หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ดูพระ  (อ่าน 259158 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #105 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2012, 03:18:45 PM »


8-12-55 พระสมเด็จจิตรลดาหรือพระกำลังแผ่นดิน - ของดีจากฝีพระหัตถ์



เนื่องในโอกาสมหามงคลยิ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ในการนี้ได้เสด็จออกมหาสมาคม รับการถวายพระพรชัยมงคล ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่านับแสนนับล้านชีวิตที่เฝ้าฯรับเสด็จชื่นชมพระบารมี ร่วมแสดงความจงรักภักดีเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กึกก้องฟ้า

วันนี้จึงเป็นโอกาสดียิ่ง ขอกล่าวขานถึงสุดยอดวัตถุมงคลที่ทรงสร้างด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน นั่นคือ “พระสมเด็จจิตรลดา” หรือ “พระกำลังแผ่นดิน” ซึ่งปัจจุบันค่านิยมสูงมากและเป็นที่เสาะแสวงหาของนักนิยมพระพระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งให้ช่าง (อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์) แกะแม่พิมพ์บนหินลับมีดโกน พุทธศิลป์ลักษณะพิมพ์ลึก เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิแบบขัดสมาธิราบ พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย ประทับเหนือดอกบัวบาน กลีบบน ๕ กลีบ กลีบล่าง ๔ กลีบ รวมเป็น ๙ กลีบ รูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มีทั้งพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ โดยพระพิมพ์ใหญ่จะมีขนาดกว้าง ๒ ซม. สูง ๓ ซม. และพระพิมพ์เล็กมีขนาดกว้าง ๑.๒ ซม. สูง ๑.๙ ซม.

พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน ผสมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ล้วนเป็นมหามงคลทั้งสิ้น อาทิ เส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศา) ดอกไม้แห่งจากมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตรและด้ามพระขรรค์ชัยศรี ในพระราชพิธีฉัตรมงคล สีที่ขูดจากผ้าใบที่ทรงวาดภาพโดยฝีพระหัตถ์ สีและชันที่ทรงขูดจากเรือพระที่นั่ง รวมกับผงปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ ทองคำเปลวปิดพระพุทธรูปทั่วประเทศ ผงธูปหน้าที่บูชาและน้ำจากบ่อศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ทหาร ตำรวจ นักการเมือง เจ้าพนักงานชั้นผู้ใหญ่ ชั้นผู้น้อย โดยมิได้เลือกชนชั้นวรรณะ รวมทั้งพระราชทานให้บุตรหลานข้าราชบริพารใกล้ชิด จำนวนไม่เกิน ๓,๐๐๐ องค์ โดยเริ่มพระราชทานตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๘-๒๕๑๓

หลักการพิจารณา ต้องจำพิมพ์ทรง ความคม ลึก ขอบ ความหนา สี และมวลสารให้ขึ้นใจ องค์พระแต่ละปีจะไม่เหมือนกัน อาจลึกกว่าหรือตื้นกว่าก็ได้ น่าจะเกิดจากทรงถอดแม่พิมพ์หินมาเป็นแม่พิมพ์ยางและทรงตกแต่งแม่พิมพ์ใหม่ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก นิตยสารท่าพระจันทร์ หนังสือมาตรฐานของวงการพระ.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #106 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2012, 04:08:23 PM »


วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555 เหรียญหน้าแก่ หลวงปู่สี ของดีอรหันต์ ๗ แผ่นดิน



อดีตพระเกจิคณาจารย์ที่ได้รับความเคารพนับถือและชื่อเสียงโด่งดังแถบปากน้ำโพ หากไม่นับรวม พระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทธสโร) วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ และ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์แล้ว ก็ยังมีเจ้าของสมญานาม “อรหันต์ ๗ แผ่นดิน” หลวงปู่สี ฉนฺทสิริ วัดเขาถ้ำบุญนาค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ นี่แหละ สามารถกราบไหว้และนับถือได้สนิทใจชาติภูมิ หลวงปู่สี ฉนฺทสิริ เป็นชาว อ.รัตนะ จ.สุรินทร์ เกิดเมื่อปีจอ พ.ศ. ๒๓๙๒ ตรงกับสมัยของรัชกาลที่ ๔ นามกุล ดำริ ส่วนวัน เดือน ปี เกิดที่แน่ชัด ไม่มีใครทราบ อายุครบ ๒๑ ปี ก็ถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร ปลดประจำการก็ยึดอาชีพค้าวัว ค้าควาย และเป็นพรานป่าแถวช่องแค อ.ตาคลี ซึ่งเดิมเป็นป่าดงดิบ วัยหนุ่มเป็นคนจริงไม่เคยกลัวใคร โลดโผนอยู่หลายปี เบื่อหน่ายทางโลกจึงอุปสมบทที่วัดบ้านเส้า อ.บ้านเส้า (อ.บ้านหมี่ ปัจจุบัน) จ.ลพบุรี โดยมีพระครูธรรมขันธ์สุนทร เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชได้ระยะหนึ่งได้ไปจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำเขาเสียบ ต.ช่องแค อ.ตาคลี

หลวงปู่สี ถือปฏิบัติออกธุดงค์เป็นนิจ ท่านธุดงค์ไปทั่วประเทศไทย ทุกสารทิศทั้งเหนือ อีสาน ตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้ รวมทั้งฝั่งประเทศลาว พม่า อินเดีย ท่านเคยเล่าว่า ได้ฉันยาอายุวัฒนะกลางป่า ทำให้อายุยืนยาวกว่าคนปกติทั่วไป และระหว่างธุดงค์ได้แลกเปลี่ยนวิชากับพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ หลายรูป อาทิ หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ และยังเป็นสหายธรรมที่สนิทกับ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ด้วย

หลวงปู่สี มรณภาพในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐ เวลา ๓ โมงเย็น ตรงกับวันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๔ สิริอายุรวม ๑๒๘ ปี เหลือทิ้งไว้เพียงคุณความดีให้ศิษยานุศิษย์จารึกไว้ชั่วนิรันดร์

วันนี้กล่าวถึงวัตถุมงคลที่น่าสนใจและเข้มขลังพุทธคุณไม่เป็นรองรุ่นใด ๆ เลย ก็คือ เหรียญที่ระลึกงานผูกพัทธสีมา วัดเขาถ้ำบุญนาค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ หรือ “เหรียญหน้าแก่” ลักษณะเป็นรูปไข่ หลวงปู่ครึ่งองค์ สร้างจำนวน ๒๐,๐๐๐ เหรียญ มีทองแดงเนื้อเดียว ฝีมือช่างเกษม มงคลเจริญ ช่างเทวดาแกะบล็อกได้เหมือนหลวงปู่มากที่สุดราวกับมีชีวิต รุ่นนี้มีประสบการณ์สูง ค่านิยมขยับขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน

หลักพิจารณาใบหน้าหลวงปู่ ริ้วรอยเหี่ยวย่นต้องชัดเจน ตัวหนังสือคมลึก ผิวเรียบ เกิดจากการปั๊ม หูเหรียญขวามือเราจะมีรอยปริ รอยตัดขอบที่ ๑๑ นาฬิกา เป็นขยักคลื่นหนา ๆ ๔-๕ รอย ให้สังเกตดี ๆ ของเก๊ยังทำไม่เหมือนขอให้ทุกท่านโชคดี เผื่อได้พระดีพระแท้ไว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ครับ.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #107 เมื่อ: มกราคม 05, 2013, 04:28:57 PM »

5-1-56 สุดยอดพระหล่อหลักล้าน หลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยม



วันนี้เปิดคอลัมน์ “ปกิณกะพระดีพระเด่น” ต้อนรับสัปดาห์แรกของปี พ.ศ. ๒๕๕๖ กันด้วยรูปหล่อพระหลักล้าน หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน จ.พิจิตร นับวันจะได้รับความนิยมกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เพราะผู้ครอบครองล้วนมีประสบการณ์ แคล้วคลาดปลอดภัย เกื้อหนุนโชคชะตาให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ทำให้มูลค่าพุ่งทะยานไม่หยุดยั้ง เดี๋ยวนี้สวยสมบูรณ์ต้องว่ากัน ๔-๕ ล้านบาทขึ้นไป

รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ในวงการพระเครื่องแบ่ง ๒ แม่พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์นิยม และพิมพ์ขี้ตา โดยแต่ละพิมพ์ยังแยกย่อยไปอีก พิมพ์นิยมมี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์มีมือรองนั่ง (มือซ้ายติดชัด) และไม่มีมือรองนั่ง (มือซ้ายติดไม่ชัดอย่างองค์ในภาพ) ส่วนพิมพ์ขี้ตา มีทั้งจีวร ๓ ชาย จีวร ๔ ชาย จีวร ๕ ชาย

วันนี้จะกล่าวเฉพาะ รูปหล่อหลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยมเท่านั้น พิมพ์ขี้ตาค่อยว่ากันในโอกาสถัดไป รูปหล่อชุดนี้ใช้กรรมวิธีแบบโบราณ ช่างจะปั้นหุ่นเทียนต้นแบบ ๑-๒ องค์ ตกแต่งจนสวยงาม ก็ถอดหุ่นเทียนเพิ่มเติมจนได้จำนวนพอสมควรแล้วนำไปพอกดินเบ้า ติดก้านช่อชนวนเทหล่อแบบพระกริ่ง สำรอกหุ่นเทียนออกและกรอกโลหะเข้าไปแทนที่ รอจนเย็นทุบดินเบ้านำไปเกราผิวและตะไบตกแต่ง จากนั้นเอาไปให้ หลวงพ่อเงิน อธิษฐานจิตและให้เช่าบูชา
หลักการพิจารณาในเบื้องต้น ให้ยึดพิมพ์ทรง หน้าตา เนื้อโลหะ เป็นสำคัญ โลหะจะเนื้อเหลืองอมเขียวและสุกสว่างแบบกุญแจจีนโบราณ ไม่หมองซีดหรือหมองคล้ำ ขี้เบ้าเป็นสีน้ำตาลอมดำ หากผ่านการสัมผัสจะเหลืองจ้า มองดูแล้วมีเสน่ห์ชวนหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง

ขอบคุณภาพสวย ๆ จาก เสี่ยติ นครปฐม เซียนดังแห่งพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน.


ศิวะมนตรา
cr.เดลินิวส์
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #108 เมื่อ: มกราคม 12, 2013, 02:23:11 AM »

12-1-56 เหรียญหลวงปู่ทวด เลื่อนสมณศักดิ์ ๐๘ สุดยอดนิยม เกื้อหนุนดวงรุ่งเรือง-



ในช่วงนี้กระแสพระเครื่องที่มาแรงและเป็นที่ต้องการของนักนิยมพระ ต้องยกนิ้วให้ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ทุกรุ่นทุกพิมพ์ที่ พระครูวิสัยโสภณ (ทิม ธมฺมธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) จ.ปัตตานี เป็นแม่งานในการจัดสร้างหรือเป็นประธานในพิธี มูลค่าแลกเปลี่ยน สภาพสวย ๆ สมบูรณ์บางรุ่นว่ากันที่หลักแสนหลักล้านเลยทีเดียว

วันนี้จะกล่าวถึง เหรียญหลวงปู่ทวด เลื่อนสมณศักดิ์ ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับการเสาะแสวงหากันมาก เพราะชื่อเป็นมงคลยิ่งนัก ใครบูชาติดตัวเชื่อว่าจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง จึงเป็นที่ต้องการของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และผู้ศรัทธาทั่วไป

เหรียญหลวงปู่ทวด เลื่อนสมณศักดิ์ จัดสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ ในวาระที่ พระครูวิสัยโสภณ (ทิม ธมฺมธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทพัดขาว ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่ทวดนั่งขัดสมาธิ มีอักษรรอบข้างเป็นภาษาขอม มีรูปช้างที่ด้านข้างทั้งสองฝั่ง ที่ฐานมีอักษรคำว่า “หลวงพ่อทวด วัดช้างให้” มีห่วงในตัวเหรียญ ด้านหลังมีรูปหลวงปู่ทิมหน้าตรงครึ่งองค์ มีอักษรขอมรอบข้าง ใต้องค์หลวงปู่ทิมมีภาษาไทยคำว่า พระครูวิสัยโสภณ (ทิม) งานเลื่อนสมณศักดิ์ ๐๘ เหรียญ สร้างทั้งหมด ๔ เนื้อ ได้แก่ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน อัลปาก้าและทองแดง

ปัจจุบันค่านิยมเนื้อทองคำอยู่ที่หลักล้าน เนื้อเงินหลักแสนปลาย เนื้ออัลปาก้าและเนื้อทองแดงอยู่ที่หลักแสนกลาง หลักพิจารณาผิวเหรียญควรเรียบตึง ใบหน้าหลวงปู่ทวด อาจารย์ทิม คมลึก เส้นริ้วจีวร เส้นแตก เส้นสายฝนต่าง ๆ จะเรียวคมและไปในทิศทางเดียวกัน หากดูเส้นสายสะเปะสะปะคล้ายมีการตกแต่งบล็อกหรือพิมพ์ผิดเพี้ยนให้ฟันธงไว้ก่อนว่า “เก๊” เนื่องจากเหรียญรุ่นนี้ค่านิยมสูง ของเลียนแบบมีหลายฝีมือ การเช่าบูชาพึงระวังเป็นพิเศษ ไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้ชำนาญ เพื่อความปลอดภัยและสบายกระเป๋า โชคดีมีชัยทั่วกันครับ.

ศิวะมนตรา


ขอบคุณข้อมูลนสพ.เดลินิวส์
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #109 เมื่อ: มกราคม 19, 2013, 10:27:53 PM »

19-1-56 หลวงพ่อปากแดงศักดิ์สิทธิ์ รุ่นเมตตามหาบารมีแก้ปีชง



ย่างเข้าศักราชใหม่ พ.ศ.๒๕๕๖ ผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังวิตกกังวล เพราะดวงชะตาปีเกิดตรงกับ “ปีชง” อาจมีสิ่งไม่ดีไม่งามเข้ามาในชีวิตได้

คำว่า “ปีชง” มาจากโหราศาสตร์ของจีน หมายถึง ปะทะ กล่าวคือปีที่อยู่ตรงกันข้าม เป็นปีคู่กัดหรือเป็นปรปักษ์นั่นเอง ซึ่งปีนี้ตรงกับปีมะเส็ง (งูเล็ก) ดวงชะตาของผู้เกิด ปีกุน (หมู) จะชงโดยตรงกับเทพไท้ส่วยหรือไท้ส่วยเอี๊ย (ผู้คุ้มครองดวงชะตา) และเป็นอริกับปีมะเส็ง ปีมะเส็งเองก็ทับไท้ส่วย เป็นอริกับตัวเอง ปีขาล (เสือ) และปีวอก (ลิง) ก็ร่วมชงไท้ส่วยด้วยเช่นกัน

ใครที่ดวงชะตาตรงกับปีชง เชื่อว่าจะประสบเหตุร้าย เผชิญหน้ากับสิ่งไม่ดีไม่งามและสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย เรียกง่าย ๆ ว่า “ดวงตก” โหราศาสตร์ของจีนให้แก้เคล็ดด้วยการไปกราบไหว้ “เทพไท้ส่วย” เพื่อจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา แต่ถ้าแก้เคล็ดแบบไทยมักแนะนำให้ไปทำบุญเสริมดวง ถวายสังฆทาน ปล่อยนกปล่อยปลา บริจาคทาน เป็นต้น

พระสุธีพรหมคุณ หรือ หลวงพ่อตึ๋ง วาจาสิทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนครนายกและเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อปากแดง เป็นห่วงศิษยานุศิษย์ จึงจัดสร้างวัตถุมงคล “พระผงหลวงพ่อปากแดง รุ่นเมตตามหาบารมีแก้ปีชง” ด้านหลังเป็นเจ้าพ่อขุนด่านให้พกติดตัว แก้เคล็ดเสริมดวง พลิกร้ายกลายเป็นดี

รุ่นนี้พระพรหมสุธี เจ้าคณะภาค ๑๒ และกรรมการมหาเถรสมาคมเมตตามอบมวลสารพระผงเก่าที่ชำรุดจากวัดระฆังโฆสิตาราม วัดบางขุนพรหม วัดเกศไชโย วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ว่านมหามงคล ๑๐๘ และจากอีกหลาย ๆ วัดมาให้จัดสร้างเป็นกรณีพิเศษ และพระสุธีพรหมคุณ หรือหลวงพ่อตึ๋ง ได้นิมนต์พระเกจิชื่อดัง ๑๖ วัด มาร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตเข้มขลังในพระอุโบสถที่ประดิษฐานหลวงพ่อปากแดงศักดิ์สิทธิ์.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #110 เมื่อ: มกราคม 26, 2013, 01:47:47 PM »


26-1-56 หลวงพ่อปู่-หลวงปู่กรับ วัดโกรกกราก ตำนานพระใส่แว่น ขลังศักดิ์สิทธิ์จริง



“หลวงพ่อปู่” เป็นพระ พุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อยู่ในอุโบสถวัดโกรกกราก ถนนธรรมคุณากร ต.โกรกกราก อ.เมือง จ.สมุทร สาคร สิ่งที่แปลกคือ ใส่แว่นตา ทั้งแว่นดำ แว่นแฟชั่นและแว่นสายตา รวมทั้งรูปหล่อของ พระครูธรรมสาคร ญาณวฒโน หรือ หลวงปู่กรับ อดีตเจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ก็สวมแว่น ตาสีดำเช่นเดียวกัน

พระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ หรือ หลวงพ่อมหาสัมฤทธิ์ วิสุทฺธสีโล เจ้าคณะตำบลโกรกกราก และเจ้าอาวาสวัดโกรก กราก ในปัจจุบัน เล่าว่า การถวายแว่นแก้บนน่าจะเกิดขึ้นเมื่อเกือบร้อยปีมาแล้ว เกิดโรคตาแดงระบาด  ชาวบ้านจึงบนบานให้หายจากโรคตา แดง ปรากฏว่าหายป่วยทั้งหมู่บ้าน ก็แห่ปิดทองแก้บนกันยกใหญ่ หลวงปู่กรับอดีตเจ้าอาวาสเกรงพระเก่าแก่จะเสียหาย ได้ออกอุบายนำแว่นตามาใส่แทน ชาวบ้านและผู้ศรัทธาเห็นเข้าก็ยึดถือปฏิบัติตั้งแต่นั้นมา

ปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อปู่มีไม่น้อย ครั้งหนึ่งมีหมอผีลักลอบเจาะช่องท้องหลวงพ่อปู่ ปรากฏว่าเสียสติบ้าคลั่งและตายไป หลวงปู่กรับ จึงนำทองคลุกรักอุดรอยเจาะไว้และจัดพิธีบวงสรวงสักการะ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนอ้าย ดังนั้นวันนี้ของทุกปีจึงเป็นวันไหว้หลวงพ่อปู่เรียกวันนี้ว่า “วันแซยิดหลวงพ่อปู่” และในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ทางวัดได้จัดงานระหว่าง วันที่ ๒๕-๓๑ ม.ค. นี้ มีดนตรีและมหรสพให้ดูฟรีตลอดงาน

ปีนี้วัดโกรกกรากจะทำก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ ขยายพื้นที่จากอุโบสถหลังเดิมให้กว้างถึง ๕๔ เมตร ยาว ๕๖ เมตร  ยกพื้นสูง เป็นไม้ทั้งหลัง โดยทางวัดได้ซื้อไม้แผ่นใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย กำหนดวางศิลาฤกษ์ในวันพฤหัสบดี ที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ (ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๙) โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญและกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานในพิธี

ส่วนวัตถุมงคล “หลวงพ่อปู่” มีหลายรุ่นหลายวาระ ที่ได้รับความนิยมมากจะเป็นเหรียญรุ่นแรก พ.ศ. ๒๕๐๒ พกติดตัวคุ้มครองอันตราย แคล้วคลาดปลอดภัยเยี่ยมยอดนัก.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #111 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2013, 02:24:06 AM »


9-2-56 พระขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว กรุวัดชุมนุมสงฆ์ สุดยอดพระดี-พระขลังสุพรรณบุรี



จ.สุพรรณบุรี ในอดีตเคยเจริญรุ่งเรือง พบหลักฐานทางโบราณคดี อายุไม่ต่ำกว่า ๓,๕๐๐-๓,๘๐๐ ปี ตั้งแต่ยุคหินใหม่ ยุคสัมฤทธิ์ ยุคเหล็ก ซึ่งสืบทอดวัฒนธรรมต่อมาแต่ครั้ง สุวรรณภูมิ เดิมชื่อว่า “เมืองทวารวดีศรีสุพรรณ ภูมิ” หรือ “พันธุมวดี” ในสมัยพระเจ้ากาแต (เชื้อสายปนพม่า) ขึ้นครองราชย์ ได้ย้ายเมืองไปอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำท่าจีน ทรงสร้างวัดสนามชัยและบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ชักชวนข้าราชการบวช ๒,๐๐๐ คน เป็นที่มาของชื่อเมืองว่า “สองพันบุรี” ครั้นสมัยพระเจ้าอู่ทองย้ายเมืองไปอยู่ทางฝั่งใต้ ก็เรียกชื่อใหม่ว่า “เมืองอู่ทอง” กระทั่งยุคขุนหลวงพะงั่ว ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสุพรรณบุรี

ด้วยความที่เป็นเมืองสำคัญทางประวัติ ศาสตร์และเป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ จึงมีการก่อสร้างวัดและสร้างพระเครื่องบรรจุกรุเอาไว้มากมาย ทั้งเนื้อดิน เนื้อชินและพระบูชา ที่ขึ้นชื่อคือ พระผงสุพรรณ พระขุนแผน พระร่วงยืน พระร่วงนั่ง พระลีลากรุต่าง ๆ ทั้งหมดศิลปะอู่ทองหรือล้อพิมพ์ลพบุรี

วัดชุมนุมสงฆ์ จ.สุพรรณบุรี เป็นวัดร้างอยู่ในโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พระเครื่องกรุนี้ได้รับความนิยมไม่แพ้กรุอื่น ๆ แตกกรุเมื่อวันที่ ๓๐ ก.ย. ๒๕๐๔ โดยถูกคนร้ายลักลอบขุดเจาะองค์พระเจดีย์ ว่ากันว่าได้พระกำแพงศอกไปไม่ต่ำกว่า ๒๐๐-๓๐๐ องค์ พบพระเครื่องพิมพ์ต่าง ๆ กว่า ๒๐-๓๐ พิมพ์ เช่น พระลีลาเชยคางข้างเม็ด พระลีลาประภามณฑล พระลีลาฝักดาบ พระลีลาใบหอก พระลีลาหลังเข็ม พระลีลาบัวโค้ง พระลีลาคู่ พระขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว พระขุนแผนใบมะยม พระนาคปรก พระอู่ทองซุ้มนาค พระนารายณ์ทรงปืน พระตรีกาย เป็นต้น รวมไม่ต่ำกว่า ๒-๓ หมื่นองค์

พระขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว กรุวัดชุมนุมสงฆ์ องค์ในภาพเป็นพระเนื้อชินเงิน ศิลปะอู่ทอง องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัยบนอาสนะฐานบัวคว่ำและบัวหงาย ขอบข้างมีเปลวรัศมีและเม็ดไข่ปลาเรียงงดงาม พุทธคุณโดดเด่นเรื่องโชคลาภ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ครบเครื่อง ปัจจุบันของแท้ ๆ หาชมได้ยากยิ่ง

หลักพิจารณาต้องจำพิมพ์ทรง เนื้อหาเก่าธรรมชาติ คราบไข สนิมตีนกา คราบปรอท รอยปริร้าว รอยรานและรอยระเบิดจากด้านในให้ติดตา ไม่มั่นใจควรปรึกษาผู้ชำนาญสายพระกรุโดยตรง

ขอบคุณภาพและข้อมูลดี ๆ จากเซียนหนุ่มเลือดสุพรรณ ตู้ อู่ทอง.
CREDIT : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #112 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 01:35:07 AM »


16-2-56 เหรียญ ๖ รอบหลวงพ่อเชื้อ คล้องติดตัวอุ่นใจหายห่วง



เอ่ยถึงสุดยอดเกจิคณาจารย์แห่งเมืองชัยนาทมีหลายรูป แต่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานและเป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์ทั่วไป ก็ต้องนึกถึง พระครูสุชัยบุญญาคม หรือ หลวงพ่อเชื้อ สุกกวัณโณ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท

หลวงพ่อเชื้อ เดิมชื่อ เชื้อ ปานขวัญ เป็นชาวห้วยกรด เกิดวันอาทิตย์ที่ ๒๘ ธ.ค. ๒๔๔๖ ปีมะโรง โยมบิดาชื่อ ไปล่ โยมมารดาชื่อ มี มีพี่น้องร่วมอุทรทั้งหมด ๘ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๓ อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดใหม่บำเพ็ญบุญ พ.ศ.๒๔๖๖ โดยมีพระสมุห์คง ยสถิโร (ตำแหน่งขณะนั้น) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เตี้ย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์หรอม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “สุกกวัณโณ” แปลว่า “สุกสดใสประดุจทองคำ” แต่เพียง ไม่นานก็ลาสิกขาไปทำนา ไม่นานเกิดล้มป่วย จึงไปกราบนมัสการ หลวงพ่อโม อดีตเกจิชื่อดังและอดีตเจ้าอาวาสวัดจันทนาราม ให้ช่วยรักษาจนแข็งแรงดีแล้ว ก็ตัดสินใจอุปสมบทอีกครั้ง ณ พัทธสีมาวัดใหม่บำเพ็ญบุญและได้ฉายาเดิมคือ “สุกกวัณโณ” จากนั้นไม่ยอมลาสิกขาอีกเลย จวบจนมรณภาพเวลา ๑๘.๔๖ น. วันที่ ๒ ม.ค. ๒๕๒๕ รวมสิริอายุ ๗๘ ปี ๒๒ วัน

ในช่วงดำรงสมณเพศ หลวงพ่อเชื้อ ร่ำเรียนวิชาต่าง ๆ ทั้งธรรมะและแพทย์แผนโบราณ และได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมจาก พระสมุห์คง อดีตเกจิเรืองเวทหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และอดีตเกจิยุคเก่าอีกหลายรูป ทำให้ท่านมีอาคมแกร่งกล้า วัตถุมงคลทุกรุ่นศักดิ์สิทธิ์และเข้มขลังมาก ใครบูชาติดตัวล้วนอุ่นใจกลับบ้านสบาย

เหรียญ ๖ รอบ เป็นหนึ่งในวัตถุมงคลที่น่าสนใจ จัดสร้างในวาระทำบุญฉลองอายุครบ ๖ รอบของ หลวงพ่อเชื้อ วันที่ ๒๘ ธ.ค. ๒๕๑๘ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ ด้านหลังเป็นยันต์ครูหรือยันต์ ๕ แบ่งเป็น เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ ทองแดงรมดำ ทองแดงผิวไฟ บางท่านว่ามีเนื้อตะกั่วด้วย แต่มีน้อย

วันนี้ยังไม่แรง แต่อนาคตไม่แน่ เพราะมีประสบการณ์สูงมาก.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #113 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2013, 06:21:26 PM »


23-2-23 หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ๒๔๙๗ สุดยอดพระดี-พิธียิ่งใหญ่



หลวงพ่อทวด หรือ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๙๗ ปัจจุบันได้รับความนิยมสูงมาก เป็นที่ต้องการและเสาะแสวงหาของผู้ศรัทธา สภาพสวยเดิม ๆ เช่าบูชากันแพงลิบลิ่ว ข้อมูลการจัดสร้าง พระหลวงพ่อทวด หรือ หลวงปู่ทวด เนื้อว่านรุ่นแรก มีผู้รู้หลาย ๆ ท่านแสดงทรรศนะไว้ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น สรุปได้ว่า นายอนันต์ คณานุรักษ์ คหบดีผู้มั่งคั่ง และ พระครูวิสัยโสภณ หรือพระอาจารย์ทิม ธมฺมธโร อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ร่วมกันกำหนดรูปแบบและสั่งทำแม่พิมพ์จัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดขึ้นในวันที่ ๑๙ มี.ค. ๒๔๙๗ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เพื่อหาทุนก่อสร้างพระอุโบสถ โดยมวลสารประกอบด้วยว่านมงคลมากมาย (บางท่านว่า ๑๐๘ ชนิด บางท่านก็ว่ากว่า ๒๐๐ ชนิด) ผสมกับดินกากยายักษ์ แร่ศักดิ์สิทธิ์จากสถานที่ต่าง ๆ ข้าวก้นบาตร ข้าวเหนียว คลุกเคล้ากับน้ำมันตังอิ้ว กล้วยป่า ปูนขาว ซึ่งส่วนผสมแต่ละองค์อาจแตกต่างกัน เพราะพระปริมาณมาก ว่ากันว่าตั้งใจทำ ๘๔,๐๐๐ องค์ แต่ไม่ครบ เพราะมวลสารหมด ได้พระแค่ ๖๔,๐๐๐ องค์

โดยพิธีพุทธาภิเษกจัดที่เนินดินพระอุโบสถเก่าในวันที่ ๑๘ เม.ย. ๒๔๙๗ เวลาเที่ยงตรง โดยมีพระอาจารย์ทิมเป็นประธานนั่งปรกร่วมกับอดีตพระเกจิคณาจารย์หลายรูป อาทิ หลวงพ่อศรีสุข สัจจะวโร วัดน้ำน้อยใน หลวงพ่อพรหม วัดน้ำขาวใน หลวงพ่อทอง สำนักสงฆ์ป่ากอ หลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน พระครูภัทรภรณ์โกวิท (เจ้าคุณแดง) วัดนาประดู และพระอาจารย์นอง วัดทรายขาว คราวนั้นได้รับเงินทำบุญ ๑๔,๐๐๐ บาท เป็นทุนก่อสร้างพระอุโบสถใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ในที่สุดวงการแบ่งพระหลวงปู่ทวด ๓ พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก แต่ละพิมพ์แยกย่อยไปอีกรวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๐ พิมพ์ และยังมีพิมพ์พิเศษ พิมพ์กลักไม้ขีด พิมพ์ขุนแผน พิมพ์พระประจำวัน พิมพ์พระพุทธชินราช และพิมพ์พระปิดตาอีกด้วย

ใครสนใจต้องขยันศึกษา เพราะ “เก๊” ฝีมือดีระบาดทุกสนาม ขอบคุณภาพและข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซต์พระเครื่องท่าพระจันทร์.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #114 เมื่อ: มีนาคม 02, 2013, 03:44:08 AM »


2-3-56 เหรียญฉลองมณฑปวัดช่องแค หลวงพ่อพรหม เสก๑๑วัน๑๑คืน - ปกิณกะ พระดีพระเด่น



หลวงพ่อพรหม ถาวโร แห่งวัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ท่านได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอดีตพระเกจิคณาจารย์ผู้เปี่ยมไปด้วยบุญญาธิการ ตลอดชีวิตท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและสำเร็จธรรมขั้นสูง สังขารเป็นอมตะ ไม่เน่าเปื่อยสุดอัศจรรย์ ท่านได้สร้างและปลุกเสกวัตถุมงคลไว้มากมายหลายรุ่น ล้วนได้รับความนิยมกันแพร่หลาย

วันนี้ขอกล่าวถึง เหรียญฉลองมณฑป หลวงพ่อพรหม ถาวโร รุ่นนี้จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๑๔ เพื่อแจกเป็นที่ระลึกให้ญาติโยมที่บริจาคทุนทรัพย์ร่วมก่อสร้างมณฑปของวัดช่องแค จำนวน ๑๐,๔๐๐ เหรียญ มีแบบเดียวและเป็นเนื้อทองแดงผิวไฟเนื้อเดียว แบ่งเป็นตอกโค้ด “อุ” และไม่ตอกโค้ด ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปหลวงพ่อพรหมนั่งสมาธิเต็มองค์ ด้านล่างมีคำว่า  “หลวงพ่อพรหม” ด้านบนมีคำว่า  “ที่ระลึกฉลองมณฑปอายุ ๘๘ ปี ” ด้านหลังเป็นรูปมณฑป ยันต์  อักขระขอม “มะ อะ อุ” ในกรอบยันต์แต่ละช่องมีอักขระขอม “อะ  สัง  วิ สุ  โล  ปุ  สะ  พุ  ภะ” และข้างล่างสุดของกรอบยันต์จารึกชื่อหลวงพ่อเป็นอักขระขอมว่า “พระ ถา วะ โร”

เหรียญรุ่นนี้ หลวงพ่อพรหม เมตตาอธิษฐานจิตถึง ๑๑ วัน ๑๑ คืน ติดต่อกัน จึงไม่ต้องสาธยายว่า สุดยอดเข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์เพียงใด จากนั้นค่อยแจกญาติโยมที่ร่วมบริจาคทรัพย์สร้างมณฑปถวายวัดช่องแคจนเสร็จสมเจตนารมณ์

ปัจจุบันเหรียญนี้ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ สภาพสวย ๆ หายากแล้ว เพราะผู้บูชาติดตัวล้วนพบเจอประสบการณ์แคล้วคลาด ปลอดภัย คงกระพันชาตรี เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ครบเครื่องครอบจักรวาล จึงเป็นที่เสาะแสวงหาของนักนิยมพระนั่นเอง.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #115 เมื่อ: มีนาคม 10, 2013, 08:43:47 AM »


10-3-56 นารายณ์ทรงครุฑ วัดคีรีวัน หนุนดวง



ตื่นตระหนกยกใหญ่ ใครดวงตกปีชงแห่แก้เคล็ดเสริมดวงชะตาราศีกันวุ่นวาย ขวนขวายหาวัตถุมงคลมาบูชาติดตัวป้องกันอันตราย ปีนี้เป็นปีมะเส็ง (งูเล็ก) อริปีนี้โดยตรงก็คือ ผู้ที่เกิดปีกุน (หมู) รองมาจะเป็นปีมะเส็ง (งูเล็ก) ปีขาล (เสือ) ปีวอก (ลิง) ใครปีชงควรหมั่นทำบุญทำทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ปล่อยปลาไหล ก็ช่วยบรรเทาเบาบางไปได้และอย่าลืมวัตถุมงคลต่าง ๆ บูชาติดตัวไว้บ้าง โดยเฉพาะ “พญาครุฑ” แก้อาถรรพณ์งูเงี้ยวเขี้ยวขอได้ยอดเยี่ยมนัก

เหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ รุ่นมหาอำนาจ มหาบารมี วัดคีรีวัน ต.ศรีนาวา อ.เมือง จ.นครนายก เป็นวัตถุมงคลที่มาแรงและได้รับความนิยมสูง เพราะแก้เคล็ดเสริมดวงดีนัก สร้างโดย พระครูอุดมกิจจานุกูล เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน เพื่อหาทรัพย์บูรณะและพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง เหรียญรุ่นนี้ผสมเหรียญเก่าและโลหะศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงปู่สาลี โอภาโส อดีตเกจิชื่อดัง และโลหะชนวนอดีตเกจิคณาจารย์มากมาย มีเนื้อทองแดงรมดำอย่างเดียว จำนวน ๒,๕๕๕ เหรียญ ยิงเลเซอร์โค้ด-หมายเลขกำกับทุกเหรียญ และพระครูอุดมกิจจานุกูลยังเมตตาปลุกเสกเดี่ยวให้อีกหลายวาระด้วย

เหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ รุ่นนี้เปิดให้ลูกศิษย์และผู้ศรัทธาบูชาครั้งแรกตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เมื่อคราวงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระครูคีรีวนานุกูล (หลวงปู่สาลี โอภาโส) อดีตเจ้าอาวาสวัดคีรีวันและอดีตเกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.นครนายก จนถึงวันนี้ได้รับความนิยมมาก

สอบถามเส้นทางไปทำบุญที่วัดได้ที่ พระครูอุดมกิจจานุกูล เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน ต.ศรีนาวา อ.เมือง จ.นครนายก โทรศัพท์ ๐๘-๑๘๒๖-๓๖๙๕, ๐๘-๙๙๓๑-๙๙๓๓.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #116 เมื่อ: มีนาคม 23, 2013, 09:10:07 AM »


23-3-56 พระปิดตาพิมพ์ใหญ่หลังแบบ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์



พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี เข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์ ติดหนึ่งในทำเนียบ “เบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักยอดนิยม” ของประเทศไทย อันได้แก่ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี พระปิดตาหลวงปู่จีน วัดท่าลาด จ.ฉะเชิงเทรา พระปิดตาหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (บพิตรพิมุข) และพระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี

ประวัติโดยสังเขป หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เกิดในครอบครัวชาวประมง จ.เพชรบุรี อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดพระทรง จ.เพชรบุรี ก่อนจะธุดงค์ปลีกวิเวกเล่าเรียนสรรพวิชาอาคมไปทั่วสารทิศและไปพำนักอยู่ที่วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี สร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักอันลือลั่น ปัจจุบันค่านิยมสูงทะลุหลาย ๆ ล้าน เมตตามหาเสน่ห์สุดยอด ว่า
กันว่าเศษผงเหลือจากการสร้างพระโดนลมพัดปลิวไปตกโอ่งน้ำ สาวแก่แม่ม่ายวักน้ำล้างหน้า ลูบเนื้อลูบตัว ต้องมนต์ลุ่มหลงเสน่ห์กันทั่วหน้าพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว เนื้อผงคลุกรัก แบ่งเป็น ๓ พิมพ์มาตรฐาน คือ ๑. พิมพ์ใหญ่ (หลังแบบ, หลังยันต์, หลังเรียบ)

๒. พิมพ์กลาง (หลังแบบ, หลังยันต์, หลังเรียบ) ๓. พิมพ์เล็ก (หลังจารอักขระ, หลังเรียบ) และยังมีพิมพ์ปั้นลอยองค์เนื้อผงคลุกรักออกวัดปากทะเล จ.เพชรบุรี และเนื้อตะกั่ว (หลังจารอักขระ, หลังเรียบ)

วันนี้จะเอ่ยเฉพาะ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ใหญ่หลังแบบ ในภาพเป็นเนื้อผงคลุกรักปิดทอง หลักพิจารณาเบื้องต้น มือที่ปิดหน้าขวามือจะเล็กกว่าซ้ายมือ ข้อมือขวาคอดเว้ากว่าซ้ายมือ ไหล่ขวาสูงกว่าไหล่ซ้าย ท้องแขนขวาจะมีเนื้อนูนและท้องแขนขวาจะโค้งกว่าแขนซ้าย ช่วงแขนขวาจะโค้งยาวกว่าแขนซ้าย ประการสำคัญควรจำพิมพ์ทรง เนื้อหา ความเก่า รอยหดเหี่ยวให้ชินตา เผื่อจะมีโอกาสได้พระแท้ สุดยอดพุทธคุณเอาไว้บูชาในวันหน้า
ขอบคุณภาพสวย ๆ จากหนังสือ ปฏิมากรรมแห่งโชค โดย โชค บูลกุล.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #117 เมื่อ: มีนาคม 30, 2013, 01:17:20 AM »


30-3-56 พระลีลา ๒๕ พุทธศตวรรษ ศักดิ์สิทธิ์ ล้ำค่า น่าบูชา



พระลีลา ๒๕ พุทธศตวรรษ สุดยอดของดีที่จัดสร้างยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อแจกเป็นที่ระลึกให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์ร่วมก่อสร้างพระพุทธลีลา ขนาดความสูง ๒,๕๐๐ นิ้ว(๖๒.๕๐ เมตร) เนื้อที่ ๒,๕๐๐ ไร่ ที่ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๘ และเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเททอง พระพุทธรูปจำลอง “พระพุทธปฏิมาประธานพุทธมณฑล” ทรงกดพิมพ์นำฤกษ์พระลีลา ๒๕ พุทธศตวรรษ เนื้อดินผสมเกสร ๓๐ องค์ ณ มณฑลพิธีวัดสุทัศนเทพวราราม วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๐

พระชุดนี้ ประกอบด้วย พระพุทธรูปบูชาทองคำแบบพุทธลีลาสูง ๙ ซม. ๔ องค์ เหรียญทองคำ ๒,๕๐๐ องค์ เหรียญเนื้อนาก (มีน้อย) เหรียญเนื้อเงิน (มีน้อย) เหรียญเนื้อชิน ผสมโลหะมงคล ๙ ชนิด หลอมรวมกับแผ่นจารชนวนพระเกจิทั่วประเทศ ๒,๔๒๑,๒๕๐ องค์พระเนื้อผง (ผงเกสรดอกไม้ ๑๐๘ ชนิดผสมกับผงพุทธคุณจากพระเกจิคณาจารย์และดินจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ) ๒,๔๒๑,๒๕๐ องค์

จากนั้นพระเครื่องทั้งหมดเข้าพิธีพุทธาภิเษก ๓ วัน ๓ คืน ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ก่อนแจกให้ไปบูชา โดยมีสมเด็จพระราชาคณะเจริญพระพุทธมนต์ ๒๕ รูป พระเกจิคณาจารย์จากทั่วประเทศนั่งปรกบรรจุพุทธาคม อาทิ พระครูอาคมสุนทร วัดสุทัศนฯพระครูวินัยธร (เฟื่อง) วัดสัมพันธวงศ์ พระครูภักดิ์ วัดบึงทองหลาง พระอาจารย์เหมือน วัดโรงหีบ พระราชโมลี วัดระฆังโฆสิตาราม พระครูทิวากรคุณ วัดตลิ่งชัน พระครูปลัดแฉ่ง วัดบางพัง พระอาจารย์เต๋ วัดสามง่าม พระอาจารย์ลี วัดโศกการาม พระครูไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) วัดท่ากระบือ พระอาจารย์แต้ม วัดพระลอย หลวงพ่อครื้น วัดสังโฆ หลวงพ่อพริ้ง วัดวรจันทร์ พระวรพรตปัญญาจารย์ (หลวงปู่เฮี้ยง) วัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) หลวงพ่อหลาย วัดราษฎร์บำรุง พระครูศรีพรหมโสภิต (แพ) วัดพิกุลทอง หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก ครูบาวัง วัดบ้านเด่น หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติฯ หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง หลวงพ่อทบ วัดชนแดน หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ เป็นต้น

นับเป็นพระเครื่องอีกรุ่นหนึ่งที่น่าบูชาติดตัว เพราะพุทธคุณครอบจักรวาล.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #118 เมื่อ: เมษายน 13, 2013, 10:26:18 AM »


13-4-56 พระกริ่งไพรีพินาศ บัวเหลี่ยม ขลัง-ศักดิ์สิทธิ์ พลิกร้ายเป็นดี



พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร ติดทำเนียบพระกริ่งยอดนิยมมายาวนาน ผู้ศรัทธาต่างเสาะแสวงหากันกว้างขวาง เพราะเชื่อมั่นในพุทธคุณและนามอันเป็นมงคล ว่ากันว่าสามารถขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและสิ่งไม่ดีไม่งามทั้งหลายให้พ้นไปจากชีวิต พลิกร้ายกลายเป็นดี ทำให้นับวันของแท้ ๆ และสวยสมบูรณ์หายากมากขึ้นทุกที

จากข้อมูลในหนังสือ “ตำนานวัดบวรนิเวศวิหาร” ผู้สถาปนา (สร้าง) พระกริ่งชุดนี้คือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์) โดยมีการหล่อพระกริ่งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๕ จนแล้วเสร็จพร้อมกับหล่อพระพุทธปฏิมาเพื่อฉลองพระชันษา ๘๐ ปีของเจ้าประคุณสมเด็จฯ นำเข้าประกอบพิธีพุทธาภิเษกในวันเสาร์ที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๖ ตรงกับวันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเส็ง เวลา ๑๓.๕๒ น. ณ บริเวณพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

ผู้ชำนาญสายพระกริ่งพระหล่อได้จำแนกเอาไว้เป็นมาตรฐาน ๒ พิมพ์ ด้วยกัน ได้แก่ พระกริ่งไพรีพินาศ พิมพ์บัวเหลี่ยม และ พระกริ่งไพรีพินาศ พิมพ์บัวแหลม มูลค่าและความนิยมจะแตกต่างกัน พิมพ์บัวเหลี่ยมจะมีค่านิยมและราคาสูงกว่าพิมพ์บัวแหลม โดยในภาพวันนี้เป็นพิมพ์บัวเหลี่ยม สภาพสวยสมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่งของวงการกรรมวิธีการบรรจุเม็ดกริ่งในองค์พระ ช่างจะเจาะอุดเม็ดกริ่งที่ใต้ฐานพระ ขนาดของรูบรรจุกริ่งจะใกล้เคียงหรือเท่ากับขนาดแท่งดินสอหรือบางองค์อาจจะเล็กกว่าไม่มากนัก วรรณะพระกริ่งจะสีเหลืองปนขาวเล็กน้อย ไม่กลับดำ จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุชัดเจน แต่คาดว่ารวมทั้ง ๒ พิมพ์ มีหลายพันองค์

พระกริ่งไพรีพินาศ จัดเป็นพระกริ่งรุ่นแรกที่จำลองแบบพิมพ์มาจากพระบูชาไพรีพินาศองค์ต้นแบบที่มีผู้นำมาทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ประมาณ พ.ศ. ๒๓๙๑

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฮียเกี๊ยก ทวีทรัพย์.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #119 เมื่อ: เมษายน 27, 2013, 03:21:03 AM »


27 เมษายน 2556

ชินราชอินโดจีน พ.ศ.๒๔๘๕ สุดยอดขลังและศักดิ์สิทธิ์



พระพุทธชินราชอินโดจีน นับวันยิ่งได้รับการเสาะแสวงหาจากผู้ศรัทธา เพราะเปี่ยมล้นด้วยคุณค่า สุดยอดพุทธคุณในความ “ขลัง” และ “ศักดิ์สิทธิ์” มายาวนาน

จัดสร้างโดยพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย มอบหมายให้กรมศิลปากรจำลองแบบมาจาก พระพุทธชินราช องค์ประธานในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พิษณุโลก (วัดใหญ่) ทำพิธีเทหล่อนำฤกษ์ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ในวันที่ ๑ ก.พ. ๒๔๘๕ ตรงกับวันเสาร์ ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓ จากนั้นนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่อีกครั้ง ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๒๑ มี.ค. ๒๔๘๕ ตรงกับวันเสาร์ ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชฯ (แพ ติสสฺเทโวมหาเถร) เป็นประธาน พระมงคลราชมุนี (สนธิ์ ยติธโร) หรือเจ้าคุณศรี (สนธิ์) เป็นแม่งาน เมื่อคราวดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระศรีสัจจญาณมุนี” ได้ดำเนินการตามตำรับพระกริ่งวัดสุทัศน์ทุกประการ

พระเกจิคณาจารย์ที่ร่วมพิธีพุทธาภิเษกมี ๑๐๘ รูป อาทิ หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว หลวงพ่อโอภาสี บางมด หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่ สมเด็จพระพุฒาจารย์นวม วัดอนง หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ หลวงปู่กลิ่น วัดสะพานสูง หลวงปู่กลีบ วัดตลิ่งชัน หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก หลวงพ่อเลียบ วัดเลา หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ หลวงพ่อพรหมสร (รอด) วัดบ้านไพร เป็นต้น

พระชุดนี้มีทั้ง พระบูชา พระหล่อ และเหรียญปั๊ม ในวันนี้จะกล่าวเฉพาะ “พระหล่อ” สร้างประมาณ ๙๐,๐๐๐ องค์ แล้วคัดเลือกเหลือ ๘๔,๐๐๐ องค์ ให้เช่าบูชาองค์ละ ๑ บาท มีทั้งใต้ฐานอกเลานูนและฐานเรียบ (ตอกโคดและไม่ตอกโคด) แบ่งเป็น ๔ แม่พิมพ์หลักคือ สังฆาฏิยาว สังฆาฏิสั้น พิมพ์ต้อบัวขีด พิมพ์ต้อบัวเล็บช้าง และแยกย่อยพิมพ์พิเศษไปอีกหลายสิบพิมพ์

การเช่าบูชาต้องระวังให้ดี “เลียนแบบ” เกลื่อนทุกสนาม.


ศิวะมนตรา
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: