หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เสือดำ เสือใบ เสือมเหศวร กับตำนานเสือร้ายในอดีต!  (อ่าน 98708 ครั้ง)
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25032


YOU HAPPY AND I HAPPY


« เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 11:39:02 PM »

<a href="http://www.youtube.com/v/Ftxx_FkiTWk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" target="_blank">http://www.youtube.com/v/Ftxx_FkiTWk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;</a>

<a href="http://www.youtube.com/v/4hFkEfqp1-A&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" target="_blank">http://www.youtube.com/v/4hFkEfqp1-A&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;</a>

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 08, 2010, 12:14:42 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

-ดูซีรีย์คลิกที่นี่
-แนะนำให้ท่านที่นิยมเข้ามาดูซีรีย์ add หน้าซีรีย์ที่ท่านดูไว้ที่เครื่อง เพราะทุกครั้งที่มีการเพิ่มเรื่องใหม่หน้าเก่าจะเคลื่อนที่
-หากท่านคลิกดูรายการ แล้วไม่พบลิงค์หรือไม่พบหน้านั้น หมายถึง เราได้ทำการลบออกเนื่องจากทางยูทูปได้ลบข้อมูลของช่องนั้นไปแล้ว
-วิธีการดูvdoเวปเอมไทย2014
แนะนำบราวเซอร์ Comet birdจะสามารถดูวีดีโอจากเวปเอมไทยได้ดีที่สุด01/08/2014

-วิธีติดตั้งโปรแกรม IDM สำหรับดาวน์โหลด คลิปวีดีโอ
-*คลิกสำรองเวปดูซีรีย์2014เฉพาะบางเรื่องหากบางช่วงเวลาหน้าเวปไนท์สยามโหลดช้า**
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25032


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2009, 07:49:45 PM »



สำหรับนักอ่านชาวไทย เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ป. อินทรปาลิต ซึ่งเป็นนามปากกาของ ปรีชา อินทรปาลิต ป. อินทรปาลิต เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนโสมนัสและเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยฝ่ายประถมฯรุ่นเดียวกับ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และเมื่อเรียนถึงชั้นปีที่สองฝ่ายชั้นมัธยมฯ เกิดความรู้สึกว่าไม่ชอบอาชีพทหาร จึงขอลาออกจากโรงเรียนนายร้อย แต่ระบุในอัตชีวประวัติของ ป.อินทรปาลิต ที่เขียนด้วยตนเอง เปิดเผยว่า เรียนโรงเรียนนายร้อย รุ่นเดียวกับ จอมพลถนอม กิตติขจร และ มี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นรุ่นพี่ และตนเองเรียนตกซ้ำชั้น 2 ปี เพราะต้องการรอเรียนกับเพื่อน เลยต้องรีไทร์จากโรงเรียนนายร้อย จึงหันมาจับปากกาเป็นนักเขียน


ซึ่งผลงานเขียนที่โด่งดัง ป.อินทรปาลิต มีมากมายหลายเรื่อง แต่ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมาจวบจนทุกวันนี้คือ ผลงานเรื่อง นักเรียนนายร้อย,เสือดำ- เสือใบและงานเขียนชุดสามเกลอ พล นิกร กิมหงวน ที่ถือว่าเป็นสุดยอดงานเขียนที่หานักเขียนไทยคนใดเทียบเท่าได้



แต่สำหรับผลงานเขียนที่อยากจะรำลึกถึงคือ ผลงานนวนิยายเรื่องเสือใบและเสือดำ เป็นนวนิยายที่เขียนขึ้นจากเค้าโครงชีวิตจริงของสองเสือผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่มีอยู่ สี่เสือแดนสยามคือ เสือใบ, เสือดำ, เสือฝ้าย และ เสือมเหศวร



สำหรับเรื่องราวของเสือดำนั้นนอกจากจะมีนวนิยายของ ป.อินทรปาลิตแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ พล.ต.ต.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ซึ่งถือว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ ป.อินทรปาลิต ยังได้รวบรวมปกหนังสือและภาพวาดประกอบอันสวยงามวิจิตร ซึ่งเป็นผลงานของ อาภรณ์ อินทรปาลิต  มาเขียนเล่าเรื่องในหนังสือชุด "เสือดำ" ซึ่งเป็นการรวบรวมภาพของนวนิยายบู๊ โลดโผนเรื่อง "เสือดำ" เป็นบทประพันธ์ของ ป.อินทรปาลิต ที่วาดโดย จิตรกรคู่ใจ ซึ่งเป็นน้องแท้ๆของ ป.อินทรปาลิต เป็นจำนวนถึง 82 ปก มาใช้อย่างสมบูรณ์ในเล่มเสือดำ ซึ่งนับเป็นการยากที่จะมีใครเคยรวบรวมครบถ้วนบริบูรณ์ทั้งชุดเช่นนี้




หนังสือเล่มนี้ของ พล.ต.ต.พีระพงศ์ ที่นำภาพปกทั้ง 82 ปก ของนวนิยายเสือดำมาโชว์แล้วยังเขียนถ่ายทอดบรรยากาศยุคสมัยเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน ในภาพทุกภาพเสือดำเป็นนวนิยายที่โด่งดังจากปลายปากกาของ ป.อินทรปาลิต เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงใหม่ๆ นับว่าเป็นโอกาสดี ซึ่งท่านจะได้เป็นเจ้าของผลงานชิ้นนี้




สำหรับชีวิตจริงของเสือดำ ผู้เป็นจอมโจรชื่อดังในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ร่วมสมัยกับ เสือใบ, เสือฝ้าย และ เสือมเหศวร มีชื่อจริงว่า ระพิน ได้ชื่อว่าเสือดำ จากการสวมชุดดำเวลาออกปล้น และใช้ปืนคู่ แต่เมื่อเวลาออกปล้นจะต้องประกาศให้เจ้าทรัพย์รู้ก่อนล่วงหน้าเป็นสัปดาห์และปล้นด้วยความสุภาพ นิยมปล้นแต่คนรวยให้คนยากจน จนได้รับฉายาว่า สุภาพบุรุษเสือดำ เช่นเดียวกับ เสือใบ




เสือดำ ถูกปราบได้ด้วย ขุนพันธรักษ์ราชเดช นายตำรวจมือปราบชื่อดัง โดยขุนพันธ์ฯ ให้โอกาสเสือดำกลับตัว เสือดำจึงไปบวชกับ พลตำรวจเอกประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจในยุคนั้น และบวชมาจนบัดนี้


ปัจจุบัน เสือดำ คือ หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร เจ้าอาวาสวัดศรีนวลธรรมวิมล เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร อายุกว่า 80 แล้ว แต่สุขภาพก็ยังแข็งแรงอยู่ และมักได้รับเชิญเป็นประธานในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลร่วมกับ เสือใบ และ เสือมเหศวร เสมอๆ



เรื่องราวของเสือดำ ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2543 ในเรื่อง "ฟ้าทะลายโจร" โดยผู้รับบทเสือดำ คือ ชาติชาย งามสรรพ์


ท่านได้เมตตาเปิดเผยกับทีมข่าว "คนในเมืองน้ำหมึก" ว่า "ความจริงแล้วท่านไม่เคยคิดจะเป็นโจรเลยแม้แต่น้อย ไม่เคยคิดจะเข้ามาในวงการโจร แต่มีความจำเป็น ไม่มีทางเลือก โดยประมาณปี 2490 มีโจรก่อเหตุเป็นจำนวนมาก ขณะนั้นอายุ 20 กว่าปี เป็นวัยรุ่นไฟแรงคึกคะนอง แต่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร กระทั่งที่บ้านมาถูกโจรปล้นควายไปจนหมดคอก ไม่เหลืออะไรแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน จึงปรึกษาเพื่อนๆไปแก้แค้นเพราะทราบว่าโจร คือ กลุ่มวัยรุ่นหมู่บ้านข้างเคียง โดยยิงวัยรุ่นกลุ่มนั้นตายไป 4 ศพ จึงถูกตำรวจติดตามตัว ต้องหนีออกจากบ้าน แล้วเริ่มออกปล้นชาวบ้านใน จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่นั้นมา"..... และแน่นอนว่า เรื่องราวในนวนิยายเรื่องเสือดำก็ไม่ตรงกับชีวิตจริงของท่านทั้งหมด เพราะเป็นเพียงการหยิบเอาเค้าโครงมาผูกเรื่องใหม่เท่านั้นเอง




"เสือดำ" ซึ่งปัจจุบันหันหน้าสู่ "ร่มผ้าเหลือง" บวชเป็นพระได้ฉายาว่า "หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร" ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีนวล ย่านหนองแขม ยังย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ "เส้นทางแห่งชุมโจร" ต่อไปอีกว่าหลังจากออกปล้นเรื่อยมาจนมาพบกับ "เสือมเหศวร" และ "เสือใบ" ซึ่ง "หัวอกเดียวกัน" เพราะทั้งสองถูกโจรปล้นบ้านและต้องการแก้แค้น จึงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร ขณะนั้น "สมุน" ยังไม่มี จึงแยกทางกันไป "สร้างชื่อ"เพื่อหาลูกน้อง จนมีลูกน้องติดตาม 50-60 คน จึงตั้งเป็น "ซุ้มเสือดำ"!!!

เมื่อบ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง "ชุมโจร" ก็มีกฎของชุมโจร....."หลวงพ่อทวีศักดิ์" เล่าว่า ในการปล้นของเสือดำมี "กฎเหล็ก" ว่าจะปล้นแบบ "ผู้ดี" คือ จะออกปล้นช่วงต้นเดือนและปลายเดือนเท่านั้นและ ก่อนเข้าปล้นจะเขียนป้ายไปติดไว้หน้าหมู่บ้านที่จะปล้น เป็นการประกาศล่วงหน้าว่าจะปล้นที่ไหน วันและเวลาใด เพื่อให้เจ้าทรัพย์เตรียมตัวไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาก็มาปล้น สมัยนั้นใช้ม้าเป็นพาหนะ มีปืนคู่กายคนละ 2 กระบอกและกระสอบใส่ทรัพย์สินคนละใบ ก่อนลงมือจะยิงปืนขึ้นฟ้า 3 นัดเป็น "สัญญาณเตือน" ให้คนในหมู่บ้านรู้ว่ามาปล้นแล้ว จากนั้นจะนำกระสอบไปวางไว้ตามจุดต่างๆเพื่อให้ชาวบ้านนำทรัพย์สินมาใส่ เป็นการป้องกันเหตุ "นองเลือด" เวลาทำงาน หรือ "ฤกษ์ปล้น" คือ ตั้งแต่แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จนถึงแสงอาทิตย์ขึ้นเหนือฟ้าอีกครั้งก็เก็บกระสอบกลับออกไป




"กฎเหล็กสำคัญที่สุดของซุ้มเสือดำ คือ ห้ามข่มขู่หรือทำร้ายเจ้าทรัพย์ นอกจากเจ้าทรัพย์จะฮึดสู้ทำร้ายเราก่อน นอกจากนั้นสมุนทุกคนต้องอยู่ในศีลธรรม ห้ามยุ่งเกี่ยวกับสาวในหมู่บ้าน ห้ามปล้นโรงสีข้าวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เราไม่มีข้าวกิน ห้ามปล้นตลาดสด เพราะเป็นจุดรวมของเด็ก คนแก่และคนทั่วไป ถ้าพบลูกน้องคนใดทำผิดกฎจะฆ่าทิ้งทันที เพราะถือว่าผิดสัจจะของกลุ่มโจร ส่วนทรัพย์สินที่ปล้นมาจะแบ่งเป็น 5 ส่วน คือ 1. ค่าอาหาร 2. ค่ากระสุนปืน 3. แบ่งไว้ช่วยเหลือคนจน 4. ช่วยเหลือโรงเรียน และ 5. ช่วยเหลือวัด....."




".....พื้นที่ปล้นของเสือดำจะอยู่ใน 3 จังหวัด คือ อุทัยธานี, สุพรรณบุรี และ ชัยนาท โดยจะแบ่งเขตกันระหว่าง เสือใบ และ เสือมเหศวร ช่วงว่างจากการปล้นจะพาลูกน้องเข้าป่าตัดต้นไม้ไปสร้างบ้านให้คนจนฟรี เพื่อตอบแทนคุณ พร้อมทั้งมอบวัวที่เราปล้นมาให้อีกครอบครัวละ 1 คู่" อดีต "เสือดำ" เล่าถึงเส้นทางสายโจรที่รุ่งโรจน์ของเขา ซึ่งพฤติกรรมดูคล้าย "โรบินฮูด"




"เส้นทางสายโจร" ของ "เสือดำ" และเหล่าสมุน รุ่งโรจน์ และโรยด้วยกลีบกุหลาบมาตลอด จนกระทั่งการมาถึงของ "ขุนพันธ์ฯ" เส้นทางสายโจรของพวกเขาก็เริ่มตีบตัน.....อดีต "เสือดำ" เล่าถึงชีวิตในช่วงต่อมา ว่า ช่วงปี 2495-2499 ทางการเริ่มปราบปรามกลุ่มโจรอย่างหนักทำให้ 3 เสือ คือ "เสือดำ-เสือใบ-เสือมเหศวร" เป็นที่ต้องการตัวของทางการมาก มี "ค่าหัว" คนละหลายหมื่นบาท การปล้นเริ่มมีอุปสรรค บางครั้งถึงขั้นต้อง "ดวลปืน" กับตำรวจ แต่ก็อยู่รอดปลอดภัยมาตลอดเพราะมีวิชา "อาคม" ที่เรียนรู้มาจากครูบาอาจารย์ จนมาวันหนึ่งเรามีโอกาสได้ดวลปืนกับ "ขุนพันธ์ฯ" ที่ยกกำลังมาดักจับที่ จ.ชัยนาท และวันนั้นก็ทำให้เรา "กลับใจ"



"ครั้งนั้นต่างคนต่างมีวิชาอาคมทั้งคู่ ทำอะไรกันไม่ได้ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาขุนพันธ์ฯ ก็นำกำลังออกไล่ล่าดวลปืนกันอีกหลายครั้ง จนสุดท้ายขุนพันธ์ฯ ได้นัดคุยกันอย่างลูกผู้ชายกับเราว่าต่างคนต่างมีอาคม คงทำอะไรกันไม่ได้ จึงขอให้เราเลิกเป็นโจร หยุดปล้น ถ้าหยุดตำรวจจะยกเลิกการจับกุมทุกหมายจับ แต่ต้องกลับตัวเป็นคนดีและเริ่มต้นชีวิตใหม่ เรากลับมานอนคิดอยู่ 3 วัน เราปล้นมา 20 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้น จึงตัดสินใจหยุดเป็นโจร แบ่งเงินให้ลูกน้อง แล้วแยกย้ายกันไปทำมาหากินอย่างถูกกฎหมาย เราได้ออกบวชศึกษาธรรมะ เพื่อหวังว่าบุญจากการบวชจะทดแทนสิ่งที่ได้ทำผิดไปได้บ้าง" หลวงพ่อทวีศักดิ์ อดีต "เสือดำ" กล่าวทิ้งท้าย




"ปัจจุบันหลวงพ่อเสือดำ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับการเคารพนับถือด้านคาถาอาคมที่มีวิชาแก่กล้า และเปี่ยมด้วยความมีเมตตา ท่านอายุ 99 ปีแล้วและมีสุขภาพที่แข็งแรงดี ยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมและพุทธศาสนา ท่านสร้างทั้งโรงเรียน, โรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้มากมายนับเป็นการปิดฉากตำนาน "เสือดำ" เสือร้ายแห่งแดนสยามให้เหลือเพียงแค่ในความทรงจำเท่านั้น




แต่ถ้าใครอยากโลดแล่นไปในโลกแห่งจินตนาการของชีวิตจอมโจรเสือดำ คงจะหาอ่านได้ในผลงานของ "ป.อินทรปาลิต'' และผลงานของ พล.ต.ต.พีระพงศ์ ดามาพงศ์

20 พ.ย. 52
บันทึกการเข้า

-ดูซีรีย์คลิกที่นี่
-แนะนำให้ท่านที่นิยมเข้ามาดูซีรีย์ add หน้าซีรีย์ที่ท่านดูไว้ที่เครื่อง เพราะทุกครั้งที่มีการเพิ่มเรื่องใหม่หน้าเก่าจะเคลื่อนที่
-หากท่านคลิกดูรายการ แล้วไม่พบลิงค์หรือไม่พบหน้านั้น หมายถึง เราได้ทำการลบออกเนื่องจากทางยูทูปได้ลบข้อมูลของช่องนั้นไปแล้ว
-วิธีการดูvdoเวปเอมไทย2014
แนะนำบราวเซอร์ Comet birdจะสามารถดูวีดีโอจากเวปเอมไทยได้ดีที่สุด01/08/2014

-วิธีติดตั้งโปรแกรม IDM สำหรับดาวน์โหลด คลิปวีดีโอ
-*คลิกสำรองเวปดูซีรีย์2014เฉพาะบางเรื่องหากบางช่วงเวลาหน้าเวปไนท์สยามโหลดช้า**
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 25032


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2009, 07:55:21 PM »



ตี๋ใหญ่ มีชื่อจริงว่า กรประเสริฐ ช่างเขียน เป็นชาว อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เมื่อยังเด็ก ตี๋ใหญ่มักถูกเพื่อนๆ วัยเดียวกันกลั่นแกล้งรังแกอยู่เสมอๆ จึงทำให้เป็นคนกล้าสู้คนขึ้นมา

โดย สภาพแวดล้อมแถวบ้านเป็นเรือสวนไร่นา ตี๋ใหญ่จึงมักจะตัดก้านบัวเป็นหลอดอมเข้าปากเพื่อหาย ใจในน้ำเสมอๆ ซึ่งต่อมา นี่เป็นวิธีที่ตี๋ใหญ่ใช้ในการหลบหนีตำรวจวิธีหนึ่ง


ตี๋ ใหญ่ โด่งดังจากการเป็นโจรปล้นฆ่าชื่อเสียงโด่งดัง ในราวก่อนปี พ.ศ. 2520 โดยจะปล้นฆ่าไปทั่วแถบบริเวณ จ.ราชบุรีและหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง และบางส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร


มีเสียงเล่าลือกันว่า ตี๋ใหญ่ เป็นโจรใจเด็ด เคยหนีตำรวจโดยกระโดดลงจากรถไฟมาแล้ว และสลัดกุญแจมือด้วยการซ่อนตัวอยู่ใต้สะพานให้รถไฟทั บให้ขาด นอกจากนี้ยังเชื่อว่ากัน ตี๋ใหญ่ เป็นโจรจอมขมังเวทย์ มีคาถาอาคมกำบังหายตัวได้ จึงทำให้หลุดรอดจากการจับกุมของทางการอยู่เสมอๆ
นอก จากนี้แล้ว ตี๋ใหญ่ ยังเป็นโจรเจ้าชู้ กล่าวกันว่ามีภรรยาหลายคน เพราะเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง โดยตี๋ใหญ่โกหกชื่อตน ว่าชื่อแจ็คบ้าง ไพโรจน์บ้าง เป็นต้น โดยที่ภรรยาเหล่านี้บางคนยังไม่ทราบเสียด้วยซ้ำว่า สามีของตนนั้นเป็นโจร



ตี๋ใหญ่มักจะอยู่ไม่เป็นที่ ต้องคอยหลบหนีตลอด โดยเวลานอนจะจุดธูปหนีบไว้ที่นิ้วเท้าเมื่อธูปหมดดอก ก็จะย้ายไปที่อื่น ตี๋ใหญ่มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือ มักจะแต่งกายด้วยเสื้อเชิร์ตลายสก๊อต กางเกงยีนส์สีดำ สวมแว่นตาดำ และรองเท้าผ้าใบ เวลาตี๋ใหญ่ออกปล้นมักจะฆ่าเจ้าทรัพย์ด้วยความโหดเ*** ้ยม โดยจะส่งเสียงขู่ด้วยน้ำเสียงที่น่าหวาดกลัว แต่ก็เสียงเล่าลือกันอีกว่า ในบางครั้งตี๋ใหญ่ก็ปล้นแต่เฉพาะคนรวย และใครเคยช่วยเหลือก็ไม่เคยลืมบุญคุณและจะนำทรัพย์สิ นที่ปล้นได้มาแบ่งให้ โดยวางทิ้งไว้ที่หน้าบ้าน



ตี๋ใหญ่ได้เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2524 โดยตำรวจโดยการนำของ พล.ต.ท.สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ (ยศในปัจจุบัน - อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล) เล่ากันว่าที่ตี๋ใหญ่เสียชีวิตนั้น เพราะกำลังหลบหนี ก่อนหน้านั้นหนึ่งวันได้ให้น้องลูกขับรถกระบะไปรับเพ ื่อไปหาพระเกจิอาจารย์รูป คือ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ที่ จ.สมุทรสาครเพื่อไปขอพระจากหลวงปู่สุดเพราะของเดิมผู ้ที่รู้บางท่านบอกว่าถูกเพื่อนขโมยไป ทั้งตะกรุดและพระ แต่ไม่พบ ขณะที่เดินทางกลับ ได้ถูกเพื่อนร่วมเดินทางหักหลังยิงตี๋ใหญ่จนตาย แล้วรีบออกจากรถ หลังจากตำรวจมาถึงรถที่ตี๋ใหญ่ตายอยู่ในรถก็ได้ระดมย ิงถล่มรถอีกครั้งโดยไม่รู้ว่าตี๋ใหญ่ได้ตายอยู่ในรถก ่อนหน้านี้แล้ว



ภาย หลังจากการเสียชีวิตแล้ว ยังมีเสียงเล่าลือกันว่า ตี๋ใหญ่แท้จริงยังไม่ตาย บ้างก็ลือกันว่าตี๋ใหญ่ได้หนีไปอยู่สหรัฐอเมริกา บ้างก็เชื่อว่าที่ตี๋ใหญ่เสียท่าแก่ตำรวจ เพราะได้หลบไปซ่อนอยู่ใต้ผ้าถุง อาคมในตัวจึงเสื่อม เป็นต้น เรื่องราวของตี๋ใหญ่ยังถูกเล่าขานต่อๆ กันมา


เสือใบ มีชื่อจริงว่า ใบ สะอาดดี เป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจอมโจรชื่อดังในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่โด่งดัง ร่วมสมัยกับ เสือดำ, เสือมเหศวร, เสือฝ้าย เป็นต้น โดยเสือใบจะออกปล้นในแถบภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดลพบุรี โดยเวลาออกปล้นจะแต่งชุดสีดำ สวมหมวกดำ และปล้นด้วยความสุภาพ จนได้รับฉายาว่า สุภาพบุรุษเสือใบ เสือใบถูกปราบได้โดยนายตำรวจมือปราบชั้นยอด คือ ขุนพันธรักษ์ราชเดช



เรื่องราวของเสือใบ โด่งดังเป็นที่รู้จักกันอย่างมาก จนกลายมาเป็นวรรณกรรมของ ป. อินทรปาลิต ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สองครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 ชื่อ สุภาพบุรุษเสือใบ ผู้รับบทเสือใบ คือ ครรชิต ขวัญประชา และในปี พ.ศ. 2541 ในเรื่อง เสือ โจรพันธุ์เสือ ที่ซึ่งบทเสือใบ นำแสดงโดย อำพล ลำพูน กำกับการแสดงโดย ธนิตย์ จิตนุกูล แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เสือใบในเรื่องแตกต่างจากเสือใบในชีวิตจริงโดยสิ้นเชิง เป็นต้นว่า เปลี่ยนชื่อจริงของเสือใบเป็น เรวัติ วิชชุประภา และเป็นลูกชายของขุนนางผู้ใหญ่ผู้หนึ่งในยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ที่พ่อถูกฆ่าตายและถูกใส่ความจนต้องหนีเข้าป่าไปเป็นโจร หรือ นายตำรวจผู้ปราบเสือใบ ชื่อ ผู้กองยอดยิ่ง สุวรรณากร ที่รับบทโดย ดอม เหตระกูล เป็นต้น


ปัจจุบัน เสือใบยังคงมีชีวิตอยู่ สุขภาพยังคงแข็งแรงแม้อายุจะล่วงเข้าวัย 80 กว่าแล้ว


เสือมเหศวร มีชื่อจริงว่า ศวร เภรีวงษ์ เป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจอมโจรชื่อดังในแถบภาคกลางหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สองร่วมสมัยกับ เสือดำ, เสือฝ้าย และเสือใบ โดยเสือมเหศวรแต่เดิมเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ๆ ที่ถูกอำนาจรัฐรังแกและถูกใส่ความว่าฆ่าพ่อตัวเอง จึงจับปืนขึ้นต่อสู้และกลายมาเป็นจอมโจรชื่อดังในที่สุด โดยได้ชื่อว่า "มเหศวร" จากการแขวนพระเครื่องมเหศวรไว้ที่คอ ซึ่งได้ชื่อว่าช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเมื่อเวลาออกปล้นจะปล้นด้วยความโหดเ***้ยมจนได้รับฉายาว่า จอมโจรมเหศวร เคยโดนตำรวจยิงที่ลำตัวและศีรษะหลายนัดแต่ไม่เข้า


เสือมเหศวร ถูกปราบโดยขุนพันธรักษ์ราชเดช ซึ่งขุนพันธ์ ฯ เป็นผู้เกลี้ยกล่อมให้เสือมเหศวรมอบตัว หลังจากได้รับโทษในเรือนจำแล้ว เสือมเหศวรก็ได้บวชเป็นพระและบวชเป็นพราหมณ์มา จนถึงปัจจุบัน แม้มีอายุกว่า 90 แล้ว แต่เสือมเหศวรก็ยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอยู่ และเป็นที่เล่าลือว่าเป็นบุคคลจอมขมังเวทย์ มีชาวบ้านและผู้ที่เชื่อถือแวะเวียยนมาพบปะพูดคุยเสมอ ๆ โดยล่าสุด เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 เป็นผู้ทำพิธีปลุกเสกจตุคามรามเทพรุ่นเซ็นเสือมเหศวรของวัดแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ด้วย



“ฝ้าย” ชื่อเดิมของหนุ่มวัยฉกรรจ์ เขาถูกเล่นงานชนิดเจ็บแสบจากทางตำรวจ โดยมีญาติรายหนึ่งหนุนเนื่องมากับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไส่ไคล้ฝ้ายให้ถึง กับจนมุม ครั้งนั้นฝ้ายถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลอันตรายต่อชุมชนและรัฐ ฐานกระทำความผิดร้ายแรงในข้อหาพาผู้ร้ายหลบหนี ฝ้ายซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จำต้องเดินเข้าซังเตอย่างไม่สามารถปริปากอุทธรณ์ความบริสุทธิ์ของตน แปดปีกว่ากับการใช้ชีวิตในสถานกักขัง สูญสิ้นอิสรภาพทางกายภาพ เหลือเพียงกำแพงกับซี่กรงเขรอะสนิมเป็นเพื่อนในทุกโมงยาม ครั้นฝ้ายได้ลดอาญาจนหวนคืนปิตุภูมิ จากจุดนี้...ฝ้ายลิขิตชีวิตตนเองใหม่ลงบนหน้ากระดาษ

เมื่อรัฐเล่นตลกกับข้า ข้าก็จะสร้างเสียงหัวเราะให้พวกมัน!

นับแต่นั้น “เสือฝ้าย” ก็กลายเป็นชื่อที่หลายคนต่างพากันขยาด แม้กระทั่งทางการยังกริ่งเกรง และไม่สู้จะหาทางลบชื่อนี้ลงได้ง่ายๆ นาม “เสือฝ้าย” ตราอยู่บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ไพล่ถึงขนาดเป็นหัวข้ออภิปรายในสภาอยู่บ่อยครั้ง


คดีเสือฝ้ายควรจะจบลงแบบโป้งเดียวจอด ทว่า...การกำจัดผู้ร้ายรายนี้กลับยากจนทางการต้องปวดเศียรเวียนเกล้าบ่อย ครั้ง อุปสรรคสำคัญมิได้จำกัดอยู่เพียงอาวุธหรือสรรพกำลังของซุ้มโจร กำแพงกีดขวางกลับเป็นชาวบ้านตาดำๆ ทุกคนคอยปกป้องเสือฝ้าย เสมือนฝ้ายคือญาติในครอบครัวก็มิปาน
-ปล้นคนรวย แจกคนจน-


เสือฝ้ายถูกผู้มีอำนาจเล่นงาน ดังนั้น ศัตรูที่ฝ้ายตั้งเป้ากำจัดย่อมหนีไม่พ้นตัวการที่ส่งเขาไปกินข้างแดงในคุก เสียงร่ำลือถึงวิธีการปล้นของฝ้าย เจตจำนงนั้นผิดกับโจรทั่วไป กล่าวคือ ฝ้ายกับพรรคพวกมิได้ชิงทรัพย์เพื่อยังชีพ โดยประทังให้ปัจจัยสี่ไม่ขาดแคลน ฝ้ายจงใจเล่นงานบรรดาเศรษฐี ผู้มีอำนาจในท้องถิ่นนั้นๆ โดยเฉพาะพวกแปดเปื้อนมลทิน กลิ่นคาวฉาวโฉ่ ประเภทฉ้อโกง ขูดรีด และอาศัยอำนาจในการทำให้ตัวเองร่ำรวย นี่คือเป้าหมายของฝ้าย ด้วยเหตุนี้ คนยากหรือผู้ขัดสนทรัพย์สินศฤงคาร จึงรอดพ้นเงื้อมมือเสือฝ้าย หนำซ้ำ ยังจะได้ ‘ทรัพย์’ อันเป็นผลพลอยได้อีกต่างหาก


การกระทำของฝ้ายเช่นนี้เอง ชาวบ้านถิ่นสุพรรณต่างพร้อมใจเป็นปราการด่านแรก ยันกับการทำคดีของตำรวจ อาทิ การบิดเบือนข้อมูลหรือให้การเท็จ ตลอดจนความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวของทางการ กลุ่มเสือฝ้ายสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ก็ชาวบ้านอีกนั่นแหล่ะที่คาบข่าวมาแพร่งพราย เพราะสำหรับเสือฝ้ายแล้ว เขาคือนักบุญในคราบมาร ชาวบ้านแห่แหนยกย่อง แม้จะรู้อยู่เต็มอกถึงการกระทำของฝ้ายในรูปแบบโจรก็ตามที

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 26, 2012, 04:58:57 PM โดย มาดามเฟ » บันทึกการเข้า

-ดูซีรีย์คลิกที่นี่
-แนะนำให้ท่านที่นิยมเข้ามาดูซีรีย์ add หน้าซีรีย์ที่ท่านดูไว้ที่เครื่อง เพราะทุกครั้งที่มีการเพิ่มเรื่องใหม่หน้าเก่าจะเคลื่อนที่
-หากท่านคลิกดูรายการ แล้วไม่พบลิงค์หรือไม่พบหน้านั้น หมายถึง เราได้ทำการลบออกเนื่องจากทางยูทูปได้ลบข้อมูลของช่องนั้นไปแล้ว
-วิธีการดูvdoเวปเอมไทย2014
แนะนำบราวเซอร์ Comet birdจะสามารถดูวีดีโอจากเวปเอมไทยได้ดีที่สุด01/08/2014

-วิธีติดตั้งโปรแกรม IDM สำหรับดาวน์โหลด คลิปวีดีโอ
-*คลิกสำรองเวปดูซีรีย์2014เฉพาะบางเรื่องหากบางช่วงเวลาหน้าเวปไนท์สยามโหลดช้า**
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: