หน้า: 1 ... 8 9 [10]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระเครื่อง? ในคอ คนดัง  (อ่าน 616401 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #135 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2013, 04:37:41 AM »

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2556
‘โต้ ท่าพระจันทร์’นภนต์ วงศ์ผาสุกโชติ เก่งลป.ทวด-คุณแม่บุญเรือน-เกจิยอดนิยม

       

สืบสายเลือดเซียนพันธุ์แท้จากบุพการี ชีวิตพลิกผันเข้าสู่วงการพระเครื่องเต็มตัว สั่งสมประสบการณ์จนเริ่มมีชื่อเสียงและเนื้อหอมในวงการ วันนี้ นภนต์ วงศ์ผาสุกโชติ หรือ โต้ ท่าพระจันทร์ สามารถซื้อพระ-เช่าพระ-แลกเปลี่ยนพระตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักล้านได้อย่างไม่อายใคร

โต้ ท่าพระจันทร์ กำเนิดเกิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เล่าเรียนหนังสือที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เป็นบุตรชายของเซียนโบ้ หาดใหญ่ สายตรงหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เรียนหนังสือจนจบ ม.๖ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ก็เผชิญพิษมรสุมเศรษฐกิจทางภาคใต้ไม่ค่อยดี ตลาดหุ้นตก ค่าเงินบาทลอยตัว ทำให้เดือดร้อนกันทั่วหน้า คุณพ่อตัดสินใจพาครอบครัวเข้ากรุงเทพฯ รับเช่า-ให้เช่าพระเครื่องยอดนิยม โดยเฉพาะสายหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ซึ่งมีความถนัดและชำนาญมาก

“ก่อนที่ผมเล่นพระตอนนั้น พอเรียนจบแล้ว แรก ๆ เข้าไปทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่ประมาณ ๑ ปี แล้วพอวันเสาร์-วันอาทิตย์ ก็อาศัยติดตามคุณพ่อเข้าสนามท่าพระจันทร์ มีโอกาสรู้จักผู้ใหญ่หลายท่านและศึกษาพระเครื่องควบคู่กันไปด้วย เริ่มคิดว่าจะหารายได้เพิ่มได้อย่างไร จึงไปตั้งแผงขายพระตามงานประกวด ครั้งแรกไปที่ตลาดสนามหลวง ๒ เอาพระของตัวเองที่สะสมเอาไว้ และแบ่งพระเพื่อน ๆ มาอีกส่วนหนึ่งไปวางดู ปรากฏว่าวันแรกขายได้เงินกว่าห้าพันบาท หักทุนแล้วเหลือกำไรกว่าสองพันบาท ตั้งแต่นั้นมาชีวิตเข้ามาสู่วงการพระเครื่องเต็มตัวประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๖ รู้สึกชอบมาก ๆ เพราะการเล่นพระมีอิสระ เป็นงานสบาย ๆ แต่ต้องอาศัยขยัน ได้เริ่มต้นเรียนรู้โดยคุณพ่อแนะนำให้ศึกษาพระหลวงปู่ทวด สายวัดประสาทไปก่อน ราคาไม่แพง สวย ๆ องค์ละพันกว่าบาท ผมจึงเริ่มเช่ามาเก็บไว้ทีละองค์สององค์ เดี๋ยวนี้มีประมาณ ๓๐-๔๐ องค์ ก็ยังไม่ขาย เก็บเอาไว้ดูและศึกษาเนื้อหามวลสาร เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเคล็ดลับว่าเก๊-แท้ดูอย่างไร อาศัยพึ่งตัวเองและพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่สนิทคอยแนะนำ”

โต้ กล่าวและเล่าประสบการณ์เหลือเชื่อให้ฟังด้วยว่า ผมเจอปาฏิหาริย์เรื่องโชคลาภ ครั้งหนึ่งผมจะต้องใช้เงินประมาณหนึ่งแสนบาท และต้องหาให้ได้ ในวันนั้น ทั้งคืนผมนอนไม่หลับ จุดธูปและอธิษ ฐานขอพึ่งบารมีคุณแม่บุญเรือน วัดอาวุธฯ ให้ช่วยเหลือ ปรากฏว่าเช้าวันรุ่งขึ้น ผมวางแผงพระตามปกติ เหลือเชื่อขายพระได้แสนกว่าบาท ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย แต่ก็เป็นไปแล้ว จากนั้นมา ผมศรัทธานับถือคุณแม่บุญเรือนมาก และไม่ใช่ครั้งเดียว ท่านช่วยผมถึง ๓ ครั้ง แต่ผมจะขอเฉพาะที่จำเป็นจริง ๆ และไม่ใช่ขอพร่ำเพรื่อ

“วันนี้ผมคล้องพระติดตัวเป็นประจำมีอยู่หลัก ๆ แค่ ๕ องค์ ได้แก่ เหรียญหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ว.จุด หลังหนังสือ หลวงพ่อทวด รุ่น ๑ เหรียญหน้าแก่หลวง
ปู่สี ฉันทฺสิริ วัดถ้ำเขาบุญนาค พ.ศ. ๒๕๑๙ และพระพุทโธน้อยคุณแม่บุญเรือน วัดอาวุธฯ เนื้อผง ปัจจุบันผมเปิดแผงพระที่ท่าพระจันทร์ และห้างเทสโก้โลตัสปิ่นเกล้า ชั้น ๕ ใครต้องการปรึกษาเรื่องพระยินดีต้อนรับเสมอครับ”.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #136 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2013, 11:45:51 AM »


21-7-56 ‘เปิ้ล เมืองชล’ วัฒนากร สารกาญจน์ หมั่นศึกษา-ศรัทธาสมเด็จวัดระฆัง๑๐๐ปี

 

หมั่นศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระและวัตถุมงคลจนเชี่ยวชาญ ก็เข้าสู่วงการพระเครื่องเต็มตัว วันนี้ วัฒนากร สารกาญจน์ หรือ เปิ้ล เมืองชล สามารถเช่าและแลกเปลี่ยนพระเครื่องได้หลากหลายประเภทอย่างไม่อายใคร

วัฒนากร หรือ เปิ้ล เป็นคนเมืองชลบุรีโดยกำเนิด บิดามารดามีอาชีพรับจ้าง มีพี่น้อง ๓ คน เป็นผู้ชาย ๑ คน ผู้หญิง ๒ คน ตัวเองเป็นลูกคนที่ ๒ พอเรียนจบก็ได้สมัครเข้าทำงานบริษัทประกอบแอร์ เมื่อประมาณปี ๒๕๔๓ ระหว่างทำงานไปก็เริ่มเก็บสะสมพระเครื่องไปด้วย เพราะเชื่อมั่นในพุทธคุณและมีศรัทธาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาศัยศึกษาพระเครื่องต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ต และเลือกเช่าพระที่ชอบมาหลายสิบองค์

“แรก ๆ ผมไม่ค่อยกล้าเช่าพระเท่าไหร่ บอกตรง ๆ ว่ากลัว แต่ร้านพระเขารับประกัน จึงกล้าเช่า บางครั้งเช่ามาก็ไปส่งประกวด องค์ไหนกรรมการไม่รับ ก็นำพระไปคืนร้าน ผมทำงานไปด้วย สะสมพระไปด้วยนานกว่า ๑๐ ปี จนมีพระเครื่องสะสมมากพอสมควร จึงตัดสินใจเล่นพระเต็มตัว อาศัยมีอาจารย์ดี ได้รับคำแนะนำจาก พ.ต.ท.พรชัย อมรสวัสดิ์สิริ หรือ เซียนป้อม ชลบุรี เบอร์ใหญ่สายชลบุรี คอยให้ความรู้และบอกเคล็ดลับการสะสมพระ โดยเฉพาะพระปิดตาสายเมืองชลบุรีบ้านเกิด ทำให้ผมรอบรู้มากขึ้นทุกวัน” เปิ้ลเปิดฉากสนทนา

พร้อมเล่าต่อว่า พระที่ชอบและชำนาญ ได้แก่ พระเนื้อผงสมเด็จวัดระฆัง ๑๐๐ ปี ทุกพิมพ์ เพราะประมาณ ๑๐ ปีที่แล้วราคาไม่แพง พอมีกำลังเช่าเก็บไว้เพื่อศึกษา ผมจึงมีพระสมเด็จวัดระฆัง ๑๐๐ ปี เยอะพอสมควร อาศัยเวลาว่างดูแม่พิมพ์ ดูเนื้อหามวลสาร และดูการขอบตัดของพระแต่ละองค์ ส่วนมากพระแท้ ๆ จะมีทุกอย่างเหมือนกัน ผมศึกษาพระสายนี้ด้วยตัวเอง ดูจากพระแท้ ๆ ที่เรามี สมัยก่อนพระสวย ๆ องค์ละไม่เกิน ๒,๕๐๐ บาท แต่ปัจจุบันพิมพ์เศียรโต บล็อกแรก ๆ ราคาทะลุหลักแสนแล้ว

ส่วนเรื่องประสบการณ์จากการที่ผมบูชาพระสมเด็จวัดระฆัง ๑๐๐ ปีมานาน ทำให้มีความรู้สึกว่า เวลาเดินทางไปไหนไกล ๆ รู้สึกอุ่นใจ ใครเห็นใครรัก ผู้ใหญ่ให้ความเมตตา ทำธุรกิจดีไม่ค่อยติดขัด หรือบางครั้งเรามีปัญหาที่จะใช้เงิน ก็อธิษฐานบอกกล่าว ปัญหาก็จะคลี่คลายไปในที่สุด ทุกวันนี้นอกจากจะเล่นพระแล้ว ผมยังทำกิจการรับถ่ายรูปพระเครื่องชื่อร้านมงคลทิพย์พระเครื่อง อยู่ที่ห้างวิคตอรี่ ชลบุรี ใครอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิญแวะไปได้ทุกวัน.

มหายันต์๑๐๘

*----------------------
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #137 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2013, 05:04:10 AM »


27-7-56 เปิดใจ ‘ประดิษฐ ทองสุข’ เศรษฐีเพชรบูรณ์ ศรัทธา หลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน

 

ติดทำเนียบคนสู้ชีวิตและเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนรุ่นใหม่ ในแวดวงนักสะสมพระเครื่องระดับชาติอาจไม่คุ้นเคยกับชื่อ เสี่ยประดิษฐ ทองสุข กันมากเท่าใดนัก แต่ถ้าเป็นนักเลงพระเครื่องสาย หลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน จ.เพชรบูรณ์ รับรองทุกคนล้วนรู้จักและมักคุ้นเป็นอย่างดี ในฐานะ “คนรักพระ” ตัวยงและเป็นหนึ่งในรุ่นพี่ที่ศรัทธาหลวงพ่อทบอย่างเหลือล้น ทุกวันจะอาศัยเวลาว่างท่องอินเทอร์เน็ตแสวงหาความรู้เพิ่มเติม รวมทั้งเป็นผู้บริหารเว็บไซต์ชื่อดัง ใช้ยูธเซอร์เนมว่า “กกกะทอน ๒๒๒” แลกเปลี่ยนบูชาพระเครื่องอยู่เป็นประจำ

ประดิษฐ ทองสุข เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๑ มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันรวม ๘ คน ประดิษฐ เป็นคนที่ ๔ เล่าเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษา ก็ช่วยเหลือครอบครัวทำงาน อาศัยขยันและอดทน มุ่งมั่นประกอบอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมและรับซื้อพืชไร่พื้นที่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ กิจการเจริญรุ่งเรืองด้วยดี ก็ตัดสินใจลงทุนเปิดเป็นร้านชื่อ “สมพรพืชผล” ค้าขายได้กำไรเป็นกอบเป็นกำทุกวัน ส่วนหนึ่งเพราะสมัยก่อนคู่แข่งมีน้อย ไม่ค่อยมีใครเปิดกิจการแบบนี้เท่าใดนัก

“ผมศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเชื่อมั่นในพุทธคุณมาก ๆ โดยเฉพาะพระเครื่องและวัตถุมงคลของ หลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน จ.เพชรบูรณ์ จะคล้องติดตัวเป็นประจำ เดินทางไปที่ไหนก็อุ่นใจกลับบ้านสบาย ปลอดภัยหายห่วง ที่สำคัญคล้องแล้วรวย ใคร ๆ ก็ชอบ พอมีเงินมีทองขึ้นมาก็เริ่มหาเช่าบูชามากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวันนี้ผมเป็นประธานบริหาร เว็บไซต์ศิษย์หลวงพ่อทบ พระเครื่อง เว็บไซต์สายตรงของหลวงพ่อทบเลย ทุกเรื่องราวความรู้ ประวัติของท่าน และวัตถุมงคลทุกรุ่นทุกพิมพ์ เพื่อนพ้องน้องพี่และนักสะสมสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ และสอบถามข้อสงสัยกันได้ทุกวัน ผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกฟรี ภายในเว็บไซต์มีทั้งกระดานถาม-ตอบ ห้องโชว์พระ ห้องศึกษาพระเครื่อง ห้องประมูลพระ และร้านค้ารับเช่า-เช่าพระเครื่องแบบครบวงจร เป็นแหล่งความรู้และแลกเปลี่ยนทรรศนะในกลุ่มผู้ศรัทธาในหลวงพ่อทบอย่างแท้จริง” เสี่ยประดิษฐ เปิดฉากสนทนาด้วยรอยยิ้ม

และเล่าถึงประสบการณ์เหลือเชื่อด้วยว่า “ตามปกติผมแขวนพระหลวงพ่อทบอยู่แล้ว ติดตัวทุกวันก็มี รูปหล่อหลวงพ่อทบ พิมพ์อกซื่อ ออกวัดศิลาโมง พ.ศ.๒๔๙๑ พระกริ่งไตรมาส พ.ศ. ๒๕๑๕ ออกวัดโบสถ์โพธิ์ทอง พระกริ่งวิชิตพัชราจารย์ พ.ศ. ๒๕๑๕ ออกวัดโบสถ์โพธิ์ทอง ให้ผมเจอประสบการณ์กับตัวเองมากมาย รอดตายหลายครั้ง เป็นส่วนสำคัญให้เกิดแรงบันดาลใจสนใจศึกษาและสะสมวัตถุมงคลของหลวงพ่อท่านอย่างลึกซึ้ง ยิ่งรู้ว่าท่านไม่ธรรมดาเลย ท่านเคยสร้างโบสถ์ให้วัดหลายแห่งถึง ๑๙ หลัง ถ้าบารมีไม่ถึง ไม่เก่งจริงคงทำไม่ได้ ปัจจุบันแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่สังขารไม่เน่าเปื่อย ลูกศิษย์ใส่ไว้ในโลงแก้วประดิษฐานไว้ที่มณฑปวัดช้างเผือก จ.เพชรบูรณ์ ทุกวันจะมีผู้ศรัทธาแวะเวียนไปกราบไหว้ขอพรแน่นขนัด ส่วนผมเองนั้นทุกวันก่อนออกจากบ้านไม่เคยลืมแขวนพระเครื่องหลวงพ่อทบ ล่าสุดไม่นานมานี้ขับรถไปทำธุระถูกรถคันอื่นตัดหน้ากระชั้นชิด ในใจคิดว่าแย่แล้ว นึกถึงบารมีหลวงพ่อช่วยคุ้มครอง เหลือเชื่อเหยียบเบรกรถหยุดห่างแค่ ๑ ศอกเท่านั้น นี่แหละครับ ผมจึงมั่นใจเต็มร้อยว่า แขวนพระเครื่องหลวงพ่อทบแล้ว แคล้วคลาดปลอดภัยสุดยอดจริง ๆ ”.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #138 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2013, 07:35:10 AM »

3-8-56 ธงชัย พรหมบุญ หรือ แดร็กสวน ที.ที. อุ่นใจคล้อง หลวงพ่อทบ ช่วยรอดตาย

     

ภาพ2 ล็อกเก็ตกลมจิ๋ว หลวงพ่อทบ
ภาพ3 ล็อกเก็ตรูปไข่จิ๋ว หลวงพ่อทบ
ภาพ4 เหรียญหลวงพ่อทบหลังยันต์ ๙ พ.ศ. ๒๕๐๑

นาทีนี้ ธงชัย พรหมบุญ หรือ แดร็ก สวน ที.ที.เพชรบูรณ์ ไม่ธรรมดา กำลังดังในฐานะผู้ชำนาญพระเครื่องและวัตถุมงคลสาย พระครูวิชิตพัชราจารย์ (หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ) วัดพระพุทธบาทชนแดน (วัดพระพุทธบาทเขาน้อย) อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

แดร็ก เกิดเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๙ เป็นชาว จ.เพชรบูรณ์ มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ๒ คน แดร็กเป็นคนโต เรียนหนังสือจบชั้น ปวส. จากวิทยาลัยเกษตรกรรมเพชรบูรณ์ ก็เปิดร้านขายต้นไม ชื่อ สวนที.ที. ไม้ดอก ไม้ประดับ ผลิตดินปุ๋ยหมักและรับเหมาจัดสวนหย่อม

“ผมศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชื่อมั่นในพุทธคุณของหลวงพ่อทบท่านมาก พระที่คล้องคอองค์แรกในชีวิตตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี ก็คือเหรียญรูปไข่หลังยันต์ ๙ ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ทุกวันนี้ก็ยังห้อยเหรียญนี้ติดตัวอยู่ทุกวัน เป็นเหรียญที่คุณลุงของผมให้มา ท่านเคยรับราชการทหาร ชื่อ ร้อยตรีประเจตน์ บำรุงกุล ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว สมัยก่อนท่านเคยไปร่วมรบสงครามเวียดนามครั้งที่ ๒ พกเหรียญนี้ไปด้วย ฝ่าคมหอก
คมดาบ กระสุนปืนเล็ก ปืนใหญ่ จนกลับบ้านโดยไร้รอยขีดข่วน วันนี้ท่านสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี” แดร็กเปิดฉากสนทนา

ก่อนเล่าด้วยว่า ผมมีประสบการณ์กับตัวเอง ครั้งแรกขับรถยนต์ไปซื้อต้นไม้ ระหว่างผ่าน อ.วิเชียรบุรี วันนั้นฝนตกหนัก รถมอเตอร์ไซค์ถลาตัดหน้ากะทันหัน ผมตกใจเบรกหักหลบรถพลิกคว่ำ ๕-๖ ตลบพังทั้งคัน แต่ผมไม่เป็นอะไร ครั้งที่ ๒ กลับจากทำธุระที่ จ.พิษณุโลก มาถึงบ้านนางั่ว อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ที่ทางแยกขึ้นเขาค้อ ขี้เมาหลับในขับรถพุ่งข้ามเลนมาชนรถผมหมุน ๓-๔ รอบ แล้วไปอัดก๊อบปี้เสาไฟฟ้า แต่ผมกับครอบครัวปลอดภัย ครั้งที่ ๓ ขับรถ ๖ ล้อไปขนต้นไม้ผ่าน อ.เมือง จ.สระบุรี รถหัวลากขนาดใหญ่เสยท้ายเต็มแรงพังเละ และรถหัวลากยังเฉี่ยวประตูรถผมฉีกเป็นทางยาวด้วย สะเก็ดไฟกระเด็นเป็นสายเลย ผมกับน้องชายปลอดภัยดี

“จากประสบการณ์กับตัวเอง ทำให้ผมเปิดเว็บไซต์ตามรอยหลวงพ่อทบและมีเพื่อนพ้องอย่าง เจ๋งพระเครื่อง เหนือท่าพล อาจารย์ปลาโคราช ช่วยดูแลถามตอบปัญหาต่าง ๆ วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหลวงพ่อทบ หลักพิจารณาพระเครื่องและวัตถุมงคล ร้านค้าและห้องโชว์พระ ใครสนใจสมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ล่าสุดเว็บไซต์เรามีกิจกรรมดี ๆ คือ จัดทอดกฐินตามวัดที่หลวงพ่อทบเคยไปสร้างโบสถ์ไว้ ๑๙ วัด” แดร็กกล่าว.


มหายันต์๑๐๘
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 03, 2013, 07:35:56 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #139 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2013, 11:51:29 AM »


11-8-56 จับเข่าคุย ออย-สิทธิเดช พรพฤฒิพันธุ์ สะสม หลวงพ่อทบ ครบทุกรุ่นทุกพิมพ์

 

ก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่องในฐานะนักสะสมด้วยใจรักและศรัทธา วันนี้ชื่อเสียงของ สิทธิเดช พรพฤฒิพันธุ์ หรือ ออย เพชรบูรณ์ เป็นที่รู้จักคุ้นเคยของเพื่อนพ้องและพี่ ๆ เซียนพระในสาย พระครูวิชิตพัชราจารย์ (หลวงพ่อทบ ธัมมฺปัญโญ) วัดพระพุทธบาทชนแดน (เขาน้อย) สุดยอดพระเกจิเมืองมะขามหวาน เพชรบูรณ์ เป็นอย่างดี

สิทธิเดช หรือ ออย ปัจจุบันอายุแค่ ๒๕ ปี เป็นบุตรชายของ วินัย พรพฤฒิพันธุ์ นักการเมืองชื่อดังของ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการโรงโม่หิน ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและกิจการปั๊มน้ำมันหลายแห่ง โดยมีพี่ชายคือ อภิวุฒิ พรพฤฒิพันธุ์ นั่งเก้าอี้รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพชรบูรณ์ และพี่สาว พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) เพชรบูรณ์ ทุ่มเททำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างมุ่งมั่นและจริงใจ

“ผมศรัทธาหลวงพ่อทบมาก มีประสบการณ์เกิดขึ้นกับพี่ชายของผมเอง วันหนึ่งพี่ชายขับรถตามขบวนรัฐมนตรี ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ความเร็วประมาณ ๑๓๐-๑๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลางทางมีรถโผล่ตัดหน้าเบรกกะทันหัน เสียหลักพลิกคว่ำตกคูน้ำข้างถนนพังยับทั้งคัน มหัศจรรย์มาก พี่ชายผมไม่เป็นอะไรเลย บาดแผลสักนิดก็ไม่มี มีแค่รอยฟกช้ำนิดหน่อย ผมไปดูทีแรกยังตกใจเลย ใครเห็นก็ต้องคิดว่าไม่รอดแน่แล้ว ในตัวสวมแหวนเพชรกลับหลวงพ่อทบ พ.ศ. ๒๕๐๕ ครึ่งองค์แค่วงเดียว” สิทธิเดช หรือ ออย เปิดฉากสนทนา

พร้อมเล่าต่อว่า “พอดีที่บ้านก็มีภาพเก่า ๆ ของหลวงพ่อทบอยู่เยอะพอสมควร เพราะสมัยก่อนคุณตา คุณยาย เป็นลูกศิษย์ของท่าน เคยนิมนต์มาที่บ้านบ่อย ๆ ผมเห็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ยิ่งพี่ชายมีประสบการณ์แบบนี้ ผมก็เลยศรัทธาเช่าบูชาพระเครื่อง วัตถุมงคลของท่านครบทุกรุ่นทุกพิมพ์เลย ทุกวันนี้ที่ผมบูชาติดตัว ก็มี รูปหล่อหลวงพ่อทบ พิมพ์หัวไม้ขีด หัวแหวนครึ่งองค์ พ.ศ. ๒๕๐๕ เหรียญรุ่นสุดท้ายกนกข้าง พ.ศ. ๒๕๑๙ และเหรียญแอปเปิ้ล”

“พระเครื่องหลวงพ่อทบ ศึกษาไม่ยาก หากสนใจจริงจัง ที่สำคัญถ้าจะเล่นพระ ควรมีที่ปรึกษาเป็นคนดี ซื่อสัตย์และจริงใจ เพื่อจะได้เล่นพระถูกทาง เป็นมาตรฐานและเราก็จะสบายใจด้วย” สิทธิเดช หรือ ออย กล่าวทิ้งท้าย.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #140 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2013, 06:25:22 PM »

17-8-56 บุกคุยเซียนดัง นันต์ ท่าพระจันทร์ กูรูพระหลัก-พระยอดนิยมทุกสำนัก

 

โลดโผนในวงการพระเครื่องมายาวนาน ชื่อเสียงเป็นที่คุ้นเคยของเพื่อนพ้องน้องพี่ วันนี้ โชติอนันต์  เจี่ยโชติกุล หรือ นันต์ ท่าพระจันทร์ ผงาดขึ้นชั้นเบอร์ใหญ่ในวงการ เชี่ยวชาญพระหลักและพระยอดนิยมทุกประเภท

นันต์ ท่าพระจันทร์ ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาว อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี วัยเด็กมักคุ้นเคยกับหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ เพราะคุณพ่อให้แขวนเหรียญหลวงพ่อมุ่ยติดตัวเป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พอเติบใหญ่ชีวิตพลิกผันเดินทางไปทำงานในกรุงเทพฯ กับพี่ชาย ซึ่งเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่แถวบางโพ นันต์ทำงานเป็นช่างเย็บเสื้อผ้าอยู่หลายปี ยามว่างก็หาหนังสือพระมาอ่านมาศึกษา ทำให้รู้จักประวัติพระเกจิต่าง ๆ มากขึ้นทุกที

“ประมาณ พ.ศ.๒๕๑๗ นิตยสารลานโพธิ์ จัดทัวร์ทำบุญไหว้พระทางภาคอีสาน ผมตัดสินใจตามคณะทัวร์ไปทำบุญด้วย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไปกราบนมัสการ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ที่วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร และได้รับแจกเหรียญจากมือท่านเลย รู้สึกดีใจมาก จากนั้นก็ไปกราบนมัสการพระอาจารย์วัน ที่วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม และพระเกจิคณาจารย์อีกหลายรูป ประทับใจที่ได้เห็นวัดป่า และปฏิปทาของพระป่า พอกลับจากทัวร์ทำบุญแล้ว มีเวลาว่างก็ไปหาเช่าบูชาเหรียญพระอาจารย์เก็บเอาไว้หลายรูป” นันต์ เปิดฉากสนทนา

แล้วเล่าต่อว่า ในปี พ.ศ.๒๕๒๓ ได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เก็บเงินได้ก้อนหนึ่งก็กลับเมืองไทย ทำงานเป็นช่างแอร์ และขับรถส่งของ ว่างก็เข้าสนามพระท่าพระจันทร์ จนคุ้นเคยกับ เฮียตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์ ผู้ใหญ่ใจดี ได้แนะเคล็ดลับการศึกษาพระเครื่อง ทำให้ตนได้พระดีและพระแท้บ่อย ๆ ตนเช่าพระเครื่องหลายปีจนมีเยอะ ประกอบกับเห็นว่าการเล่นพระน่าสนใจ งานไม่หนักและมีเพื่อนเยอะ จึงตัดสินใจเข้าวงการพระเต็มตัว เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙ ได้เช่าแผงพระที่สนามพระท่าพระจันทร์ริมน้ำเจ้าพระยา

“ผมมั่นใจว่ายึดอาชีพนี้แล้วจะเอาตัวรอดได้ เพราะผมคลุกคลีในสนามพระท่าพระจันทร์มานาน รู้จักเซียนพระรุ่นใหญ่รุ่นพี่หลายท่าน ได้พระดี ๆ จากเฮียตี๋เหล้า และเฮียยังสอนให้ดูพระหลาย ๆ อย่าง มีโอกาสศึกษาจากพระแท้องค์จริง ข้อสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จจะต้องซื่อสัตย์สุจริต และจริงใจ คนที่ตั้งใจเล่นพระไม่ดี มักจะไม่เจริญก้าวหน้า พอความจริงปรากฏก็จบชีวิตบนเส้นทางสายพระเครื่อง เนื่องจากใคร ๆ ก็หมดความเชื่อถือ”

“สำหรับประสบการณ์พระเครื่องกับตัวเอง ตั้งแต่แขวนพระ ไม่ค่อยเจอปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ ทำมาค้าขายดี กิจการรุ่งเรือง พระเครื่องที่บูชาติดตัวบ่อย ๆ ก็คือ รูปหล่อหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ รุ่นแจกแม่ครัว และเหรียญหล่อหลวงปู่ศุข วัดคลองขอมครับ” นันต์ ท่าพระจันทร์ กล่าวทิ้งท้าย.


มหายันต์๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #141 เมื่อ: กันยายน 02, 2013, 08:35:54 AM »

1 กันยายน 2556

เซียนใหญ่ ‘สมาน คลองสาม’ กูรูพระเบญจภาคี-พระยอดนิยม

       

ภาพ2 นางพญากรุโรงทอ
ภาพ3 พระยอดธงเนื้อทองคำ
ภาพ4 พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย
ภาพ5 พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่
ภาพ6 พระอู่ทองกรุวังพาน

ยืนหยัดอยู่ในแวดวงพระเครื่องมายาวนานหลายสิบปี วันนี้ สมาน บุญเพ็ญ หรือ สมาน คลองสาม หรือ เฮียหมาน เซียนใหญ่ของวงการก้าวหน้าไปอีกขั้น ในฐานะ “ผู้เชี่ยวชาญ” หรือ “กูรู” ประจำรายการ “ตามเซียนส่องพระ” ทางเคเบิลทีวี ถาม-ตอบปัญหา คลายข้อสงสัยให้แฟน ๆ และผู้ชมทางบ้านเป็นประจำ

“ถ้าคุณคิดจะเล่นพระจงฟังหูไว้หู เชื่อในสิ่งที่เห็น อย่าเชื่อในสิ่งที่เล่าหรือนิยาย พระเครื่องเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต อุดมไปด้วยพุทธศิลป์และเป็นทรัพย์สินสำคัญอย่างหนึ่งที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น คุณทวดให้คุณตาคุณยายมา ก็ให้ลูกหลานเอาไว้บูชา บางรุ่น บางประเภทมีราคาและค่านิยมสูงมาก ตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน และหลายล้าน ๆ บาท” เฮียหมาน เปิดฉากสนทนาพร้อมรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี

และเล่าต่อว่า “ในสังคมเรายังมีคนอีกจำนวนมากดูพระไม่เป็นและไม่ได้ศึกษา พอได้รับมรดกมา คนศรัทธาก็เก็บไว้บูชากัน คนไม่ชอบมักจะเอามาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบ้าง สิ่งของต่าง ๆ บ้าง ประเภทนี้มีทั้งพระแท้และไม่แท้ โดยเฉพาะพระทำเลียนแบบนี้มีมานานแล้ว หลายสิบปี จนผู้ครอบครองเองยังไม่รู้เลยว่า พระของตัวเองนั้นเก๊ หลายคนเอามาให้ผมดู พอรู้ว่าเก๊ก็เครียด ก็รับไม่ได้ แต่นั่นคือข้อเท็จจริง ผมไม่ได้โกหก อ้างอิงในเชิงวิทยาศาสตร์ มันพิสูจน์ได้ การสร้างพระทุกรุ่นทุกแบบต้องใช้แม่พิมพ์ อายุมาก ๆ ก็ต้องเก่า หลักพิจารณาให้ยึดพิมพ์ทรง เนื้อหามวลสาร ความเก่าไว้ก่อน หากผิดเพี้ยนจากนี้ หมายถึงเก๊หรือไม่ก็เป็นพระสร้างใหม่ในยุคหลังนั่นเอง”

“อย่างเช่น พระสมเด็จ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าทำไมจึงเรียกพระสมเด็จ ตามประวัติผู้สร้างยุคต้น ๆ คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม ท่านทำแจกญาติโยมในสมัยก่อน พอมีคนถามว่าพระใคร ก็มักจะตอบสั้น ๆ ว่า พระสมเด็จ กลายเป็นคำพูดติดปาก พระแบบนี้ ลักษณะเป็นพระพุทธปางสมาธินั่งอยู่บนฐาน ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๗ ชั้น ๘ ชั้น ๙ ชั้น เป็นสี่เหลี่ยมชิ้นฟักก็จะเรียก พระสมเด็จ กันจนถึงปัจจุบันนี้”

ก่อนลากัน เฮียหมาน ฝากข้อคิดดี ๆ ไว้ว่า “พระคือพระ จะใหม่หรือเก่าก็เป็นพระ ล้วนมีคุณค่าต่อจิตใจของชาวพุทธ เป็นตัวแทนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คล้องแล้วเป็นสิ่งย้ำเตือนเราให้ยึดมั่นในสิ่งดี ๆ หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพระเครื่อง แวะมาให้ดูได้ที่ ร้านสมาน คลองสาม ชั้น ๓ ห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ หยุดวันจันทร์ ๑ วัน ดูฟรีทุกประเภททั้งพระกรุพระเก่า พระเบญจภาคี พระสมเด็จวัดระฆัง นางพญา พระผงสุพรรณ พระรอด พระกำแพง พระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อชิน พระกริ่ง พระหล่อ พระเหรียญ พระยอดนิยม และยังแนะนำวิธีศึกษาเบื้องต้นให้เป็นวิทยาทานอีกด้วย”.


มหายันต์๑๐๘
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 02, 2013, 08:38:04 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #142 เมื่อ: กันยายน 08, 2013, 02:49:22 PM »


8 กันยายน 2556

เยี่ยมคลังพระ ผู้กำกับอ๋อย-พ.ต.อ.ฐานุพงศ์ ศรัทธาสมเด็จวัดระฆัง-บางขุนพรหม-เกจิดัง

 

ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน ปราบปรามเหล่าร้ายและมิจฉาชีพเป็นที่ครั่นคร้ามทุกท้องที่ วันนี้ พ.ต.อ.ฐานุพงศ์ พรหมสวัสดิ์กุล หรือ ผู้กำกับอ๋อย อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางบ่อ จ.สมุทรปราการ พลิกผันตัวเองเป็นนักสะสมพระและศึกษาพระเครื่องจริงจัง จนเชี่ยวชาญและชำนาญพระหลักยอดนิยมทุกประเภท โดยเฉพาะพระเบญจภาคี พระเหรียญมีเก็บเอาไว้ล้วนสภาพสวยแชมป์ทั้งสิ้น

พ.ต.อ.ฐานุพงศ์ หรือ ผู้กำกับอ๋อย เกิดและเติบโตที่กรุงเทพฯ จบมัธยมศึกษาโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร สอบเข้าศึกษาต่อหลักสูตรนักเรียนนายร้อยตำรวจ (พิเศษ) หรือ นรต.(พ) ๙ บรรจุรับราชการตำรวจครั้งแรกที่สถานีตำรวจภูธรดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เคยดวลเดือดกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในยุคนั้นหลายครั้ง แต่แคล้วคลาดปลอดภัยอย่างเหลือเชื่อ

จากนั้นย้ายมาอยู่สถานีตำรวจภูธรเมืองระนอง สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง สถานีตำรวจภูธรบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา สถานีตำรวจภูธรหันคา จ.ชัยนาท สถานีตำรวจภูธรคลองห้า จ.ปทุมธานี เป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และไปเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางบ่อ จ.สมุทรปราการ จนเกษียณอายุราชการ

“ชีวิตผมผูกพันกับตำรวจ เพราะคุณพ่อรับราชการเป็นตำรวจ ย้ายไปอยู่หลายโรงพัก พอเข้ารับราชการตามรอยคุณพ่อ ก็เริ่มสนใจพระเครื่องและวัตถุมงคลตั้งแต่หนุ่ม ๆ ใครเอามาให้เช่าบูชา ถ้าเป็นพระแท้เช่าไว้หมด บางทีก็มีคนคุ้นเคยและเพื่อนฝูงให้มาบ้าง ทำให้มีพระเครื่องค่อนข้างเยอะและหลากหลาย บางรุ่นมีหลายองค์ก็ให้ผู้ใหญ่หรือพรรคพวกไปบูชา” ผู้กำกับอ๋อย เปิดฉากสนทนา

พร้อมเล่าด้วยว่า “สมัยก่อนพระไม่แพง พอมีกำลังซื้อหาได้ เดี๋ยวนี้บางรุ่นเอื้อมไม่ถึงแล้ว ฟังแล้วยังตกใจเลย ที่สะสมเอาไว้ตอนนี้ ก็มีพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซม พระสมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่กรุเก่า เหรียญหล่อหลวงพ่อจั่น วัดบางมอญ เหรียญหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก รุ่นแรก เหรียญหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม พิมพ์ขอเบ็ด พ.ศ. ๒๔๖๙ เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พ.ศ. ๒๔๖๖ รูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ พิมพ์บี พ.ศ. ๒๔๘๒ หลวงพ่อทวด ว. รูปเหมือนปั๊มก้นระฆัง หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค พระสมเด็จเนื้อทองระฆังหลังเรียบ-หลังยันต์สิบ เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อโอภาสี บางมด พ.ศ. ๒๔๙๕ พระปิดตาหลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ปั้น หลวงพ่อปานขี่ครุฑ เสืองาแกะอาจารย์เฮง วัดเขาดิน ตะกรุดหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (บางเหี้ย) ตะกรุดหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง เป็นต้น”

ก่อนอำลากันฝากข้อคิดดี ๆ ว่า “คนชอบพระควรหมั่นศึกษาจากผู้รู้จริง คบคนดี เชื่อถือได้ ควรจำไว้พระแท้หายากและมีน้อย มูลค่าเปลี่ยนมือก็ต้องแพง ของถูกของฟรีไม่มีในโลก”.


มหายันต์ ๑๐๘
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #143 เมื่อ: กันยายน 21, 2013, 09:54:08 AM »


21-9-56 เฮียหมา-วรสรรค สุนทรกิจพาณิชย์ สายตรงหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา

 

ในแวดวงนักนิยมพระรุ่นใหญ่ เอ่ยชื่อ วรสรรค สุนทรกิจพาณิชย์ หรือ เฮียหมา รับรองว่าเพื่อนพ้องน้องพี่ล้วนคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสาย พระครูสิทธิสารคุณ หรือ หลวงพ่อจาด คงคสโร อดีตพระเกจิวัดบางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หนึ่งในทำเนียบ ๔ เกจิดังยุคอินโดจีน “จาด จง คง อี๋” มีสะสมไว้เกือบทุกรุ่นทุกพิมพ์ คัดแต่สภาพสวยแชมป์ทั้งสิ้น

เฮียหมา เป็นชาว อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี โดยกำเนิด เติบใหญ่ก็ทำธุรกิจหลายประเภท ทำการค้าเกือบทุกชนิด ได้กำไรบ้าง เสมอตัวบ้าง ขาดทุนบ้าง สุดท้ายมาเปิดห้างหุ้นส่วนจำกัด บ้านสร้าง มอเตอร์ไบค์ จำหน่ายรถจักรยานยนต์และรถยนต์มือสองที่สี่แยกบ้านสร้าง-วังกุ้ง กิจการไปได้สวย มีเงินหมุนเวียนทุกวัน ยามว่างก็ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบคือ เลี้ยงนกเขา ถึงขั้นเชี่ยวชาญและศึกษาเรื่องพระเครื่อง วัตถุมงคลต่าง ๆ

“นกเขาช่วงหลัง ๆ ผมไม่ได้เลี้ยงแล้ว ดูแลลำบาก ไม่ค่อยมีเวลา จึงสะสมพระเครื่องเพียงอย่างเดียว จะเน้น หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา เช่าไว้เยอะมาก แพงไม่เกี่ยงขอให้สภาพสวยและแท้เป็นใช้ได้ มีเกือบทุกรุ่นเลย เช่าองค์แรกเป็นรูปหล่อโบราณรุ่นแรกหลวงพ่อจาด ก้นตอก สวัสดิ์ ผ่องสกุล จากนั้นเช่ามาเรื่อย ๆ อาทิ เหรียญหลวงพ่อทอง วัดหลวงปรีชากุล หลวงพ่อจาด พ.ศ. ๒๔๗๙ เหรียญหลวงพ่อจาดรุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๘๔ เหรียญเงินลงยารุ่น ๒ พ.ศ.๒๔๘๕ พระกริ่งหลวงพ่อจาด ออกวัดบางหอย พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พ.ศ.๒๔๘๕ เหรียญกลมหลวงพ่อจาด พ.ศ.๒๔๙๒ เหรียญหลวงพ่อจาดหลังยันต์ใบพัด พ.ศ. ๒๔๙๒ เหรียญใบโพธิ์กรรมการ พ.ศ. ๒๔๙๕ เหรียญสี่เหลี่ยม พ.ศ. ๒๔๘๕ ที่ปลื้มมาก ๆ คือ พระสมเด็จงาแกะหลวงพ่อจาดยุคแรก รับจากมือหลวงพ่อ ไม่เคยเจอที่ไหนอีกเลย” เฮียหมาเล่า

พร้อมกล่าวต่อว่า “ผมสะสมหลวงพ่อจาดได้พอสมควร ก็หันไปสะสมพระเครื่องหลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน และพระเกจิท่านอื่น ๆ อีกหลายรูป อย่างเช่น พระปิดตาพิมพ์ปลาปักเป้า หลวงพ่อดำ วัดกุฎี อดีตพระเกจิยุคเก่ากว่า ๑๐๐ ปีก่อน เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ดูไม่เป็น ก็กลัวท่านจะถูกลืม ผมโชคดีมี ๑ องค์ นอกจากนี้ยังมีพระสมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์สังฆาฏิ พระนาคปรกเจ้าคุณนรรัตน์ฯ พระนาคปรกใบมะขาม หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นต้น ซึ่งพระเครื่องส่วนใหญ่ฝากไว้ที่ธนาคาร นาน ๆ จะเอาออกมาส่องสักครั้ง ดูแล้วมีความสุข เป็นสิ่งเตือนใจให้เราทำแต่ความดีและเป็นกำลังใจในการประกอบอาชีพอีกด้วย”.


มหายันต์ ๑๐๘
-----------
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: