หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โซจู คือ (เหล้าเกาหลี)  (อ่าน 14167 ครั้ง)
มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 03:41:10 PM »


소주 (โซจู) - เหล้าเกาหลี เห็นเค้าว่ากันว่า แรงมาก คอไม่แข็ง แค่กระดกเดียวก้ออาจคอพับได้ แต่เด็กไทยต่ำกว่าอายุ 18 อย่ากินนะ ที่เกาหลีเค้ากินกันเพราะอากาศมันหนาว แล้วก็จะขายในขวดเขียวๆแบบนี้

โซจู วอดก้าตะวันออก มิตรสหายจากแดนโสม

     สิ่งที่กองทัพกุบไลข่าน ในยุคไล่ล่าอาณานิคมได้มาไม่ใช่เพียงแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลเท่านั้น หากยังรวมถึงวัฒนธรรมอันหลากหลายจากดินแดนที่พิชิตมาครอบครองได้ และ "โซจู" คือหนึ่งในนั้น

     ก่อนหน้านั้นชาว เกาหลี นิยมดื่ม เหล้า พื้นเมืองที่ทำจากธัญพืชและน้ำนมสัตว์ หากทว่าเหล้า "โซจู" ชนิดนี้ทำจากข้าวเจ้า ซึ่งเป็นเหล้าพื้นเมืองชนิดหนึ่งของเอเชียกลาง ในขณะที่ชาวมองโกเลียดั้งเดิมยังนิยมดื่มเหล้าที่หมักจากน้ำนมสัตว์มากกว่า ครั้นพอกองทัพมองโกลพิชิตแผ่นดินไหนได้ ก็จะนำคนในดินแดนที่ยึดได้มาร่วมกองทัพเพื่อเป็นการเสริมทัพให้ยิ่งใหญ่และเกรียงไกรด้วยเสมอ ซึ่งรวมถึงทัพเอเชียกลาง และเมื่อครั้งที่ทัพมองโกลยกทัพมาถึงคาบสมุทรเกาหลี ทหารเอเชียกลางเองก็นำวิธีการหมักเหล้าข้าวเจ้าชนิดนี้เองมาเผยแพร่ในคาบสมุทรนี้ด้วย ซึ่งตรงกับสมัยราชวงศ์โกเรียวของประเทศเกาหลีพอดี

     หลังจากที่มองโกลสามารถครอบครองแผ่นดินจีนทั้งหมด รวมถึงคาบสมุทรเกาหลี วัฒนธรรมการดื่มเหล้าที่ทำจากธัญพืชก็กลายเป็นเครื่องดื่มชั้นสูงของราชสำนักเกาหลีในช่วงราชวงศ์นี้ไปโดยปริยาย

     พอครั้นสิ้นราชวงศ์โกเรียว ลุถึงราชวงศ์โจซอน เหล้าที่หมักจากธัญพืชก็จะมักดื่มกันราชวงศ์อยู่ดี ในขณะที่สามัญชนทั่วไปก็ยังคงดื่มเหล้าที่ทำจากน้ำนมของชาวมองโกล ทว่าเหล้าชนิดนี้ได้กลายเป็นเครื่องดื่มของสามัญชน แทนที่จะดื่มกันเฉพาะในราชสำนักเท่านั้น ในช่วงที่เกาหลีตกอยู่ในอาณานิคมของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สิ้นยุคศักดินา คือตรงกับสมัยราชวงศ์โจซอนของเกาหลีนั่นเอง ขณะที่ชาวญี่ปุ่นเป็นเจ้าอาณัติก็ชื่นชอบเครื่องดื่มชนิดนี้อยู่ไม่น้อยเช่นกัน ญี่ปุ่นเรียกเหล้าชนิดนี้ว่า โซชู (Soshu) แต่ที่เกาหลีเรียกเหล้าที่หมักจากข้าวชนิดนี้ว่า โซจู (Soju) ซึ่งจากสายตาของคนนอกอาจจะมองว่าทั้งสองชาตินี้อาจจะดูไม่ลงรอย หรือว่าเกิดการยอมรับกันสักเท่าไหร่นัก หากทว่าเหล้าชนิดนี้กลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่ทั้งสองชาติต่างยอมรับ และชื่นชมในรสชาติ

     โซจู เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกิดจากการผสมของข้าวจ้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และมันฝรั่ง ผ่านกระบวนการหมักบ่มแบบดั้งเดิมของชาวเอเชียกลางที่สืบทอดมาอย่างช้านาน ทำให้ได้เครื่องดื่มที่ใสบริสุทธิ์ ปราศจากกลิ่นและสี รสชาติบางเบาดื่มได้ลื่นคอ แต่ถ้าดื่มมากลื่นจนเพลินอาจจะหัวทิ่มได้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวทีเดียว เพราะมีระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 25-45% หลังสิ้นสุดสงครามเกาหลี เป็นช่วงเวลาที่แดนกิมจิขาดแคลนข้าวอย่างหนัก จึงมีข้อห้ามในการนำข้าวมาหมักเพื่อเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้มีกรรมวิธีใหม่ๆ ในการทำเหล้าโซจูขึ้นมานั่นคือการหันมาใช้แอลกอฮอล์สังเคราะห์แทน

     จนกระทั่งในปี 1965-1991 รัฐบาลเกาหลีเริ่มอนุญาตให้มีการผลิตเหล้าโซจูกันเป็นเรื่องเป็นราว จึงเป็นช่วงเวลาที่การหมักเหล้าจากข้าวบาร์เลย์ได้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง รวมกระทั่งการผลิตเหล้าโซจูจากแอลกอฮอล์สังเคราะห์ก็ยังมีการผลิตกันอย่างต่อเนื่องอยู่ จนทำให้โซจูกลายเป็นเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติเกาหลีไปในที่สุด และเนื่องจากรสชาติที่ถูกใจ หาดื่มง่ายแม้กระทั่งร้านอาหารข้างทางก็มีเหล้าชนิดนี้เอาไว้บริการ และที่สำคัญราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับเครื่องที่มีแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ ราคาตกขวดหนึ่งก็ประมาณ 1,000 วอน แต่ที่ขายในเมืองไทยตามซูเปอร์มาร์เก็ตก็ตกประมาณขวดละ 170 บาท ถ้าเป็นร้านอาหารเกาหลีที่อยู่ในโรงแรมในบ้านเราก็ตกอยู่ที่ประมาณ 250-450 บาท จึงทำให้โซจูกลายเป็นเครื่องดื่มที่ป๊อบปูล่าที่สุดในแดนกิมจินับแต่นั้นมา ซึ่งในปีที่ผ่านมายอดขายของเหล้าพื้นเมืองชนิดนี้มียอดขายสูงถึง 300 ล้านขวดเลยทีเดียว นับว่าเป็นเครื่องดื่มที่แซงหน้าเครื่องดื่มอมตะอย่างไวน์ เบียร์ หรือวิสกี้นามกระฉ่อนทั้งหลายได้อย่างสบาย เรียกได้ว่าชาวเกาหลีนั้นเป็นนักดื่มตัวยงไม่แพ้ชาติไหนๆ และถ้าขึ้นทำเนียบว่าเป็นนักดื่มตัวจริง แล้วละก็ทุกคนต้องผ่านการดื่มเหล้าโซจูมาก่อนด้วยกันทั้งนั้น

     ไม่เพียงแต่ชาวเกาหลีเท่านั้นที่นิยมดื่มเหล้าโซจู หากทว่าโซจูยังกลายเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในบาร์ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ไทเป ปัจจุบันเหล้าโซจู ยังขยายความนิยมไปยังสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก จนกระทั่งได้รับฉายานามว่า "วอดก้าแห่งตะวันออก" เครื่องดื่มที่ชาวแดนกิมจิภูมิใจเป็นหนักหนา


     ด้วยกระแสความนิยมของเหล้าโซจู นี้เองจึงทำให้ในประเทศเกาหลีมีการผลิตเหล้าชนิดนี้ออกมาวางตลาดมากมายหลายยี่ห้อ แต่ดูเหมือนว่า จินโร จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านอุตสาหกรรมผลิตแอลกอฮอล์หรือสุราของประเทศเกาหลีใต้ เพียงรายเดียวที่ผลิตเหล้าโซจูออกมามากมาย และได้รับความนิยมมากที่สุดคือสามารถขายได้ถึง 70 ล้านขวดในปีที่ผ่านมา สำหรับโซจู ที่ได้รับความนิยมจากแดนกิมจิ ซึ่งถูกกล่าวขาน และมักถูกเลือกดื่มเป็นอันดับแรกๆ ก็คือ

ชัมจินิซึลโร

เริ่มผลิตในปี 1988 มีกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อน ด้วยการกลั่นกรองจากถ่านไม้ไผ่ 3 ชั้นด้วยกัน หลังจากกลั่นด้วยอุณหภูมิ 1,000 องศาเซลเซียส จึงได้เครื่องดื่มที่รสบริสุทธิ์รสชาติละมุนละไม ระดับดีกรีอยู่ที่ 22% ว่ากันว่าดื่มแล้วจะไม่มีอาการแฮงก์โอเวอร์ เพราะกลั่นจากน้ำแร่บริสุทธิ์ เหล้าชนิดนี้จึงเป็นเหล้ายอดนิยมสูงสุด ทว่าส่วนใหญ่จะหาดื่มได้เฉพาะในเกาหลี และในแถบประเทศใกล้เคียงเท่านั้น

จินโร โซจู เป็นเครื่องดื่มที่มีดีกรีมากกว่าประเภทแรกเล็กน้อย คือประมาณ 24 ดีกรี เป็นเครื่องดื่มปราศจากสีและกลิ่น รสบางๆ สามารถดื่มแบบเพียวๆ หรือจะผสมกับมะนาว เหมือนมาร์การ์ริต้าที่ดื่มกับเตกิล่าก็จะช่วยเพิ่มรสชาติแปลกใหม่ยิ่งขึ้น จินโร โซจู ยังมีอีกประเภทหนึ่งที่กรองจากไม้ไผ่เรียกว่า จินโร ชัมจินิซึลโร ซึ่งมีดีกรีเท่ากัน แต่กระบวนการผลิตเหมือนกันกับชัมจินิซึลโร

จินโร โกลด์ โซจู เป็นแบรนด์ยอดนิยมในเกาหลี ดีกรีอยู่ที่ 25% ผ่านกระบวนการกลั่นกรองอันพิถีพิถันถึง 10 ขั้นตอนทีเดียว ไร้สี ไร้กลิ่น รสชาติเข้มข้นขึ้นมาอีกนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดีกรีร้อนแรงในระดับปานกลาง

คู โซจู อีกหนึ่งแบรนด์เก่าแก่ที่ได้รับความนิยมมากในแดนกิมจิ เริ่มผลิตมาตั้งแต่ปี 1926 ปัจจุบันจะเน้นเป้าหมายใหญ่ คือผลิตมาเพื่อนำไปผสมกับค็อกเทล

อันดอง โซจู เหล้าพื้นบ้านของเมือง เกียงซังบุกโด อันเป็นมรดกสืบทอดมาจากราชวงศ์โกเรียวทีเดียว ดื่มง่าย รสชาติคล้ายโซจูทั่วไป หากทว่ามีดีกรีถึง 45 ดีกรี บรรดาคอทองแดงแดนกิมจิล่ะโปรดปรานนักกับโซจูยี่ห้อนี้

คอมวาบู โซจู รสชาติเหมือนวอดก้าแถบรัสเชียตะวันออก แต่ดื่มง่ายกว่า มีดีกรี 25% ซึ่งหาดื่มได้ในเกาหลี

     นอกจากนี้ โซจู ยังมีการเพิ่มรสชาติแปลกใหม่ ทั้ง มะนาว แตงโม แอปเปิล บ๊วย ฯลฯ เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่นั่นเอง

     ในขณะที่เหล้าโซจู มีรสชาติคล้ายๆ กับวอดก้าในแถบรัสเซีย จนได้รับการยกย่องให้เป็น "วอดก้าแห่งตะวันออก" แต่สำหรับคิม ฮันนา ชาวโสมผู้จัดการร้านอาหารเกาหลี "คองจู" โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส นั้นยกย่องให้โซจูนั้นเป็นเครื่องดื่มแห่งมิตรภาพในหมู่เพื่อนพ้องที่รักใคร่ เพราะไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองอะไร หรือว่าต้องการบรรยากาศที่เลิศหรูมากนัก ขอเพียงมีโอกาสได้ดื่มด่ำกับเหล้าโซจูกับสหายที่รู้ใจก็สุดวิเศษแล้วในค่ำคืนนี้ และถ้าต้องการดื่มเหล้าโซจูให้ได้รสชาตินั้น คิม ฮันนาบอกว่า "จะต้องดื่มกับซี่โครงหมู และหมูสามชั้นย่างแบบเกาหลีต้นตำรับ และที่ขาดไปเสียมิได้ก็คือกิมจิ" เรียกว่าการดื่มเหล้าโซจู นั้นเป็นการเรียกน้ำย่อย ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้อาหารมือนั้นเลิศรสอย่าบอกใครเชียว

     สำหรับวิธีการดื่มเหล้าโซจูให้สะใจได้รสชาติที่ร้อนแรงนั้นจะต้องดื่มเมื่อแช่เย็น และควรรินเป็นชอตแล้วกระดกทีเดียวให้หมดแก้ว ความร้อนเร่าจะผ่านลำคอก่อนจะแผ่ซ่านสู่กระเพาะ เมื่อนั้นต่อมลิ้นจะดีดดิ้นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกให้รู้ว่าความสุขสำราญเริ่มต้นขึ้นแล้ว ใครที่เป็นแฟนซีรีส์เกาหลียอดฮิต อย่าง ฟูล เฮ้าส์ ออลทัม อิน มาย ฮาร์ต หรือ สวีต 18 ฯลฯ คงจะเห็นวิธีการดื่มด่ำเหล้าโซจูที่ถูกต้องมาแล้ว หรือถ้าต้องการให้รสชาติไม่ร้อนแรงจนเกินไปนัก คิม ฮันนา แนะนำว่าให้ใช้แตงกวาสไลต์บางๆ แช่ลงไปในเหล้าโซจู ก็จะช่วยทำให้เจ้าเหล้าชนิดนี้ลดดีกรีลงไปได้เยอะเลยเชียว แถมรสชาติยังนุ่มนวลลิ้นกว่าที่คิด

     การรินโซจู ก็ถือเป็นธรรมเนียมการดื่มที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน วิธีการก็คือต้องผลัดกันรินให้กันนะครับ แล้วใช้สองมือถือแก้วชอตรับการรินด้วยความเต็มใจ และเมื่อมีคนรินให้ก็ควรจะรินกลับด้วย และถ้ามีผู้ใหญ่นั่งอยู่ก็ควรจะรินให้ก่อน และถ้าดื่มเหลือห้ามรินทับลงไป ต้องเทของเก่าทิ้งออกเสียก่อนถึงจะรินลงไปใหม่ และสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกว่าคุณเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันจริงๆ แล้วละก็จะต้องดื่มโซจูจากแก้วเพื่อนคนนั้น และเพื่อนคนนั้นก็จะต้องยินยอมรับไมตรีจากสหายรักด้วยการดื่มเหล้าโซจูจากแก้วของเราด้วยเช่นกัน นักดื่มบางคนยังบอกอีกว่าการดื่มโซจูต้องดื่มบนโต๊ะอะลูมิเนียมเหมือนในหนังเกาหลี เวลาดื่มแล้วจะต้องเอาแก้วกระแทกบนโต๊ะมันถึงจะสะใจในรสชาติ...!


THANK:www.thaigoodview.com, Picture By oknation.net



* 43.jpg (21.19 KB, 300x400 - ดู 19509 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

มาดามเฟ
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 24992


YOU HAPPY AND I HAPPY


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 03:43:50 PM »


ว่าด้วยเรื่องการสุรา... จะเร่งรีบเสียมิได้.. นี่เป็นคำกล่าว ของพี่หนาน ลูกศิษย์ครูบาดวงดี วัดเล็กๆแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ

....ไม่ว่าจะเป็นชาติใด ภาษาใด ...สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในยามสังสรรค์ นั่นก็คือ สุรา นี่เอง...เหอๆๆ

....มาพูดเรื่องของเหล้าเกาหลี ...เหล้าที่มีชื่อว่า โซจู ...มันก็คือเหล้าขาวคล้ายๆ เหล้า 35 หรือ 40 ดีกรีบ้านเรานั่นเอง

แต่ว่าของเขานั้น แค่ 20 ดีกรี แถมยังสกัดด้วยความล้ำลึกแบบไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน(ว่าจะไปหาสูตรมาทำขายที่เมืองไทยอยู่ )

ทำให้เหล้าโซจู ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่มีรสเฝื่อนคอ สีใสปานน้ำที่ร่วงลงมาจากสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน...โห...

...นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นต้นเหตุให้สาวเกาหลี เสียพรหมจรรย์มานักต่อนักแล้ว( กินง่าย แต่เมาโคต)..

ด้วยราคาก็ถูกแสนถูก เหล้า 3 ขวด แลกก๋วยเตี๋ยวได้ 1 ชาม...เวลาตื่นนอนก็ไม่มีอาการแฮงค์ ด้วย

นับเป็นสิ่งมหัสจรรย์ ของเกาหลี..อย่างหนึ่งในสายตาของข้าพเจ้าเลยทีเดียว หึๆ..


...บรรจุภัณท์ ก็มีหลากหลายรูปแบบมาก..มีทั้งแบบขวดเล็ก ที่นิยมกันมากเพราะมันกะความเมาได้แม่นยำมาก

คนๆนึง 2 ขวดก็เมาแอ๋แล้ว...สำหรับคนดออ่อน..เอ๊ย คออ่อน....

แบบขวดใหญ่ ที่เป็นขวดพลาสติกใส คล้ายๆ ขวดน้ำแร่ออร่า บ้านเรา..น่าจะเรียกว่าเหมือนเป๊ะเลยดีกว่า...


...มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องนึงว่า...หญิงชาวมุสลิม คนหนึ่งถึงกับอ้วกแตกอ้วกแตน คาตู้เย็น เพราะดันไปดื่มโซจู ที่แช่อยู่ในตู้เย็น

ขวดใสๆ น้ำก็ใส แถมดมดูก็ไม่มีกลิ่น พี่แกก็เลยกรอก พรวดๆๆ เข้าปากด้วยความหิว และด้วยความที่เกิดมาไม่เคยกินเหล้า

ก็เลย อาการหนักหน่อย...เหอๆๆ..(วันต่อมาได้ยินว่าแอบไปกิน บ่อยๆ..อิๆ)



...อีกแบบหนึ่ง คือแบบ ยูเอชที อันนี้เหมามากสำหรับผู้ที่สะดกจะเมาได้ทุกที่ทุกเวลา แถมคนนึกว่าดื่มชาเขียวด้วย..อิๆ

..อีกแบบหนึ่งเป็นแบบกระติกน้ำ 5 ลิตร ...แม่เจ้าวุ้ยย....(คงมีไว้สำหรับคนต้องเดินทางไกล พกไปนิดหน่อยหมดกลางทาง ว่างั้น..)

....รูบแบบการโฆษณาขายเหล้าของเขา ก็สวยหรูมาก..เล่นเอาดาราสาวสวยมาเป็นพรีเซนเตอร์กัน แทบไม่ซ้ำหน้าเลย ยอดนางเอกทั้งนั้น...

นึกภาพ ถ้าเป็นบ้านเรา คงโดนรุมประนามแน่นอน..เหอๆ...

ที่เกาหลี เขาไม่ห้ามดารา นักร้อง หรือแม้แต่นักบอลชื่อดังอย่าง พัก จี ซอง ก็ยังเป็นพรีเซนเตอร์เบียร์เลย...เตะบอลเสร็จ ก็มาล่อเบียร์ต่อ...



...เหล้า โซจู ดื่มได้ทุกเพศทุกวัย ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 19 ปี ...เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมากๆที่ได้รับรู้ และได้เห็นมา...

เด็กเกาหลี ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย และไม่ค่อยแหกกฏ กันมาก(ในสายตาผู้ใหญ่อ่ะนะ ส่วนในที่ลับ ผมไม่รู้...แต่มันต้องมีบ้างล่ะน่า..)


...คนทุกชนชั้น...ไม่ว่าจะยากดีมีจน หรือรวยล้นฟ้า ที่ประเทศเกาหลี..กินเหล้าโซจูกันทั้งนั้น...เรียกได้ว่าเป็น..โคเรีย สแตนดารด สตาโตคาสโต้ เลยที่เดียว..555++

พอเมาแล้วกลับบ้านไม่ถูก...เขาก็นอนมันตรงนั้นแหละ...ผมเห็นแล้วน่าสงสาร...(เมื่อก่อนตรูก็เป็นแบบนี้ งือ)....

เช้าๆวันอาทิตย์..เราจะไม่ค่อยแปลใจ ถ้าเป็นคนนอนเมาค้าง อยู่ตามป้ายรถเมล์ หุๆ..นี่เจอบ่อยๆ จนชินตาซะแล้ว

บางคนแต่งตัวดีๆ นี่แหละ ผู้จัดการชัดๆ..ใส่สูตรเต็มยศเลย..นอนเลอะอ้วก อยู่ข้างเสาไฟฟ้า...เหอๆ..ชีวิตคนเราหนอ..ช่างอนิจจัง.....


* A22896.jpg (24.68 KB, 342x480 - ดู 12077 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: