หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระเครื่อง? ในคอ คนดัง  (อ่าน 327455 ครั้ง)
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2010, 04:41:50 PM »


ดูพระ  เจ๋ง
http://www.nightsiam.com/forum/index.php?topic=3666.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2010, 04:42:13 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 04:09:36 PM »

คนดัง"เสี่ยเหลียง คลังพลาซ่า"เปิดรังโชว์

         

ในยุทธจักรนักนิยมพระเครื่องประเภท   “เงินถัง-ใจถึง” โดยเฉพาะภาคอีสาน น้อยคนที่จะไม่คุ้นเคยชื่อ “เสี่ยเหลียง คลังพลาซ่า” หรือ ไพรัตน์ มานะศิลป์ นักธุรกิจหนุ่มใหญ่แห่งเมืองย่าโมโคราช จ.นครราชสีมา เป็นแน่แท้
    
ชื่อเสียงของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ผู้นี้ขึ้นแท่น ติดอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยในฐานะ “นักซื้อ มือทอง” คนหนึ่ง ด้วยกำลังทรัพย์ที่เหลือเฟือ หากเจอ “พระสวย-พระแท้” ถูกใจ ไม่ว่าจะแพงลิบลิ่ว  แค่ไหน เขาจะ ควักกระเป๋าเช่าบูชาทันที วันนี้รังของเขาจึงแน่นขนัดไปด้วยพระหลัก พระยอดนิยม เหรียญคณา จารย์ พระผง พระพิมพ์ พระกริ่ง พระรูปหล่อ ไม่เว้นพระ   พุทธรูปบูชาขนาดต่าง ๆ มากมาย
    
เสี่ยเหลียง หรือ ไพรัตน์ มานะศิลป์ เป็นบุตรคนโตของ ไพศาล มานะศิลป์ นักธุรกิจใหญ่ ผู้บุกเบิกธุรกิจห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่แห่งแรกของเมืองโคราชกว่า ๔๐ ปีมาแล้ว นั่นคือ   “ห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่า” ปัจจุบันขยายกิจการใหญ่โตถึง ๓ สาขา หลังจากคุณพ่อเสียชีวิต ในฐานะทายาท เสี่ยเหลียงจึงต้องมานั่งเก้าอี้ผู้บริหารเต็มตัวช่วยครอบครัวดูแลกิจการ
    
“ผมเริ่มสะสมพระเครื่องตั้งแต่จำความได้อายุสัก ๕ ขวบ ตอนนั้นชอบเหรียญคณาจารย์ ต่าง ๆ เก็บไว้เป็นคอลเลกชั่นเหมือนแสตมป์ สมัยก่อนเซลส์เดินสายมาเสนอขายสินค้าให้กับคุณพ่อเยอะมาก ๆ ก็จะขอพระจากพวกพี่ ๆ เขาก็เต็มใจให้เรา จนมีการเล่าลือปากต่อปากว่าลูกชายนายห้างคลังชอบพระ ก็พากันหาพระ ขนพระ มาฝากกันยกใหญ่ ผมก็เลยสะสมเพลินไปเลย เป็นพัน ๆ เหรียญเลยนะ เป็นเหรียญคณาจารย์ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย” เสี่ยเหลียง ย้อนรำลึกความหลังครั้งวัยเยาว์
    
เส้นทางชีวิต เสี่ยเหลียง นั้นไม่ธรรมดา เคยเล่นการเมืองท้องถิ่นระยะหนึ่ง เกิดเบื่อหน่ายจึงหันมาสนใจพระเครื่องจริงจัง เริ่มศึกษาและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเสียงจริง เช่น อ้า สุพรรณ, กวง ท่าพระจันทร์ และ กุ่ย โคราช คอยชี้แนะและถ่ายทอดความรู้การดูพระทุกเนื้อทุกประเภท ประกอบกับห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่ามีศูนย์พระเครื่องและมักมีการจัดประกวดพระสวย-พระแท้อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เสี่ยเหลียง   ได้เห็นพระทุกประเภทกับตาตัวเองและยังหมั่น  แสวงหาความรู้จากตำรา หนังสือพระเครื่องมาตรฐานทุกเล่ม
   
เสี่ยเหลียง ยึดคติส่วนตัวที่ว่า “การดูพระไม่สามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมด” เป็นส่วนสำคัญที่ต้องหมั่นฝึกฝนตลอดเวลา
    
  เมื่อถามถึงพระเครื่องในดวงใจ เสี่ยเหลียงขนพระที่สะสมออกมาให้ชมจุใจ ทุกองค์สวยแชมป์แถมมีใบประกาศนียบัตรชนะเลิศกวาดรางวัลมาทุกองค์ ล้วนสุดยอด อาทิ สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม,  รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยม, พระวัดพลับ พิมพ์พุงป่องใหญ่, พระเพชรหลีก เจ้าคุณทักษิณคณิศร (หลวงพ่อสาย) วัดใต้ พระนางกำแพง พิมพ์กลีบบัว และขาดไม่ได้ในฐานะลูกหลานย่าโมโคราช คือ เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นแรก ปี ๒๕๑๒ วัด  แจ้งนอก เหรียญหลวงพ่อคูณ เนื้อนวโลหะ   ปี ๒๕๑๗ และ เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี ๒๕๑๙ และยังมีอีกหลายร้อยองค์ ส่งประกวดเมื่อไหร่รับรองมีแต่เสียงอุทาน “โอ้โห” แต่ขอโทษที เสี่ยพันล้านรายนี้มีแต่ซื้อเก็บ  เข้ารัง
    
ก่อนอำลา เสี่ยเหลียงฝากข้อคิดถึงนักนิยมพระ โดยเฉพาะประเภทเงินถุง-เงินถังด้วยว่า “ถ้าคุณชอบพระ แต่ไม่มีความรู้ ไม่มีความชำนาญ ไม่มีคนรู้จริงชี้แนะ อย่าเสี่ยงหรือคิดจะเล่นพระ รับรองลงเหว สมัยนี้พระเก๊ฝีมือเฉียบเยอะ ยิ่งพระเครื่องยอดนิยมและราคาแพง ก็ยิ่งต้องมีความชำนาญพิจารณา อาศัยประสบการณ์ ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์เข้ามาประกอบการตัดสินใจ ก็จะทำให้คุณได้พระแท้เป็นรางวัลชีวิต”.

daily
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 16, 2010, 04:20:21 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2010, 12:02:43 PM »

แอ่วเหนือคุย"ประวิทย์ บุญมี" โชว์ของดีคู่กาย



ประวิทย์ บุญมี ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร สำนักงานประสานงานโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย หนุ่มใหญ่วัย ๕๐ ต้น ๆ ผู้นี้ เขาคือผู้รอบรู้เกี่ยวกับการจัดสวนและตกแต่งสถานที่ จนได้รับสมญา “นักจัดสวนมือทอง” เจ้าของผลงานรางวัลระดับโลกและรางวัลสุดยอดอื่น ๆ มากมาย  
    
เมื่อปี ๒๕๓๘ เขาได้รับมอบหมายให้ออกแบบการประดับตกแต่งภูมิทัศน์ทางสถา ปัตยกรรมบริเวณรอบพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
    
และในปี ๒๕๕๑ ชื่อของ ประวิทย์ บุญมี เป็นที่รู้จักของสาธารณชน ในฐานะผู้รับผิดชอบงานประดับตกแต่งภูมิทัศน์ทางสถาปัตย กรรมบริเวณโดยรอบพระเมรุ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร  
    
กว่าจะเป็นประวิทย์ ในวันนี้เขาต้องผ่านร้อนผ่านหนาวไม่น้อย ในฐานะลูกชาวนาต้องฝ่าฟันความยากลำบากมาตั้งแต่วัยเยาว์ ฐานะทางบ้านไม่ดีนัก แต่ด้วยความอุตสาหะอดทนและใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนจากสาขาพืชสวนประดับ มหาวิทยาลัยเกษตรแม่โจ้ รุ่น ๔๖ เต็มที่ ทำให้สามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างภูมิใจ
   
อุปนิสัยส่วนตัว ประวิทย์ ค่อนข้างเงียบขรึม พูดน้อย ชอบใช้ความคิดมากกว่าชอบคุยและทุกอย่างต้องชัดเจน นับเป็นโอกาสดีที่เขายอมเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กาย
    
“ผมคล้องพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์  เป็นมรดกที่คุณพ่อได้รับจากคุณปู่และผมรับต่อจากคุณพ่ออีกทอดหนึ่ง ส่วนตัวผมดูไม่เป็นว่าพระอะไร เพราะสึกหมด คนยุคเก่ามีความเชื่อว่า หากเลี่ยมกรอบปิดหมด พระจะออกมาช่วยไม่ได้ จึงนิยมเลี่ยมเปิดหน้าเอาไว้ ทำให้เนื้อหาหน้าตาสึกเกือบหมด พอได้มาสมัยเรียนหนังสือที่แม่โจ้อยากรู้ว่าพระอะไร เอาไปให้เซียนพระที่เชียงใหม่ดู ไม่มีใครตอบได้สักคน แต่เรารู้สึกว่าเป็นของดี เป็นพระมรดกตกทอดจากปู่สู่คุณพ่อจนมาถึงผม จึงคล้องติดตัวมาตั้งแต่อายุ ๒๐ กว่า ๆ จนทุกวันนี้”
    
เคยเจอเหตุการณ์ครั้งแรก อายุประมาณ ๒๐ กว่า ๆ ขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไปเที่ยวแม่   สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ถึงทางโค้งเกิดหน้ามืด รถเสียหลักล้มไถลไปชนกับเสาหลักทางโค้ง ข้างล่างเป็นเหวลึก โชคดีไม่เป็นอะไรมาก แค่ผิวถลอกบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เลยเชื่อว่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์และสิ่งปาฏิหาริย์จากการแขวนพระสมเด็จ ท่านคงช่วยไว้ ซึ่งปาฏิหาริย์ทำนองนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง ตอนนั้นขับรถขึ้นลง-กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๒-๓ เที่ยว ในเวลา ๒ วัน ไม่พักผ่อน ระหว่างรถวิ่งบนถนนสายอำเภอแม่พริก จ.ลำปาง เกิดหลับใน เกือบชนกับรถพ่วงที่ขนปูนซีเมนต์มาเต็มคัน เหมือนมีคนมากระตุกพวงมาลัยให้รถหักหลบพ้นเหตุร้ายไปอย่างเหลือเชื่อ
    
“ครั้งที่สามขับรถตกร่องน้ำช่วงทางโค้งปราบเซียนที่อำเภอแม่จัน จ.เชียงราย เพราะผมหลับในและขับรถเร็ว รถพังเละ เลย เพื่อนที่นั่งไปด้วยกันบาดแผลเย็บแผลที่หน้าถึง ๕๓ เข็ม”
    
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสามครั้ง แต่รอดได้ราวกับปาฏิหาริย์ ทำให้คิดว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง และครั้งที่สามตอนนั้นคล้องหลวงปู่ทวดพิมพ์พิเศษจัมโบ้ ซึ่งมีคนที่ไปจัดสวนให้ที่บ้าน มอบให้ตอบแทนน้ำใจ เป็นรุ่นสร้างที่วัดห้วยมงคล ที่อยากได้มานานคือ เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน (บางเหี้ย) จ.สมุทรปราการ แต่หาไม่ได้ จู่ ๆ มีพรรคพวกมาหาและยกให้ฟรี ๆ บอกว่า เอาไปแขวนกับปลัดขิกหลวงพ่ออี๋แล้วไม่ค่อยสบาย ให้คุณดีกว่า หลังจากนั้นอีก ๓ วัน ก็มีคนรู้จักให้ปลายเขี้ยวเสือหลวงพ่อปานมาอีก เลยมีเสือตัวเล็กกับตัวใหญ่คู่กัน
    
นอกเหนือจากพระและเครื่องรางแล้ว ประวิทย์ บอกว่ายังมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอีกอย่างคือ รูปหล่อโลหะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขนาดนิ้วกว่า ๆ สร้างที่เมืองงาย จ.เชียงใหม่ อยาก ได้เลยเช่ามาพกติดตัว ภายหลังก็ได้รูปหล่อชุดทองคำและเงินมาเพิ่มอีกครบทั้ง ๓ แบบ
    
“ผมไม่ไช่คนเล่นพระ แต่ชอบสะสม ในแง่ศิลปะ มันเป็นความสุขใจอย่างหนึ่ง ยามว่างนั่งพิจารณาดูและลองคิดเล่น ๆ ว่า ทำไมถึงต้องสร้างพระรูปแบบนั้น แบบนี้ มวลสารแบบนี้เป็นอย่างไร ความเก่า ความเด่น ความน่าศึกษา ทุกชิ้นล้วนมีประวัติน่าสนใจ ช่วยให้เรามีความสุขุมรอบคอบมากขึ้น และยังมองสิ่งอื่น ๆ ได้ลึกซึ้งกว่าเดิม ทุกวันนี้ผมพกติดตัวตลอดนะ เวลาที่เราทำงาน เวลาเดินทางไปไหนมาไหน ช่วยให้มั่นใจ มีกำลังใจ อย่างรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวร ทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม เพื่อแผ่นดิน แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยอะไรก็ตาม ถ้าทำได้ จะไม่รีรอ เพราะถือเป็นการตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินนี้”.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 23, 2010, 12:03:20 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 10:25:39 AM »


เครื่องรางของขลัง ของผู้บังคับหมู่เรือหลวงสิมิลัน หลวงปู่ทวด, พระไพรีพินาศ,พระรอด, ดินจากยอดเขาแหลมปู่เจ้ากรมหลวงชุมพร,
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2010, 12:11:43 PM »


สนทนาเซียนใหญ่ 'ยี่ บางแค' คนดัง

       

หลงเสน่ห์ 'พระเบญจภาคี-พระยอดนิยม'    

ย้อนกลับไปนานกว่า ๒๐ ปีแล้ว ที่หนุ่มใหญ่นาม สมศักดิ์ คงวุฒิปัญญา หรือ ยี่ บางแค คร่ำหวอดและวนเวียนอยู่ในวงการคนนิยมพระเครื่อง ด้วยสายตาอันเฉียบคม รู้ลึก รู้จริง เป็นแรงผลักดันให้เขาก้าวสู่ทำเนียบ “เซียนใหญ่” ชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของเมืองไทย
   
ปัจจุบันเขาเปิดรับเช่า-ให้เช่า พระเครื่อง พระบูชา พระเบญจภาคี พระสมเด็จจิตรลดา พระกริ่ง พระรูปหล่อ และเหรียญคณาจารย์ต่าง ๆ ที่แผง ๑๙ ตลาดพระเครื่องท่าพระจันทร์ และชั้น ๒ โรงแรมมณเฑียรพลาซ่า
   
เฮียยี่ บางแค เปิดฉากสนทนาด้วยรอยยิ้ม “ผมเข้าวงการพระ เพราะคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนย่านบางแคตั้งแต่เกิด เป็นพี่ชายของกำนันมานะ คงวุฒิปัญญา แถว ๆ บ้านมีการซื้อขายพระกันอยู่แล้ว ว่าง ๆ ก็จะแวะเวียนไปศึกษาหาความรู้ ทำให้ดูเป็นทุกประเภท ทั้งพระเนื้อดิน เนื้อชิน เนื้อผง ประกอบกับได้ความรู้หลากหลายเพิ่มเติมจากโกเนี้ยว เฮียเปี้ย ช่วยแนะนำ นับวันยิ่งรู้มากขึ้น แต่ส่วนตัวชอบ พระเบญจภาคี สมเด็จวัดระฆัง สมเด็จบางขุนพรหม ทุกครั้งที่มีการประกวดงานใหญ่ ๆ ผมจะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินพระเบญจภาคีของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยด้วยเสมอ”
   
“คิดว่าตัวเองมีความรู้พอสมควร ก็มาเปิดแผงรับเช่า-ให้เช่าพระเครื่องที่ตลาดท่าพระจันทร์ก่อนขยับขยายไปเปิดร้านพระเครื่องอีกแห่งหนึ่งที่โรงแรมมณเฑียรพลาซ่า ก็ประมาณ ๑๕-๒๐ ปีมาแล้ว กลุ่มลูกค้ามีหลากหลาย ทุกระดับ” เฮียยี่ บางแค กล่าว
   
การเล่นพระ คุณจะต้องรู้จริง หมายถึง ต้องรู้กระบวนการผลิตการทำ ฝีมือของช่างที่ถ่ายทอดออกมา ศิลปะแบบนี้แบบนั้นอยู่ในยุคไหน จุดนี้สำคัญ เป็นพื้นฐานที่เซียนพระทุกคนต้องรู้ อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญที่แม่พิมพ์เป็นหลัก เนื้อหามวลสารมาทีหลัง อย่างพระสมเด็จวัดระฆัง และพระสมเด็จบางขุนพรหม แม่พิมพ์จะเป็นแบบตัดขอบด้านนอกทั้ง ๔ ด้าน ขณะที่สมเด็จอรหัง วัดมหาธาตุฯ สมเด็จวัดเฉลิมพระเกียรติ แม่พิมพ์เป็นแบบสำเร็จ ๓ ด้าน ตัดขอบด้านล่าง ส่วนพระเนื้อผงในยุค พ.ศ. ๒๔๙๗ ไล่ลงมา นิยมใช้แม่พิมพ์แบบตัดขอบสำเร็จในตัวทั้ง ๔ ด้าน และใช้เครื่องปั๊มทันสมัยมากขึ้น เช่น พระผงของขวัญวัดปากน้ำภาษีเจริญ พระผงหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นต้น
   
เฮียยี่ บางแค คนดังของเราในวันนี้ยังสะท้อนมุมมองอันเฉียบคมเกี่ยวกับวงการพระเครื่องเมืองไทยไว้อย่างน่าสนใจว่า “วงการพระยิ่งใหญ่ เดี๋ยวนี้คนทุกระดับหันมาให้ความสนใจเล่นพระกันเยอะ ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญ มันเป็นต้นทุนทางสังคม อยากฝากนักเล่นพระรุ่นใหม่ให้มีเหตุมีผล ชอบประเภทไหนก็ศึกษาให้รู้จริง สิ่งไหนไม่เข้าใจให้ถามผู้รู้ ควรจะมีแนวทางศึกษาชัดเจน เข้าใจศิลปะถ่องแท้ว่ายุคไหนสมัยไหน เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา เด็กรุ่นใหม่สมัยนี้เก่ง เรียนหนังสือสูง ๆ จบปริญญาตรี ปริญญาโท มีความรู้กันอยู่แล้ว หากเติมเสริมความรู้เรื่องพระเข้าไปอีกสักหน่อย รับรองไปได้สวย แม้แต่ประสบการณ์ ถ้ามีสนใจจริง ๆ ศึกษาจริงจังไม่เกิน   ๓-๕ ปี เก่งเทียบชั้นเซียนรุ่นพี่ได้อย่างสบายเลย”
   
“ส่วนตัวผมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ๆ ให้เล่นพระอยู่แล้ว อยากให้เซียนพระรุ่นพี่ช่วยกันสนับสนุนด้วย มันเสมือนเป็นแรงเชียร์และแรงผลักดันสำคัญให้รุ่นน้อง ๆ มีกำลังใจ เล่นพระกันด้วยความรู้จริงและขยันหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้วงการพระเครื่อง วัตถุมงคลแพร่หลายและอยู่เคียงคู่สังคมไทยตลอดไป”
   
ส่วนพระเครื่องที่อยู่ในครอบครองของ เฮียยี่นั้น เจ้าตัวบอกมีเยอะมาก ๆ  วันนี้ขอโชว์แค่ พระกริ่งปวเรศ วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. และรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมก็พอ ทั้ง ๒ องค์ เป็นพระหลัก-พระสวยที่วงการนิยมและหายากมากในปัจจุบัน.

หมู มหาเวทย์
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2010, 11:21:09 AM »


 

'นิว เมืองชล' เซียนหนุ่มไฟแรง

ชอบ 'พระปิดตา-พระเนื้อผงยอดนิยม'

คนหนุ่มสายเลือดใหม่ อัธยาศัยดี อีกคนในแวดวงคนนิยมพระเครื่องพระบูชาที่น่าจับตาไม่ด้อยไปกว่า “เซียนใหญ่” ชั้นแนวหน้า
    
วันนี้ชื่อของ บัณฑิต พงษ์นาค  สินธุ์ หรือ นิว เมืองชล กำลังหอมหวานและดังตามรุ่นพี่ ๆ ชนิดหายใจรดต้นคอและจองเก้าอี้อนาคต “เซียนใหญ่” ได้อีกคนอย่างสบาย
    
กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ นิว เมืองชล ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เขาอาศัยความขยันและหมั่นติวเข้มการ   “ดูพระ-ศึกษาพระ” เสมอต้นเสมอปลาย ทำให้มีสายตาเฉียบคม นับวันความเก่งยิ่งเพิ่มพูน โดยเฉพาะพระชุดเบญจภาคี พระเนื้อดิน เนื้อผง คำว่า  “พลาด” ไม่เคยมี จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เกือบทุกวันมี “ลูกค้า” หรือ “คนคุ้นเคย” ร่วมอาชีพ ยังแวะมาปรึกษาและให้ช่วยดูพระหลักแสนหลักล้านบ่อย ๆ
   

ทุกครั้งที่มีการประกวด “พระสวย-พระแท้” ที่สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยสนับสนุน จึงมีชื่อ นิว เมืองชล ร่วมเป็นกรรมการตัดสินพระชุดเนื้อผงยอดนิยมด้วยเสมอ
    
“ผมเป็นคนเมืองชลบุรี คุณพ่อคุณแม่รับราชการ เติบโตก็เข้ามาเรียน ปวช.-ปวส. ในกรุงเทพฯ  จบปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ พระนครเหนือ ผมสนใจพระเครื่องตั้งแต่เด็ก เพราะตามคุณพ่อเข้าสนามพระ ส่วนใหญ่เป็นที่ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่างามวงศ์วาน” เซียนหนุ่มเปิดอกคุย
    
ก่อนเล่าว่า “ช่วงเรียน ปวส. หุ้นกับเพื่อนเปิดตู้รับเช่า-ให้เช่าพระและวัตถุมงคลที่ชั้น ๓ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน ก่อนขยับขยายเปิดร้านจริงจัง ผมเล่นพระหลัก ๆ ประเภท เนื้อดิน เนื้อผง แต่ที่ชอบมากคือ พระปิดตา สายเมืองชลบุรี แต่ของแท้ ๆ หายาก เช่น พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลวงปู่ภู่ วัดนอก หลวงพ่อครีพ วัดสมถะ หลวงปู่เจียม วัดกำแพง หลวงพ่อโต วัดเนินสุทธาวาส (วัดเนิน) ส่วนชุดเบญจภาคีและพระเนื้อผงยอดนิยมก็มี พระสมเด็จวัดระฆัง พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พระสมเด็จเกศไชโย หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร เป็นต้น”
    
นิว แนะเคล็ดลับที่น่าสนใจว่า “การศึกษาพระเครื่อง ถ้าจะให้เก่ง ควรดูจากพระแท้ คุณต้องกล้าซื้อ กล้าตัดสินใจ จะทำให้คุณมั่นใจในตัวเอง หากมัวศึกษาแต่ทฤษฎีไม่มีวันเป็น มันต้องปฏิบัติด้วย ส่วนตัวผมคิดว่าควรจำเนื้อหา มวลสารให้ได้ก่อน เห็นพระแท้บ่อย ๆ ก็จะแม่นพิมพ์ทรงไปเอง”
    
มุมมองวงการพระในวันนี้ นิว บอกว่า “ดีกว่ายุคก่อน ๆ ผู้ใหญ่ในวงการสร้างมาตรฐานไว้ดี ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจเล่นพระมากขึ้น ยุคเก่าคนดูพระเก่ง ๆ มีน้อย สมัยนี้เป็นธุรกิจ วงการพระมีแต่เติบโต เศรษฐี คนมีเงิน   ก็เข้ามา คนเล่นพระดี ๆ มีเยอะ ทำให้นักนิยมพระกล้าซื้อกล้าเก็บพระ ซื้อไว้แล้วมีอนาคตสดใส ไม่ขาดทุน”
    
ใครมีปัญหาเรื่องพระปิดตา พระเนื้อผงยอดนิยม นิว เมืองชล ยินดีให้คำปรึกษาด้วยมิตรภาพและรอยยิ้ม ที่ชั้น ๓ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน.

นิว เมืองชล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2010, 11:48:10 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 11:28:39 AM »


'นิพนธ์ วิชัยรัตน์'ผช.ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ กับข้อคิด 'พระรุ่นไหนไม่สำคัญ ดี-ชั่วอยู่ที่ตัวเรา'



ในวงการผู้นิยมพระในปัจจุบัน นอกเหนือจากบรรดา “เซียนเล็ก-เซียนใหญ่” มากหน้าหลายตาแล้ว ก็ยังมีบุคคลทั่วไปไม่น้อยที่หันมาสนใจ “พระสวย-พระแท้” แม้ว่าจะไม่เก่งเหมือนเซียน แต่ส่วนใหญ่หมั่นศึกษาหาความรู้และนับวันยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น


เฉกเช่นบุคคลที่จะกล่าวถึงนี้ นับเป็นอีกผู้หนึ่งที่สนใจและศึกษาพระเครื่อง ปัจจุบันถือว่าเขามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักคุ้นเคยของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ในฐานะผู้มีส่วนร่วมดูแลครอบครัวแพนด้า “ช่วงช่วง-หลินฮุ่ย” และแพนด้าน้อย “หลินปิง” นั่นคือ นิพนธ์ วิชัยรัตน์ หนุ่มใหญ่วัย ๕๓ ปีเศษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ และประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
   
นิพนธ์ ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อ.เมือง จ.ลำพูน  เป็นพี่ชายคนโต ในจำนวนพี่น้องรวมกันทั้งหมด ๕ คน เขาศึกษาเล่าเรียนและทำงานด้วยความมุมานะจนเจริญก้าวหน้าตามลำดับ
   
นิพนธ์ เล่าว่า ส่วนตัวศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การที่มีโอกาสศึกษาพระเครื่องนั้น ตั้งแต่สมัยเด็กผมเป็นคนบ้านนอก ในหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน อาศัยอยู่วัดแม่สารป่าแดดเวียงยอง จ.ลำพูน และช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำนา เลี้ยงควาย เข้าเรียนหนังสือโรงเรียนวัดมาตั้งแต่ชั้น ป.๑-ป.๔ เรียนถึงชั้น ม.๓   ก็ออกมาหางานทำ แต่ในใจอยากเรียนให้สูง ๆ จึงตัดสินใจมาอยู่ จ.เชียงใหม่ เริ่มต้นทำงานเก็บเงินใน ปี ๒๕๑๗ อาศัยอยู่ที่วัดช่างเคี่ยน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เก็บเงินได้มากพอสมควรก็ไปเรียนต่อ และรู้จักเพื่อนมากขึ้น เรียกว่าทั้งชีวิตวนเวียนอยู่   กับเพื่อนและวัดตลอดจนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา    ตอนปลายสายอาชีพ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐ แผนกวิชาธุรกิจทั่วไป
   
“พอเรียนจบผมก็หางานทำเรื่อยมา จนทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับการค้าที่ดิน แต่ทำไปได้ไม่นานก็เกิดปัญหาและหาทางออกไม่เจอ จึงต้องการหา ทางสงบจิตใจ ไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน ก็เลยกลับเข้าวัด   อีกครั้ง ศึกษาพระธรรม คำสั่งสอน นั่นเป็นจุดเริ่มต้น กระทั่ง พ.ศ. ๒๕๒๑ ก็เริ่มชีวิตใหม่ สมัครทำงาน    ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ไต่เต้าจากเป็นเสมียนแผนก คลัง โชคดีได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ได้เลื่อน   ขั้นเลื่อนตำแหน่งจนเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่”
   
นิพนธ์ เล่าว่า ตลอดเวลาที่ทำงานในสวนสัตว์เชียงใหม่ มีเพื่อนที่รู้จักกันหรือผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน รู้ว่าผมชอบพระเครื่อง ก็มอบพระดี ๆ มาให้ตลอดและผมก็แขวนคอติดตัวไม่ยอมถอดเลยนะ เชื่อมั่นในพุทธคุณองค์แรกคือ พระหลวงปู่ทวด องค์นี้ได้จากเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ใหญ่บ้านเอามาให้ช่วงที่เริ่มทำงานในสวนสัตว์เชียงใหม่ อีกองค์เป็น พระรอดลำพูน พิมพ์ใหญ่ องค์นี้รักมาก เพราะเป็นมรดกตกทอดจากคุณพ่อ อีกองค์คือ พระชัยวัฒน์ สี่มุมเมือง องค์นี้ได้มาจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือและสนิทกัน พระทั้งหมดที่บูชาติดตัว พุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย และก็มีอีกหลายองค์ที่ได้มาเหมือนกัน แต่ชุดนี้เป็นชุดที่ชอบและศรัทธามากแท้หรือเก๊ไม่แน่ใจ แต่ผมห้อยติดตัวเป็นประจำ
   
“มุมมองในวงการพระเครื่อง ส่วนตัวของผมนั้นไม่ได้เข้าไปคลุกคลีด้วยมากนัก แต่รู้สึกศรัทธาและเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เต็มเปี่ยมอยู่แล้ว สังเกตดูตั้งแต่ห้อยพระมาก็เกิดแต่สิ่งดี ๆ ขึ้นตลอดกับชีวิต เจริญรุ่งเรืองทุก ๆ ด้าน ถึงคราวลำบากก็มีผู้ใหญ่คอยอุ้มชู ให้ความเมตตา ช่วยเหลือ ไปติดต่อการงานที่ไหนก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย”
   
ก่อนจากกัน นิพนธ์ ฝากข้อคิดที่น่าสนใจไว้ว่า “พระที่ห้อยคอกันทุกวันนี้ รวมถึงพระเครื่อง อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นพระกรุ พระรุ่นไหนไม่สำคัญ อยู่ที่ตัวเราว่านับถือและศรัทธาท่านมากน้อยแค่ไหน จะดีหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่พระเพียงอย่างเดียว ขึ้นอยู่ที่ตัวเราด้วย ถ้าเราทำดีก็ย่อมได้ดี”.
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #22 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2010, 11:00:02 AM »


นายตำรวจนักสืบ 'พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์'



กับสัจธรรมนำชีวิต คล้องพระเตือนสติให้ทำดี

เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ “เซียนใหญ่-เซียนดัง” กันไปเยอะแล้ว วันนี้มาจับเข่าคุย “คนนิยมพระ” ในเครื่องแบบกันบ้าง ซึ่งคงไม่พ้น “คนมีสี” แถมยังเป็น “สีกากี” คนหนุ่มไฟแรงอนาคตไม่ธรรมดา
   
เขาคือ พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ หรือ   “รองกร” ปัจจุบันเป็น รองผู้กำกับการฝ่าย   สืบสวนสอบสวน (รอง ผกก.สส.) สน.ชนะสงคราม มีหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมอาชญากรและมิจฉาชีพทุกรูปแบบ รวมทั้งดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาเยี่ยมเยือนและสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีไทยกันมากมายต้องดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ เนื่องจากท้องที่ สน.ชนะสงคราม เป็นแหล่งพำนักของชาวต่างชาติ อีกทั้งเป็นศูนย์รวมสถานที่สำคัญหลาย ๆ แห่ง เช่น ศาลฎีกา พิพิธภัณฑสถาน   แห่งชาติพระนคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น
   
นายตำรวจนักสืบรายนี้ พื้นเพเป็นลูกชาวบ้านใน จ.ชลบุรี วัยเด็กอาศัยอยู่กับพระเทพสิทธิโสภณ อดีตรองเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาแท้ ๆ โดยศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิตและเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจอบรม (นบ.รบ.๑๗) รับราชการครั้งแรกติดยศ ร.ต.ต. ในตำแหน่ง รอง สว.สส.สภ.กิ่ง อ.ดงเจริญ จ.พิจิตร ก่อนย้ายมาเป็น รอง สว.งาน ๓ ฝ่าย ๒ บก.ตม.๒ บช.สตม. และไปปฏิบัติหน้าที่ รอง สว.สส.สน.ดอนเมือง เรียกว่าชีวิตไต่เต้าเป็น   “นักสืบ” มาตั้งแต่แรก จนปัจจุบันเป็น รอง ผกก.สส.สน.  ชนะสงคราม พื้นที่ทำเลทองที่ใครหลาย ๆ คนหมายปอง
   
หากใครมีโอกาสแวะเวียนไปห้องทำงานของ พ.ต.ท.ณฐกร จะต้องอบอุ่นใจ ร่มเย็น จิตใจสงบ เพราะเต็มไปด้วยพระพุทธรูป พระบูชาหลากหลายประดิษฐานเต็มไปหมด อาทิ หลวงพ่อพระพุทธโสธร พระพุทธชินราช รูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระพิฆเนศวร พระนารายณ์ทรงครุฑ สร้างโดยท่านเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร

   
“สาเหตุที่ผมนำพระพุทธรูปมาไว้ในห้องทำงานด้วย เพราะเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พระพุทธรูปเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เวลาทำงานจะได้ประพฤติแต่สิ่งที่ดีงาม ส่วนตัวเป็นคนอารมณ์ร้อน เมื่อเห็นพระพุทธรูปก็ช่วยให้ใจสงบและร่มเย็น หากผมมีเวลาว่างจะเข้าวัดทำบุญตักบาตร สวดมนต์ ฟังเทศน์ฟังธรรมและนั่งสมาธิเจริญภาวนา ทำให้สติปัญญาเพิ่มพูนมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ พระเครื่อง ที่คล้องบูชาติดตัว คอยย้ำเตือนให้ทำแต่ความดี คือ เหรียญหลวงพ่อโสธร รุ่นแรกปี ๒๔๖๐ เนื้อทองแดง พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ และเหรียญพระครูพิบูลย์คณารักษ์ หรือหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว รุ่นแรก พระสมเด็จหลวงปู่ภู พิมพ์แซยิด ๙ ชั้น แขนหักศอก ได้มาจากญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ”
   
“ส่วนตัวผมศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะเคยแคล้วคลาดจากอันตราย สมัยวัยเด็กวิ่งเล่นกับเพื่อนและไปกระโดดน้ำเล่นที่เรือโป๊ะกลางแม่น้ำบางปะกง ผมติดใต้โป๊ะ ตอนนั้นคิดว่าคงไม่รอดแล้ว อธิษฐานขอบารมีหลวงพ่อโสธรช่วยก็รอดมาได้อย่างเหลือเชื่อ และมีอีกหลายครั้งที่เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องเรา ทำให้ระลึกอยู่เสมอว่าการที่เราทำบุญ ไม่เบียดเบียดชีวิตสัตว์ ตั้งมั่นในศีลธรรม คิดดีทำดี บุญกุศลจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ทุกวันนี้ผมจึงนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เน้นย้ำลูกน้องเสมอให้ทำดี ประพฤติดี สิ่งดี ๆ ก็จะมาหาเรา อีกอย่างการห้อยพระเครื่องทำให้อุ่นใจเวลาทำงาน”
   
พ.ต.ท.ณฐกร ยังฝากข้อคิดที่น่าสนใจว่า ส่วนตัวผมนับถือและศรัทธาในคำสอนของท่านเจ้าคุณธงชัย    วัดไตรมิตร ท่านสอนเสมอว่าเกิดเป็นคนต้องทำดี คิดดี พูดดี ผมเชื่อว่าสัจธรรมนำชีวิต หมายความว่าคนเราจะต้องมีสัจจะ มีความจริงใจให้กัน ความลับไม่มีในโลก สักวัน ก็ต้องมีคนรู้ ไม่วันนี้ก็วันหน้า ผมขอฝากผู้นิยมพระเครื่องว่า เป็นเรื่องของความศรัทธา คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่อยู่ที่การระลึกยึดมั่นตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า การประพฤติดีตามแบบอย่างของเกจิอาจารย์เป็นสิ่งที่ดีกว่า จงมองว่าเป็นเรื่องพุทธคุณ พุทธศิลป์ ไม่อยากให้มองเป็นพุทธพาณิชย์.
..
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #23 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2010, 10:47:59 AM »

พระเอก 'แอม ปฏิญญา' ศรัทธา 'พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม'

ดูภาพใหญ่คลิกที่ภาพ


แม้จะเป็นนักแสดงรุ่นใหม่แต่ก็นิยม “วัตถุมงคล” ทั้ง “พระเครื่อง” และ “เครื่องรางของขลัง” ที่เรียกกันว่า “ตะกรุด” สำหรับพระเอกบัณฑิตใหม่หมาด ๆ “แอม-ปฏิญญา วิโรจน์แสงประทีป” เพราะเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี สาขาธุรกิจการบิน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เนื่องจากมี “คุณพ่อ” นิยมสะสมพระเครื่องแบบสมัครเล่นจึงได้เรียนรู้ถึง “ความสำคัญ” ของพระเครื่องและเครื่องรางของขลังดีว่า “คนโบราณ” สร้างขึ้นเพื่ออะไร ด้วยเหตุนี้พระเอก “แอม ปฏิญญา” จึงอาราธนาทั้ง “พระเครื่อง” และ “ตะกรุด” ขึ้นแขวนคอในยามออกนอกบ้าน
    
ทางด้าน “พระเครื่อง” และ “เครื่องรางของขลัง” ที่อาราธนาขึ้นแขวนคอมีทั้ง “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่” และ “เหรียญ ๙ สังฆราช ๙ รัชกาล” ที่  “วัดสุพรรณภูมิ จังหวัดสุพรรณบุรี” จัดสร้างขึ้นโดยแขวนกับ “ตะกรุดคู่” ขนาดยาว ๒ นิ้วครึ่ง ที่เจ้าตัวไม่ทราบว่า “สำนักไหน” เป็นผู้จัดสร้างเนื่องจากตะกรุดที่ว่านอกจากมี “ความเก่า” มาก ๆ แล้วเนื้อในที่เป็นทองแดงยังหุ้มด้วย “แผ่นทอง คำ” และ “แผ่นเงิน” อย่างละดอกจึงนำมาร้อยต่อกับสร้อยคอ “ทองคำขาว” เพื่อแขวน “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม” และ “เหรียญ ๙ รัชกาลฯ” ดังกล่าวข้างต้น
    
ส่วนเหตุใดจึงแขวนวัตถุมงคล “พระเอกแอม” ตอบแบบไม่คิดว่า นอกจากเป็นผู้นับถือ “ศาสนา พุทธ” แล้วยังเห็น “คุณพ่อ” ชอบสะสมพระเครื่องอีกด้วยจึงได้ทราบดีว่า “วัตถุมงคล” ก็คือ “สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ” ที่ล้ำเลิศมากประกอบกับคุณพ่อก็มักจะเล่าให้ฟังอยู่เสมอว่า “วัตถุมงคล” นอกจากนำเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจแล้วยังสามารถ “คุ้มครอง” ผู้ประพฤติดีประพฤติชอบให้ปลอดภัยจากอันตรายได้ดีมาก ๆ โดยจะเห็นได้เมื่อสมัยที่ “พระเอกแอม” ยังเป็นวัยรุ่นอายุย่างสิบแปดสิบเก้าเคยมีเรื่องมีราวกับ “วัยรุ่น” ด้วยกันถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือแบบตะลุมบอนกัน  แต่พระเอกของเรา ไม่เคยได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดเพราะช่วงนั้นในคอไม่เคยขาด “วัตถุมงคล” นั่นเองอีกทั้งเมื่อปี ๒๕๔๙ ก็เคยประสบอุบัติเหตุขับรถ “ฮอนด้าซิตี้” ไปชนปั๊มแก๊สที่  “สี่แยกพระราม ๙” เนื่องจากหักหลบ สุนัขที่วิ่งตัดหน้ากระชั้นชิดผลก็คือรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ หักเป็นสองท่อนเพราะไปฟาดเอาเสาแท่งปูนพอดีแต่โชคดี “พระเอกแอม” ที่ขับไปคนเดียวหลังกลับจากไปงานเปิดตัวนิตยสารฉบับหนึ่ง ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยจะมีก็เพียงฟกช้ำดำเขียวเท่านั้น
   
นั่นคือประสบการณ์ ที่พระเอกวัยรุ่นผู้นี้ประสบมาด้วยตัวเอง และจากที่ไม่ได้รับบาดเจ็บทุกครั้งที่ประสบอุบัติเหตุจึงเชื่อว่า “วัตถุมงคล” ที่แขวนอยู่  ในคอช่วยให้เป็นไปเนื่องจากช่วงนั้นมีงานแสดงชุก คือนอกจากเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าหลายยี่ห้อแล้ว ยังมี งานละครให้แสดงหลายเรื่องเช่น “สาวน้อยในตะเกียงแก้ว, เกิดแต่ตม, แม่หญิง, น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์” และปัจจุบันนอกจากแสดงละคร “เฮฮาหน้าซอย” ที่ออกอากาศทาง ช่อง ๗ แล้วยังทำหน้าที่เป็น “พิธีกร” อีกหลายราย การทั้ง “ถึงพริกถึงขิง” ทางช่อง ๕ “วาไรตี้บันเทิง” ที่เสนอเฉพาะ “วันหยุดนักขัตฤกษ์” รวมทั้งรายการ “กิน อยู่ คือ” ทางไทยทีวีและทางเคเบิลอีกหลายรายการเช่น “โอ.เค. ทีวี, ฮิตสเตชั่น, แอมไฟร์” ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์
    
แต่การเชื่อถือว่า “วัตถุมงคล” ช่วยให้ชีวิตปลอดภัยได้ของ “พระเอกแอม” นั้นก็ไม่ได้เชื่อแบบงมงายอะไรนักเนื่องจากเจ้าตัวให้เหตุผลว่า “การแขวนวัตถุมงคลก็คือการอาราธนาพระพุทธมาอยู่กับตัวเรา และเมื่อพระพุทธมาอยู่กับตัวเราแล้วก็จะต้องมีพระธรรมควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นการแขวนพระของแอมจึงถือหลักใหญ่ ๆ ที่ว่านี้มาตลอด เพราะในความเป็นจริงแล้วคนเราที่เกิดมา ล้วนแต่เกิดมาใช้กรรมทั้งนั้นผมเองก็เหมือนกัน ตอนที่ก้าวเข้าวงการใหม่ ๆ ไม่คิดเลยว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้ ซึ่งแอมก็ไม่ได้ระบุว่า ก้าวมาได้เป็นเพราะมีความสามารถซึ่งเรื่องนี้จริง ๆ แล้ว ก้าวมาได้ก็เพราะบุญเก่าแต่ปางก่อนทำไว้ดีจึงมาตอบแทนในชาตินี้ ฉะนั้นหากใครจะแขวนวัตถุมงคลเพื่อปกป้องคุ้มครองตัวเองแล้ว อย่าลืมสัจธรรมข้อนี้เพราะทุกสิ่งในโลกใบนี้ไม่มีอะไรจีรังและยั่งยืน เพราะเมื่อมามันก็จะไปเองหรือหากมันยังไม่มาในวันนี้ วันหน้ามันก็จะต้องมา แน่นอนครับ”.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 04, 2010, 10:48:21 AM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #24 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2010, 12:45:31 AM »


นายพลมือปราบ 'พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์'

เคารพและศรัทธา 'หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ'




ปัจจุบันต้องยอมรับกันว่าค่านิยม “พระเครื่อง-วัตถุมงคล” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนกลุ่มเดียวอีกต่อไป นับ  วันยิ่งเติบใหญ่จนกลายเป็นค่านิยมยอดฮิตในสังคมไทย มีบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพให้ความสนใจ ศรัทธา ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาศึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันมากมาย ทั้งนักธุรกิจ พ่อค้า ข้าราชการ ไม่เว้นแม้แต่ชาวบ้านตาดำ ๆ หรือคนเดินดินกินข้าวแกง
   
โดยเฉพาะกลุ่มทหาร ตำรวจ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ “เสี่ยงอันตราย” ล้วนต้องการ “ที่พึ่งทางใจ” และพระเครื่องหรือวัตถุมงคลต่าง ๆ จึงกลายเป็นคำตอบสุดท้ายให้พวกเขาเลือกแขวนคอบูชาติดตัว ส่วนหนึ่งเพราะความศรัทธาอันแรงกล้าและการเล่าขานถึงปาฏิหาริย์ ความเข้มขลังนั่นเอง
   
พล.ต.ต.ปรีชา เจริญ สหายานนท์ ผบก.ภ.จว.ระยอง นายตำรวจหนุ่มใหญ่ก็เป็นอีก  ผู้หนึ่งที่ “ศรัทธา” และ “ยึดมั่น” ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยามปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หลังจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.38) ได้มุ่งมั่นทำงานจนชื่อชั้นติดทำเนียบ “มือปราบ” อีกคนหนึ่ง ในยุทธจักรสีกากี เพื่อนร่วมรุ่นที่ดัง ๆ อาทิ พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. และโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบก.น.8 เป็นต้น
       
ใครบ้างจะรู้ว่ากว่านายตำรวจใหญ่ก้าวมาถึงจุดนี้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ มากมายเหลือคณานับ ส่วนหนึ่งอาศัย “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” เป็นที่พึ่งทางใจ มีส่วนช่วยให้สิ่ง   ร้อน ๆ หรือเรื่องร้าย ๆ บรรเทาเบาลงได้อย่างเหลือเชื่อ
       
“ผมเคยเป็นสารวัตรใหญ่ ที่ สภ.ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ก่อนเลื่อนตำแหน่งเป็น รอง ผกก. จากนั้นย้ายไปที่อื่น จนเป็น ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ประมาณ ต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๓ พ.ต.อ.วีรพงศ์ วงษ์สมาน เพื่อนกันเลื่อมใส พระครูมนูญธรรมวัตร (หลวงพ่อสาคร มนุญโญ) วัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ก็ชวนสร้างเหรียญหลวงพ่อสาครรุ่นบารมี ๕๓ ให้ผู้ศรัทธาบูชากัน ส่วนตัวผมนับถือหลวงพ่อสาครอยู่แล้วจึงไม่ปฏิเสธและผมก็เช่าบูชาไว้เองหลายเหรียญ ตั้งแต่คล้องติดตัวรู้สึกสบายใจและมีสิ่งดี ๆ เข้ามาตลอด อยู่ ๆ ได้  รับคำสั่งให้ย้ายข้ามภาคมาเป็น ผบก.ภ.จว.ระยอง อย่างน่าประหลาด รู้สึกว่าอาจเป็นเพราะบารมีหลวงพ่อ ทำให้กลับมาอยู่ระยองอีกก็เป็นได้”

เมื่อถามถึงประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พล.ต.ต.ปรีชา เล่าว่า “วันที่ ๒ พ.ย. ๕๓ เพิ่งมารับตำแหน่งหมาด ๆ เพียงแค่วันเดียว ก็มีคดีวิสามัญฯคนร้ายค้ายาเสพติด คนร้ายยิงปืนใส่ตำรวจ ๑ นัด แต่กระสุนไม่โดนอะไร และทราบภายหลังว่าตำรวจที่ต่อสู้กับคนร้ายคล้องเหรียญรุ่นบารมี ๕๓ ด้วย ยิ่งอุ่นใจมากขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่าคล้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วดี ช่วยให้แคล้วคลาดจากอันตรายได้จริง ๆ ทำให้ผมคล้องเหรียญรุ่นบารมี ๕๓ เนื้อเงินติดตัวอยู่ทุกวันนี้

   
ปัจจุบันเชื่อว่าคนนิยมพระทุก ๆ คนคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก พระครูมนูญธรรมวัตร (หลวงพ่อสาคร มนุญโญ)  แห่งวัดหนองกรับ ท่านเป็นลูกศิษย์ของ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังภาคตะวันออก วัตถุมงคลทุกรุ่นของหลวงปู่ทิมได้รับความนิยมสูงมาก บางรุ่นราคาทะลุหลักแสนหรือหลาย ๆ แสนหากสภาพสวยสมบูรณ์ ถ้าใครมีไว้ในครอบครองก็ย่อมหวงสุดชีวิต เมื่อวัตถุมงคลหลวงปู่ทิมราคาแพง จึงทำให้นักนิยมพระภาคตะวันออกต่างหันมาเช่าบูชาพระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อสาครแทน ยิ่งนับวันยิ่งได้รับการกล่าวขานกันมาก จนบางรุ่นราคาขยับสูงขึ้น ส่วนรุ่นบารมี ๕๓ ได้รับความนิยมในหมู่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เป็นพิเศษ
   
“ของดีจริงขลังจริงไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นเก่าหรือมีราคาแพงลิบลิ่ว หากคุณศรัทธาและเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยึดมั่นคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่าง  เคร่งครัด ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ล้วนแต่เกื้อหนุนให้รุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ชีวิตจะดีและครอบครัวมีความสุขความเจริญอยู่เสมอ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”.


บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #25 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 04:55:26 PM »


เปิดใจ'สุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ' เศรษฐีพันล้าน



หลงเสน่ห์-ศรัทธา 'องค์พ่อจตุคามรามเทพ'

ในบรรดานักนิยมพระเครื่อง-วัตถุมงคลปัจจุบัน นอกเหนือจาก “เซียนใหญ่-เซียนดัง” ยังมีผู้คนอีกหลากหลายสาขาอาชีพสนใจทยอยเข้าสู่วงการ “นักนิยมพระ”  อาศัยหมั่นศึกษาและแสวงหาความรู้ ทำให้ “ชำนาญ” และ “เชี่ยวชาญ” ไม่ด้อยไปกว่าเซียน
   
สุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด นักธุรกิจพันล้านรับสร้างบ้านหรูระดับพรีเมี่ยม เจ้าของสโลแกน “สถาปัตยกรรมคลาสสิกที่เหนือใคร เชื่อใจ ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์” หนุ่มใหญ่อัธยาศัยดีคนนี้ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ “หลงเสน่ห์” ความงาม-ศิลปะของพระเครื่องและวัตถุมงคลเช่นกัน
   
“สมัยเด็กผมก็ไม่ต่างจากเพื่อนคนอื่น ๆ สะสม อุลตร้าแมน ไอ้มดแดง ชอบมาก พอโตเป็นหนุ่มก็เริ่มสนใจศิลปะของเก่า รูปแกะสลักหินอ่อน งานไม้ งาแกะ เจ้าแม่กวนอิม กวนอู พระเครื่อง วัตถุมงคลทุกชนิด เหรียญในหลวงทรงพระผนวช เหรียญในหลวง ๓ รอบ ๔ รอบ ผมมีสวยแชมป์หลายเหรียญ หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ รูปหล่อลอยองค์หลวงปู่ทวดรุ่นเลขใต้ฐานหรือรุ่นเบตง รูปหล่อหลวงปู่ทวดพิมพ์บัวรอบก้นลายเซ็นปี ๒๕๐๘ มีหมด

   
นักธุรกิจหนุ่มใหญ่รื้อฟื้นความหลัง ก่อนสนทนาต่อว่า “กระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๔๗ องค์พ่อจตุคามรามเทพเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผมได้เข้าไปศึกษาใกล้ชิดและจริงจัง จนรู้ลึกซึ้งถึงประวัติความเป็นมาอย่างละเอียด คุณลองคิดดูมันเหลือเชื่อเป็นภูมิปัญญาของศิลปะยุคโบราณที่ลงตัวและคลาสสิก ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช ท่านสรรเพชร ธรรมาธิกุล รู้ได้อย่างไรว่าจะต้องทำพิมพ์แบบนี้แบบนั้น ยิ่งรู้ยิ่งศรัทธาจึงเริ่มเช่าบูชา ผมยอมจ่ายในราคาสูงกว่าคนอื่น ทำให้วันนี้ผมมีองค์พ่อจตุคามรามเทพหรือดวงตราสุริยัน-จันทราเนื้อผง รุ่นแรก ปี ๒๕๓๐ สวยแชมป์หลายองค์ ทั้งเนื้อขาวปัดนาก เนื้อดำ แม้กระทั่งเนื้อแดงหรือเนื้อพระพุทธสิหิงค์หายากที่สุด รูปหล่อจตุคามรามเทพเนื้อทองคำ รุ่นแรก ปี ๒๕๓๒ และเหรียญพระปิดตาพังพระกาฬเนื้อทองคำ พิมพ์เคราสั้น ปี ๒๕๓๒
   
สิ่งสำคัญที่ผมสนใจองค์พ่อจตุคามรามเทพ เพราะเจอประสบการณ์กับตัวเอง มีปัญหาส่วนตัวและเกิดเรื่องคดีความฟ้องร้องกัน ผมเครียดมาก ไกล่เกลี่ยแล้วไม่เป็นผล ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ผมเลยลองอธิษฐานต่อองค์พ่อให้ท่าน ช่วยปัดเป่าความทุกข์ เหลือเชื่อศาลเรียกไปไกล่เกลี่ยอีกครั้ง คราวนี้จบได้ด้วยดี จากนั้นมาผมก็เลยศรัทธาท่านมาก ตั้งชมรมสุริยัน-จันทราปี ๓๐ ขึ้นมา โดยผมเป็นประธานชมรมฯ สมาชิกก็มีนักธุรกิจ พ่อค้า ข้าราชการ มาแลกเปลี่ยนความรู้ในกลุ่มและส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากเปิดตัวกัน”
   
เมื่อถามถึงกระแสนิยมในองค์พ่อจตุคามรามเทพ นักธุรกิจหนุ่มใหญ่แสดงทรรศนะว่า “วันนี้ความศรัทธายังอยู่ ไม่สูญสลายไปไหน ผู้ที่นับถือท่านก็ยังอยู่ กลุ่มนักธุรกิจ พ่อค้า ข้าราชการนับถือท่านมาก มีแต่พวกหวังผลประโยชน์ที่หายไป ผมเองก็คล้องพระปิดตาพังพระกาฬเนื้อเงินพิมพ์เคราสั้น ปี ๒๕๓๒ ติดตัว ไม่คล้องพระอื่น มีอยู่เหรียญเดียวไปไหนไปกัน แค่นี้ก็อุ่นใจครับ”.


ภมร มานะพรชัย-ภาพ/หมู มหาเวทย์-รายงาน
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #26 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2010, 12:23:20 PM »


คนดัง "ฉะโอด รุ่งเรือง" นายก อบต.บางพลีใหญ่ ศรัทธา หลวงพ่อปาน-หลวงปู่เผือก-หลวงพ่อโตคนดัง "ฉะโอด รุ่งเรือง" นายก อบต.บางพลีใหญ่ ศรัทธา หลวงพ่อปาน-หลวงปู่เผือก-หลวงพ่อโต



หากเอ่ยถึงเมืองปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ดินแดนแห่งนี้ไม่ธรรมดา เป็นแหล่งพำนักอดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอย่าง พระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ หรือ หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส (บางเหี้ย) อมตเถราจารย์ตำนานแห่งเครื่องราง “เขี้ยวเสือ” อันลือลั่น และ พระครูกรุณาวิหารี หรือ หลวงปู่เผือก ปัญญาธโร วัดกิ่งแก้ว ที่นักนิยมพระเครื่องทั่วสารทิศให้ความเคารพนับถือ
   
ในฐานะเป็นคนพื้นที่โดยกำเนิด ฉะโอด รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ย่อมไม่พลาดให้ความเคารพและศรัทธาอดีตพระเกจิดังอย่าง หลวงพ่อปาน และ หลวงปู่เผือก เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้เขาครอบครองวัตถุมงคลต่าง ๆ ของท่านเอาไว้มากมาย
   
“ผมเริ่มเข้าสู่ถนนการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒๐ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นกำนัน ต.บางพลีใหญ่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และเป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ และขยับมาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางพลีใหญ่ เรื่อยมาจนปัจจุบัน ตลอดชีวิตอุทิศตนรับใช้พี่น้องประชาชนได้รับรางวัลต่าง ๆ เยอะแยะ เช่น รางวัลครอบครัวประชาธิปไตยตัวอย่างประจำปี ๒๕๔๔ รางวัลพ่อดีเด่นแห่งชาติปี ๒๕๔๑ รางวัลพ่อดีเด่นจังหวัดสมุทรปราการ สาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์ประจำปี ๒๕๔๘ และได้รับพระราชทานเสมาธรรมจักร   สาขาสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชน เนื่องในวันวิสาขบูชาประจำปี ๒๕๔๘ เป็นต้น” นายกฉะโอดเล่าความหลัง
     
“ผมสนใจพระเครื่องตั้งแต่วัยหนุ่ม เป็นผู้ใหญ่บ้านต้องออกพบปะลูกบ้านบ่อย สมัยก่อนนิยมนำพระ เครื่องมาแลกเปลี่ยนกันชม บางครั้งชาวบ้านก็เอาพระเครื่องมาให้ด้วยความนับถือ จึงสะสมเรื่อยมา พระเครื่องหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ในมีทุกรุ่น ที่ชอบและศรัทธาเป็นพิเศษคือ วัตถุมงคลของพระครูกรุณาวิหารี หรือหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ท่านมีวิชาอาคมแก่กล้าและเมตตาผู้คนทั่วไป จนได้รับยกย่องเป็นเทพเจ้าของชาวบางพลี

   
“วัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมสูงทุกประเภท ผมมีครบทุกรุ่นเลย ตั้งแต่ผ้ายันต์ยุคแรก ตะกรุดโทนเนื้อทองแดงจุ่มรัก แหวนพิรอดชุบรักปิดทอง สร้างราว พ.ศ. ๒๔๔๖ รูปถ่ายขาวดำติดกระจก พ.ศ. ๒๔๕๕-๒๔๙๖ เสื้อยันต์แจกทหารสงครามอินโดจีน พ.ศ. ๒๔๘๔ พระผงรุ่นขุดสระเนื้อผงอิทธิเจ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๔๖๕ พระปิดตาลอยองค์ เนื้อว่านและพิมพ์เม็ดบัว พ.ศ. ๒๔๖๐ พระผงรุ่นสงครามอินโดจีน พ.ศ. ๒๔๘๕ เหรียญรูปเหมือนนั่งสมาธิ เนื้อทองฝาบาตร พ.ศ. ๒๔๘๑ รูปหล่อพระพุทธชินราชลอยองค์ (หน้าเดียว-สองหน้า) พ.ศ. ๒๔๘๕ พระปิดตาพิมพ์เล็บมือครึ่งซีก เนื้อผงหลังยันต์ พ.ศ. ๒๔๙๖ และพระรูปเหมือนปั๊มเนื้อทองแดงหลังตะเข็บ แจกงานพระราชทานเพลิงศพ พ.ศ. ๒๕๐๒”
   
เมื่อถามถึงพระที่นิยมคล้องติดตัวเป็นประจำ นายก ฉะโอดบอกว่า “ผมมีพระเครื่องอยู่ ๒ พวง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนบูชา ทุกวันนี้ก่อนออกจากบ้านจะต้องอาราธนาขึ้นคอเสมอ พวงแรกเป็นพระหลวงปู่เผือกแขวนคู่กับพระหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ส่วนอีกพวงเป็นเครื่องรางเขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ลิงลมหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว ฉะเชิงเทรา หนุมานหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน นนทบุรี สิงห์งาแกะ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์ ลืมไม่ได้เลย ถ้าวันไหนลืมก็ต้องขับรถกลับมาเอาที่บ้าน เพราะคล้องพระแล้วสบายใจ โดยเฉพาะพระหลวงปู่เผือก ถ้าติดขัดเรื่องงานขอให้ท่านช่วยไม่เคยผิดหวัง ประสบผลสำเร็จทุกครั้ง”
   
สิ่งหนึ่งที่นายกฉะโอดประพฤติปฏิบัติเป็นประจำนอกเหนือจากศรัทธาพระดีและของขลังก็คือ ทุกวันพระจะต้องทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรม นำหลักคำสอนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานควบคู่กันไป รวมทั้งไม่ลืมอบรมสั่งสอนบุตรหลานทุกคนตลอดเวลาให้ยึดธรรมะและศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาเจริญรุ่งเรืองทั้งหน้าที่การงานและครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข.

วันชัย ประพฤติดี ข้อมูล
หมู มหาเวทย์ รายงาน
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 01, 2011, 01:46:36 AM »


'พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ' ผู้การกองปราบฯ



เชื่อมั่นพุทธคุณ 'คล้องพระแล้วดี เจริญรุ่งเรือง'

เปิดศักราชใหม่ปี ๒๕๕๔ ปีกระต่าย ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็น “กระต่ายทอง” หรือ “กระต่ายไฟ” ที่แน่ ๆ เซ่นสังเวยจากอุบัติเหตุสยองแล้วหลายศพ ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายทุกราย เทศกาลคราวหน้า “อย่าประมาท” และท่องจำให้แม่น “เมาไม่ขับ” เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง
   
แวดวง “คนนิยมพระ” หรือ “คนรักพระ” ตลอดปีที่ผ่านมาถือว่า “สอบผ่าน” การซื้อ-ขายไม่ฝืดเคืองเหมือนอาชีพอื่น ๆ เพียงแต่ “พระเก่า-พระกรุ” ความนิยมหดหายไปบ้าง สู้กระแส “พระเกจิ-อาจารย์” ไม่ไหว
   
บรรดาผู้ศรัทธา “สิ่งศักดิ์สิทธิ์-ของขลัง” เดี๋ยวนี้มีทุกระดับ ทั้งตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ น้อยใหญ่ทยอยเข้ามาในวงการมากขึ้นเรื่อย ๆ
   
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ก็เป็นนายตำรวจมือปราบอีกผู้หนึ่งที่ชื่นชอบ “พระเครื่อง” เพราะศรัทธา เชื่อว่าคล้องแล้วดี เจริญรุ่งเรือง จึงสะสม “พระสวย-พระแท้” ในดวงใจเอาไว้หลายองค์
   
พลิกแฟ้มประวัติการทำงานของนายตำรวจผู้นี้ไม่ธรรมดา ผ่านงาน “บู๊-บุ๋น” ครบเครื่อง จนผงาดนั่งเก้าอี้ ผบก.ป. หรือ “ผู้การประเทศไทย” ได้สมศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ มีเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน (นรต.31) ที่โด่งดังหลายคน อาทิ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ    (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครราชสีมา เป็นต้น
   
“สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในการทำงานเป็นความเชื่อส่วนตัวถึงพุทธคุณของพระเครื่อง พระที่ผมคล้องติดตัวตลอดคือ พระสมเด็จบางขุนพรหมกรุเก่า ได้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ สมัยเป็นผู้กำกับการ (ผกก.) สน.เตาปูน พระสมเด็จเนื้อฝาบาตรหลวงพ่อพรหมวัดช่องแค หลังยันต์สิบ พระเสด็จกลับ หลวงปู่สุภา กันตสีโล เกจิดัง จ.ภูเก็ต อายุกว่า ๑๑๗ ปี ได้รับจากหลวงพ่อไข่ เจ้าอาวาสวัดเขารัง พระพุทธภักดีนฤนาถ เนื้อสเกลล่า สร้างปี ๒๕๔๔ ที่จัดสร้างด้วยความศรัทธาและแจกผู้    ใต้บังคับบัญชาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ องค์จริงประดิษฐาน ที่ สน.เตาปูน นอกจากนี้ยังมีเหรียญเสด็จนิวัตพระนคร รัชกาลที่ ๙ (ภอสก.) และเหรียญเงิน ๑ บาท รัชกาลที่ ๕ รศ. ๑๒๒ ทุกองค์เป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่”
   
เหนืออื่นใด ผบก.ป. เล่าว่า “ผมยึดมั่นในคำพูดและการกระทำมากที่สุด คงไม่ผิดถ้าผมเลือกบูชาพระเครื่องเพราะเชื่อมั่นในพุทธคุณ โดยเฉพาะประวัติพระเสด็จกลับ หลวงปู่สุภา มีเรื่องเล่าขานกันว่า หลังจากมีการนำแร่เหล็กมาสร้างองค์หลวงปู่และผ่านพิธีพุทธาภิเษกไปแล้ว มีคนขว้างพระทิ้งทะเล แต่ท่านกลับขึ้นฝั่งเองได้สร้างความฮือฮาทั่วภูเก็ต ต่างร่ำลือถึงปาฏิหาริย์ ผมก็ได้สัมผัสมา เมื่อติดขัดเรื่องงานหรือเรื่องใด ๆ ก็จะตั้งจิตอธิษฐานขอให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตราย รู้สึกมีกำลังใจทุกครั้ง”
   
ท้ายที่สุดขอฝากพี่น้องประชาชนในโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๔ อยากให้ทุกคนร่วมมือกับตำรวจทำงาน โดยเฉพาะตำรวจกองปราบ วันนี้สนองนโยบาย “กลับหลังหัน” ของ ผบช.ก. เต็มที่ นั่นหมายถึง “ตำรวจคือผู้รับใช้ชุมชน” อย่างแท้จริง.

รัชพล ยี่สุ่น-ข้อมูล

หมู มหาเวทย์-รายงาน
..
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 01:13:24 PM »


เปิดใจ พล.อ.ท.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ



'คล้องพระหลวงปู่ทวด ไม่มีวันตายโหง'

เป็นเรื่องที่น่ายินดี เดี๋ยวนี้ “คนรักพระ-ศรัทธาพระ” เพิ่มจำนวนขึ้นรวดเร็ว แผ่ขยายทุกวงการ ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ไม่เว้นคนเดินดินกินข้าวแกง “ศรัทธาพระ” กันมากมาย โดยไม่ต้องเป็น “เซียน” ไม่ว่าคุณเป็นใครก็สามารถบูชาและศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ หากมีจิตใจแน่วแน่
   
เฉกเช่น พล.อ.ท.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) นายทหารใหญ่ลูกทัพฟ้า ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่นับถือและศรัทธาใน “พระเครื่อง” และ “วัตถุมงคล” โดยเฉพาะ “พระหลวงปู่ทวด”
   
“ผมอาราธนาพระหลวงปู่ทวดติดตัวตลอด สาเหตุจากหลวงปู่ทวด เป็นที่เคารพและสักการะนับถือกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย จนความศรัทธาตกทอดมาถึงรุ่นผม และผมได้คล้องคอติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ๆ ในช่วงเข้ารับราชการเป็นทหารอากาศและเป็นนักบินของกองทัพอากาศ ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจด้านการบินอยู่เสมอ ในสมัยก่อนถือว่าเสี่ยงภัยและมีอันตรายมาก ประกอบกับได้ยินคนพูดกันว่าหากใครมีพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ติดตัว หากทำดี ประพฤติดีประพฤติชอบแล้วจะไม่มีวันตายโหง เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอาราธนาท่านติดตัวไว้ตลอดเวลา ทำให้มั่นใจ อุ่นใจ ในการทำงานทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าอยู่พื้นที่ใด ผมรับรู้ได้ถึงพุทธคุณของหลวงปู่ทวด ช่วยให้แคล้วคลาดจากอันตรายต่าง ๆ หลายครั้ง และเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ประสบแต่โชคดีครอบคลุมไป ถึงครอบครัวของผมด้วย”
   
นายทหารลูกทัพฟ้าเล่าสาเหตุแห่งความศรัทธา “หลวงปู่ทวด” ซึ่งทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปแห่งหนตำบลใดจะคล้องติดตัวไม่ห่างกาย ก็คือ พระหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ไหล่จุด สภาพสวยสมบูรณ์ รุ่นนี้จัดสร้างโดย ท่านพระครูวิสัยโสภณ (ทิม ธัมมธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ จ.ปัตตานี วัตถุประสงค์ให้ญาติโยมเช่าบูชาหาทุนทรัพย์บูรณะวัดช้างให้ ปัจจุบันหายากและราคาแพงลิ่ว ใครมีไว้ในครอบครองถือว่ามีบุญวาสนาอย่างแท้จริง
   
พล.อ.ท.ระพีพัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ ก.พ. ๒๔๙๕ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ ๑๒ และจบโรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ ๑๙ รับราชการครั้งแรกเป็นนักบินสังกัดกองบิน ๔ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เคยร่วมปฏิบัติการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ใน “ยุทธภูมิเขาค้อ” เป็นหน่วยสนับสนุนหลักให้กองกำลังภาคพื้นดิน
   
ต่อมาเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บังคับฝูงบิน ๖๐๕ ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดเล็ก ทำให้มีโอกาสได้ถวายงานรับใช้พระบรมวงศานุวงศ์บ่อยครั้ง ถือเป็นเกียรติสูงสุดของวงศ์ตระกูล กระทั่งย้ายไปเป็นผู้บังคับการกองบิน ๕๓ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก็ได้พัฒนาเรื่องการท่องเที่ยว จนทำให้กองบิน ๕๓ เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป วันนี้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนของทางราชการและเผยแพร่กิจกรรมต่าง ๆ ของกองทัพอากาศ นอกจากนี้ยังทำโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด นำเยาวชนมาเข้าค่ายปลูกฝังความคิดรักชาติ รักแผ่นดินอีกด้วย
   
ปัจจุบัน พล.อ.ท.ระพีพัฒน์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) ซึ่งเจ้าตัวย้ำว่า ได้มุ่งมั่นบำรุงขวัญกำลังพล โดยเฉพาะสวัสดิการ  ทุกคนต้องได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยและมีแนวทางปฏิบัติ     ที่ชัดเจน ให้ผู้บังคับบัญชาเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับลูกน้อง เพื่อสร้างความสมานฉันท์และสามัคคีในหน่วยงาน
   
“ในโอกาสปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๔ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อัญเชิญพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดอำนวยพรให้  ข้าราชการ ทหารกองประจำการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และพี่น้องคนไทยทุกคนประสบความสุขความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา ช่วยกันรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ยืนยงตลอดไป”.


อุบล ชาญปรีชาสมุทร-ข้อมูล / หนู มหาเวทย์-รายงาน
..
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 29, 2011, 01:16:37 AM »


น.อ.ทศวรรณ รัตนแก้วกาญจน์ ผบ.บน.๔๖ ศรัทธา'ลพ.โสธร-พระพุทธชินราช'คล้องแล้วดี



เป็นเรื่องน่ายินดีที่แวดวงคนนิยมพระเครื่อง-พระบูชาสมัยนี้ขยายวงกว้างมากขึ้นทุกวัน มีผู้คนจำนวนมากทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หันมาสะสมและสนใจกันแพร่หลาย แต่ละคนหมั่นศึกษาแสวงหาความรู้จนรู้จริงจัง มีความรู้ความสามารถไม่ด้อยไปกว่าบรรดา “เซียนใหญ่-เซียนเล็ก” ทั้งหลายเลย

นาวาอากาศเอกทศวรรณ รัตนแก้วกาญจน์ ผู้บังคับการกองบิน ๔๖ (บน.๔๖) นายทหารหนุ่มลูกทัพฟ้าก็เป็นอีกผู้หนึ่งชื่นชอบใน “พระเครื่อง” ในฐานะพุทธศาสนิกชนและศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง

ภูมิลำเนาเดิมของ นาวาอากาศเอกทศวรรณ เป็นคนกรุง เทพฯ ตั้งแต่กำเนิด เติบโตบริเวณย่านบางขุนเทียน มีพี่น้องรวม ๑๑ คน ตัวเองเป็นคนที่ ๗ เรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดใหม่สีสุกแถวบางมด จบโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ ๒๐ จบโรงเรียนนายเรืออากาศรุ่น ๒๗ สถานภาพสมรสแล้วมีบุตร ๒ คน เป็นชาย ๑ คน และหญิง ๑ คน

“ผมสนใจพระเครื่องมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะคุณลุงเป็นลูกศิษย์ของพระภาวนาโกศลเถระ หรือหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังบางขุนเทียน ๑ ในอมตะเถราจารย์แห่งสยามประเทศ เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ผมชื่นชอบไปด้วย ส่วนตัวผมสะสมเหรียญพระพุทธ โดยเฉพาะหลวงพ่อโสธรมีเยอะ ทุกปีจะต้องไปกราบนมัสการท่านที่ฉะเชิงเทราไม่ได้ขาดเลย”
   
นายทหารลูกทัพฟ้าเปิดอกคุย ก่อนเล่าต่อว่า “ตอนเรียนจบนายเรืออากาศใหม่ ๆ คุณแม่ให้พระนางพญา ๑ องค์ ผมเลี่ยมทองแขวนติดตัวตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ จนย้ายมาอยู่กองบิน ๔๖ ก็ได้เหรียญพระพุทธชินราชมาเพิ่ม เรื่องประสบการณ์ส่วนมากจะโดดเด่นเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดปลอดภัย บูชาแล้วผู้ใหญ่เมตตามากไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องงานหรือมีอุปสรรคใด ๆ ปฏิบัติภารกิจทุกครั้งก็ปลอดภัย ผมถือว่าการแขวนพระเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ทำในสิ่งที่ดีและเป็นที่เตือนใจ เตือนสติให้เราทำอะไรด้วยความระมัดระวัง ไม่หลงไปในทางที่ผิด”

ตบท้าย ผบ.บน.๔๖ ฝากถึงนักนิยมพระว่า ในวันที่ ๒๙-๓๐ ม.ค. ๒๕๕๔ จะมีการจัดงานมหกรรมประกวดและอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเครื่องรางของขลัง ที่ท่าอากาศยานกองบิน ๔๖ จ.พิษณุโลก งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมพระเครื่อง พระบูชาไทยภาคเหนือ เขต ๓ ชมรมพระเครื่อง บน.๔๖ วัตถุประสงค์เพื่อหาเงินรายได้ซ่อมแซมพุทธสถานภายในกองบิน ๔๖ เปิดโอกาสให้ข้าราชการ ลูกจ้าง ประชาชนทั่วไปร่วมกันทำบุญ และหาทุนการศึกษาให้บุตรหลานข้าราชการ ลูกจ้าง กองบิน ๔๖ ที่เรียนดี แต่ครอบครัวมีรายได้น้อย รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลทั่วไปได้แสวงหาความรู้ในการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา อันเป็นมรดกล้ำค่าของสังคมไทยให้คงอยู่ โดยรางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ จะได้รับถ้วยเกียรติยศ โทรทัศน์สี แหวนทองคำและหนังสืออมตพระเครื่องเมืองพิษณุโลกเป็นระลึก

“ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมงานกันได้ ร่วมอิ่มบุญอิ่มใจด้วยกันและร่วมกันอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชาไทย มรดกล้ำค่าของชาติให้คงอยู่ตลอดไป”.


หมู มหาเวทย์ : รายงาน
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: