญหลวงปู่ศุขไว้ คล้ายกับรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๖ ท่านบอกว่า “คนที่เคารพศรัทธาหลวงปู่ศุขอยากได้เหรียญหลวงปู่ศุขปี ๒๔๖๖ กันมาก คนไม่มีเงินก็ไม่มีปัญญา เพราะหายากและแพงมาก ฉันจะทำเหรียญหลวงปู่ศุขรุ่นนี้ให้ดีเหมือนรุ่นแรกเลย” ซึ่งรุ่นนี้ท่านสั่งโรงงานปั๊มแบบหลังเรียบมีเนื้อทองแดง ๒ พันเหรียญ และเนื้อเงินอีกจำนวนหนึ่ง ท่านนำมาเก็บไว้ในโบสถ์ ๑ พรรษา ลงเหล็กเรียกสูตรบรรจงจารพุทธอุดม้วนโลก ล้อมด้วยอักขระตัว อิ คือ อิ รัตนมาลา ๔ ตัว ทีละเหรียญจนครบ เสร็จสิ้นก็จัดพิธีพุทธาภิเษก โดยอัญเชิญดวงจิตหลวงปู่ศุข

องค์ปฐมแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่ามาเป็นประธานในพิธี เรื่องนี้ได้รับการกล่าวขานกันมาก พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลหลวงปู่ศุขหลาย ๆ ครั้ง พระเกจิที่เชี่ยวชาญพระกรรมฐานหลายรูป มักนิมิตเห็นหลวงปู่มางานด้วยเสมอ หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี ก็เคยพูดไว้ว่าเป็นเรื่องจริง

พูดจบ ต้อม ก็โชว์แผ่นจารยันต์ตาข่ายเพชร พระสมเด็จขาสิงห์รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๕ หลวงพ่อมหาโพธิ์ กับพระสมเด็จหลังรูปรุ่นแรก และเหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ให้ชมเป็นวิทยาทานพร้อมย้ำว่า ถ้าใครสนใจศึกษา ยินดีต้อนรับเสมอที่ร้านชั้น ๓ ห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน ทุกวัน.

มหายันต์ ๑๐๘
----------------
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #134 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2013, 04:36:51 AM »


วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2556
บุกคุย ‘หมวดเอก’ ร.ต.ท.สุทิน บำรุงจิตต์ หนึ่งในใจ หลวงพ่อใหญ่ วัดเขาแดง รุ่นแรก

 

ทุกวันนี้ด้วยเชื่อความศรัทธาในปาฏิหาริย์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังคงอยู่เคียงคู่สังคมไทยไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ร่ำรวยเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี หรือคนเดินดินกินข้าวแกง ล้วนแต่ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ปกป้องคุ้มครองชีวิต ให้ยืนยาวและเพื่อความอุ่นใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือทำงาน ประกอบสัมมาอาชีพโดยสุจริต

จึงไม่ไช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ถ้าหากทุก ๆ วันจะมี “นักนิยมพระเครื่อง” หน้าใหม่หรือคนยุคใหม่ให้ความสนใจศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นคือ “หมวดเอก” ร.ต.ท.สุทิน บำรุงจิตต์ อายุ ๓๘ ปี รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองนครนายก ที่เชื่อมั่นเปี่ยมล้นในพุทธคุณและพุทธานุภาพไม่ต่างกับคนอื่น ๆ เนื่องจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบค่อนชีวิตและเคยพานพบประสบการณ์ “รอดตาย” ราวปาฏิหาริย์มาแล้ว

หมวดเอก หรือ ร.ต.ท.สุทิน เรียนจบจากโรงเรียนพลตำรวจภูธร ๒ (นพต.๓๕) เขาน้อย จ.ชลบุรี บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๔๒ ในตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ด้วยความที่สนใจใฝ่เรียนรู้ ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิตจากสถาบันชื่อดัง สอบเลื่อนตำแหน่งและปรับยศเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรที่ ร.ต.ต. และย้ายมารับตำแหน่ง รองสวป.สภ.เมืองนครนายก เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๕๕ ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจวบจนปัจจุบัน

“ในช่วงมารับตำแหน่งใหม่ ๆ มีโอกาสไปกราบนมัสการท่านพระครูรัตตคีรีรักษ์ เจ้าอาวาสวัดเขาแดง ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งที่ไม่ธรรมดา เก่งและเชี่ยวชาญวิชาอาคมไม่เป็นรองใคร แต่ไม่ค่อยเปิดตัวมากนัก วันนั้นท่านมอบเหรียญหลวงพ่อพุทธนิมิตมงคลหรือเหรียญหลวงพ่อใหญ่รุ่นแรก วัดเขาแดง เนื้อนวโลหะ สร้างตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๘ คล้ายเหรียญพระลีลา ๒๕ พุทธศตวรรษเป็นที่ระลึก ซึ่งวันนี้ที่วัดยังมีเหลือให้ญาติโยมและผู้ศรัทธาทำบุญเป็นที่ระลึกอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่มากนัก”

หมวดเอก กล่าวและเล่าต่อว่า ทีแรกไม่ค่อยเชื่อปาฏิหาริย์เท่าใดนัก ประมาณต้นเดือน เม.ย.๒๕๕๖ นี่เอง ระหว่างขับรถยนต์ส่วนตัวกลับบ้านพัก รถเก๋งบังเอิญตกหลุมกระแทกแรงมาก ยางล้อหน้าขวาระเบิดดังบึ้มสนั่นหวั่นไหวเลย รถเสียหลักหมุนคว้างหลายสิบตลบและพุ่งชนเกาะกลางถนนจนพลิกคว่ำพังยับทั้งคัน น่าประหลาดไม่เป็นอะไรเลย ในใจคิดว่าเป็นเพราะบารมีของเหรียญหลวงพ่อใหญ่วัดเขาแดงช่วยชีวิตไว้แน่นอน

ก่อนอำลากัน หมวดเอก ยังฝากข้อคิดดี ๆ ด้วยว่า คนเรานั้นหากศรัทธาและเชื่อมั่นในพุทธคุณ ไม่จำเป็นต้องเป็นเซียนหรือคล้องพระราคาแพงหรือคล้องหลาย ๆ องค์ ขอเพียงให้เรายึดมั่นและระลึกถึงความดี สิ่งดี ๆ ก็จะเข้ามาในชีวิตเองอย่างเหลือเชื่อและเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ ด้าน.


วิเชียร พุ่มบุญฑริก-ข้อมูล/มหายันต์๑๐๘-รายงาน
-----------------
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 [9] 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: