หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยาแก้ไอ !  (อ่าน 17349 ครั้ง)
Admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: ตุลาคม 03, 2009, 04:48:17 PM »

จาก “ยาแก้ไอผสมน้ำอัดลม...สารเสพติดใหม่...อันตราย !!” ล่าสุดมาถึง “อย.เล็งคุมยาแก้ไอดีเอ็กซ์เอ็ม...กินแล้วตาย !!” ก็น่าคิดว่าทำไม “ยาแก้ไอ” ถึงกลายเป็น “ยามีปัญหา” ทั้ง ๆ ที่มันก็น่าจะเป็นแค่ยาสามัญประจำบ้านขนานหนึ่ง มีขายตามร้านขายยาทั่วไป  ใคร ๆ ก็ซื้อไปรักษาอาการไอ-มีไว้ติดบ้านได้

ทำไม “ยาแก้ไอ” จึงกลายเป็นยาเสพติด ?

ทำไม “ยาแก้ไอ” จึงกลายเป็นยาอันตราย ?

กับประเด็นเป็นยาเสพติด มีวัยรุ่นเมืองไทยบางกลุ่มนำยาแก้ไอแบบน้ำที่ผสมสาร “โคเดอีน” มาผสมกับน้ำอัดลมแล้วดื่มเพื่อให้เกิดอาการมึนเมาคล้ายเหล้า เป็นการ “ใช้ผิดประเภท” โดยไม่ตระหนักถึงอันตราย

ส่วนกับประเด็นเป็นยาอันตราย ประเด็นนี้ปรากฏขึ้นในสหรัฐอเมริกากับวัยรุ่นมะริกันที่ “เสียชีวิต” ไปแล้ว 5 ราย กับยาแก้ไอที่ผสม “ดีเอ็กซ์เอ็ม” หรือเด็กซ์โทรเมโทรแฟน

หากจะตั้งคำถามว่าทำไมยาแก้ไอกลายเป็นยามีปัญหา กับประเด็นแรกเรื่องการถูกใช้เป็นเครื่องดื่มมึนเมา ก็ต้องโฟกัสไปที่เจ้าสาร “โคเดอีน” ซึ่งสารดังกล่าวนี้ถูกจัดเป็นสารเสพติดประเภท 2 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ถูกนำมาใช้ผสมในยาแก้ไอก็เพราะมันมีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท กดอาการไอไม่ให้กำเริบ

เจ้าโคเดอีนนี่มีฤทธิ์คล้าย “มอร์ฟีน” ทำให้เกิดอาการเคลิ้ม มึนเมา จึงถูกจัดเป็นยาเสพติดประเภท 2 ซึ่งการที่วัยรุ่นไทยนำไปผสมน้ำอัดลมโดยเฉพาะประเภทน้ำดำแล้วดื่มกันนั้น ขอบอกว่าฤทธิ์ของมันมิใช่แค่ทำให้มึนเมา

หากดื่มเข้าไปในปริมาณที่มากและต่อเนื่อง มีสิทธิจะทำให้เกิดการชัก เพ้อคลั่ง ชีพจรเต้นช้า หัวใจเต้นเร็ว ไม่รู้สึกตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบการหมุนเวียนภายในร่างกายล้มเหลว 

ระบบการหายใจเป็นอัมพาต...

แล้วก็ “ตาย” ในที่สุด !!

แหล่งข่าวซึ่งเป็นเภสัชกรรายหนึ่ง บอกว่า... โคเดอีนที่มีปัญหาก็เพราะเป็นสารที่มีสารประกอบบางตัวเหมือนกับที่มีใน “ฝิ่น” การใช้ผสมยาแก้ไอก็เพื่อให้ออกฤทธิ์กดอาการไอทางสมอง แต่เมื่อกินเข้าไปเป็นจำนวนที่เกินปริมาณที่เหมาะสมก็จะทำให้มึนเบลอ และจะติดเมื่อเสพติดต่อกันเป็นเวลานาน

“เมื่อมีคนนำไปใช้ในทางที่ผิดก็ต้องมีการควบคุมให้รัดกุมยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการเตือนเรื่องปริมาณการกินเพื่อรักษาอาการไอตามที่ระบุไว้ในฉลากยา”

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการคุมเข้ม...วัยรุ่นไทยบางกลุ่มก็พลิกแพลงความ “ฉลาดแบบฆ่าตัวตาย” เมื่อมีการควบคุมในส่วนของโคเดอีน ก็หันไปใช้ยาแก้ไอชนิดเม็ดที่มีส่วนผสมของ “เด็กซ์โต” ผสมกับน้ำอัดลมหรือน้ำร้อน ซึ่งก็ทำให้เกิดอาการมึนเมาได้เช่นกัน

และก็มีสิทธิตายได้ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน !!

อีกประเด็นคือกินยาแก้ไอผสม “ดีเอ็กซ์เอ็ม” แล้วตาย หลังจาก อย.ของสหรัฐเผยแพร่ข้อมูลนี้ทางเว็บไซต์ไปทั่วโลก ทาง อย.ไทยก็จะเสนอให้มีการควบคุมการใช้ยาแบบนี้ในเมืองไทยให้เข้มงวดขึ้น

เห็นว่าทาง อย.จะเสนอให้มีการควบคุมดีเอ็กซ์เอ็ม-เด็กซ์โทรเมโทรแฟนในไทย ทั้งแบบที่เป็นยาเดี่ยวและยาแก้ไอที่มีส่วนผสม โดยดีเอ็กซ์ เอ็ม-เด็กซ์โทรเมโทรแฟนที่ขึ้นทะเบียนเป็นยาเดี่ยวมีจำนวนกว่า 162 ตำรับ และขึ้นทะเบียนเป็นยาผสมกับยาตัวอื่นอีกราว 229 ตำรับ ซึ่งมีทั้งยาน้ำ ยาเม็ด และลูกอม

เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือเลขาฯ อย. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันก่อนว่า... ที่ผ่านมาในไทยมีรายงานเรื่องผลข้างเคียงที่เกิดจากเจ้าดีเอ็กซ์เอ็มแล้วประมาณ 350 ราย โดย 65 รายเกิดผลข้างเคียงระดับรุนแรง

ก็ยังดีที่ยังไม่เคยมีคนไทยตายเพราะดีเอ็กซ์เอ็ม

เจ้าดีเอ็กซ์เอ็มนี้...ก็ออกฤทธิ์กดสมองส่วนที่ควบคุมการไอ อีกทั้งมันยังอาจทำให้เกิดการเผาผลาญในร่างกายจนส่งผลร้ายต่อระบบทางเดินหายใจ จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้...ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกัน

แหล่งข่าวเภสัชกรบอกว่า... ยาแก้ไอที่ผสมดีเอ็กซ์เอ็มในประเทศไทยก็มีใช้กันมานาน ซึ่งถ้ากินแบบพอดี ไม่ได้มากเกินไป ก็ไม่มีปัญหา ซึ่งยาแก้ไอทุกตัวที่ออกมาจำหน่ายนั้นจะมีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยอยู่

ทั้งนี้ แม้จะมีโทษแฝงอยู่ในยาแก้ไอ แต่ยาแก้ไอนั้นก็ให้ประโยชน์มากกว่าให้โทษเยอะ สำหรับคนที่เกิดอาการไอแต่เมื่อเห็นข่าวที่ออกมาแล้วกลัวไม่ค่อยกล้ากินยาแก้ไอ ขอบอกว่าไม่ต้องกลัว เพียงแต่ต้องกินตามที่ฉลากกำหนด หรือกินตามที่แพทย์สั่ง ไม่กินมากเกินไปก็จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแน่นอน

“ยาแก้ไอนั้นในตัวมันเองความจริงแล้วก็ไม่มีอะไร ไม่ได้น่ากลัว แต่ที่เกิดปัญหาขึ้นก็เพราะว่าคนนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือละเลยข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัย” ...แหล่งข่าวเภสัชกรกล่าว

ช่วงหน้าฝนนี้คงมีคนป่วยไข้มีอาการ “ไอ” กันมาก
ก็ไม่ต้องกังวล-กลัวมากจนไม่กล้ากิน “ยาแก้ไอ”
สำคัญคือ “ใช้อย่างถูกต้อง-ไม่ใช้ผิดประเภท”
ยาแก้ไอก็จะไม่ใช่ “ยาเสพติด-ยาอันตราย”.



* i.jpg (36.48 KB, 250x328 - ดู 8702 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 11:21:08 AM »


ตอนนี้คาดว่าทุกคนคงตระหนกตกใจกับข่าวที่เด็กนักเรียนกว่า 50 ราย เสพยาแก้ไอ เด็กซ์โตรเมโทรแฟน เกินขนาด โดยรุ่นพี่ที่ซื้อยาแก้ไอจากร้านเกม มาเสพและขายต่อให้รุ่นน้อง อ้างว่าลดการเจ็บปวดจากการถูกทำโทษ และสมองปลอดโปร่ง หน้าขาวนวล ปัจจุบันพบว่า มีการนำยาแก้ไอชนิดนี้มาใช้เพื่อให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม หรือหวังผลให้เกิดการเมาโดยไม่ต้องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเอามาใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ไม่ให้เกิดอาการเจ็บปวด เมื่อถูกครูทำโทษ (ตี) พอฟังผู้จำหน่ายกล่าวเหตุผลแล้วยิ่งรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจ เป็นการสะท้อนสภาพสังคมไทยที่ไม่ถูกไม่ควร

เดิมยาตัวดังกล่าว มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในคนไข้กลุ่มที่ติดยา หรือคนไข้จิตเวชบางกลุ่ม โดยจะนำยาแก้ไอชนิดน้ำสูตรที่มี เด็กซ์โตรเมโทรแฟน ไฮโดรโบรไมด์ มาผสมกับน้ำอัดลมดื่มกัน โดยปกติแล้ว ยาตัวนี้เป็นยาแก้ไอหากกินในขนาดที่แพทย์สั่งจะช่วยในการระงับอาการไอ แต่หากนำมาผสมให้มากกว่าขนาดรักษา ก็จะทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มคล้ายกับการเสพสุราได้


ตัวยา เด็กซ์โตรเมโทรแฟน หรือชื่อย่อ ดีเอ็มเอ็กซ์  หากใช้เพื่อแก้ไอในขนาดที่แพทย์สั่ง จะมีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงน้อย แต่การนำมาใช้ในทางที่ผิดไม่ว่าจากการแนะนำต่อ หรือผู้ป่วยค้นพบผลการใช้ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น อาจจะนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ กลไกการออกฤทธิ์ของ ดีเอ็มเอ็กซ์ นั้น จะมีผลที่ศูนย์ควบคุมการไอที่สมองส่วนเมดุลลา ซึ่งอยู่บริเวณแกนสมอง ทำให้ไอน้อยลง แต่จะไม่มีฤทธิ์แบบอนุพันธ์ฝิ่น ซึ่งกดระดับการไอ ระงับอาการปวด กดการหายใจ และการเสพติด ตัวยาดังกล่าวจะดูดซึมทางลำไส้ได้ดีออกฤทธิ์เร็วภายในครึ่งชั่วโมง ห
ลังรับประทานเข้าไป เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเอนไซม์ในตับเปลี่ยนรูป ทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข จนถึงอาการประสาทหลอน กระตือรือร้น

ตัวยาชนิดนี้ เป็นที่รู้จักดีในหมู่วัยรุ่นในหลาย ๆ ประเทศ ว่าเป็นยาที่สามารถนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยมีชื่อเรียกที่เป็นคำเฉพาะในหมู่ผู้ใช้ ได้แก่ เรด เดวิล, พัวร์ แมนส์ พีซีพี, ดีเอ็มเอ็กซ์, ซีซีซี, โรโบ และ เด็กซ์ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลมากมายในเว็บไซต์ ที่แนะนำให้ใช้ยาในทางที่ผิด แต่ที่อันตรายเป็นอย่างมากก็คือ มีการซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตกันในปัจจุบัน

สำหรับขนาดการใช้ยา จากการสำรวจในต่างประเทศพบว่า ขนาดที่ผู้ป่วยมักจะใช้คือ 8 เม็ด หรือ 16 เม็ด ( 2-60 เม็ด) เนื่องจากยามีขนาดบรรจุแผงละ 8 เม็ด จึงพบว่าผู้ป่วยมักจะรับประทานครั้งละ 1-2 แผง การรับประทานยาขนาด 8-16 เม็ดนี้ เข้าไปเป็นเวลานาน ผลที่เกิดขึ้นในระยะยาวต่อสภาวะจิตใจยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ข้อมูลจากการเฝ้าสังเกตการเป็นเวลาหลายเดือนมีรายงานว่ามีผู้รับประทานยา เด็กซ์โตรเมโทรแฟน 1,500 มิลลิกรัม (10 เม็ด) ในคราวเดียว จะมีอาการเหมือนวิกลจริตเป็นเวลา  24-48 ชั่วโมง หลังจากรับประทานยาเข้าไป หลังจากนั้นจะมีอาการซึมเศร้า อยากฆ่าตัวตาย นอนไม่หลับ แต่เมื่อหยุดยาแล้ว อาการเหล่านี้ก็จะหายไป

คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วจะทำอย่างไรเมื่อพบว่าบุตรหลานใช้ยาชนิดนี้ในทางที่ผิดหรือเกินขนาด
 
ถ้ารับประทานยาชนิดนี้ในปริมาณมากภายในหนึ่งชั่วโมง ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยล้างท้อง แต่หากนานกว่าหนึ่งชั่วโมง มักใช้ผงถ่านเข้าช่วย ผงถ่านจะไปจับกับ เด็กซ์โตรเมโทรแฟน ได้ดี โดยให้ทุก ๆ 6 ชั่วโมง ทั้งนี้ อาจต้องรับตัวไว้ดูอาการในโรงพยาบาล กรณีที่รับประทานยาเข้าไปไม่มาก ก็อาจสังเกตอาการรอให้ยาหมดฤทธิ์ไป แนะนำว่าในเด็ก ให้ปรึกษากุมารแพทย์ จิตเวชเด็ก เพื่อให้รับคำแนะนำและทราบขั้นตอนในการเลิกยา ซึ่งง่ายกว่ายาเสพติดประเภทอื่น เพราะไม่ค่อยมีอาการทางกายของการอยากยา

สำหรับขนาดที่แนะนำโดยฉลากยา ขนาดใช้ยาในเด็ก อายุต่ำกว่า 2 ขวบ ใช้ตามแพทย์ สั่งเท่านั้น/อายุ 2-5 ขวบ รับประทานยาน้ำเชื่อมครั้งละค่อน (1/4)-1 ช้อนชา วันละ 3-4 ครั้ง เมื่อมีอาการไอ/อายุ 6-12 ขวบ รับประทานยาน้ำเชื่อมครั้งละครึ่ง (1/2)-1 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง หรือยาเม็ด ครั้งละ 1 เม็ด ทุก 6-8 ชั่วโมง ตามอาการที่เป็น สำหรับยาอม ให้อมครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง

ส่วนขนาดใช้ยาในเด็กอายุมาก กว่า 12 ขวบ และผู้ใหญ่ ให้รับประทานยาน้ำเชื่อมครั้งละ 1 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง หรือยาเม็ด ครั้งละ 2 เม็ด ทุก 6-8 ชั่วโมงตามอาการที่เป็น สำหรับยาอมให้อมต่อเนื่อง 2 เม็ด ทุก 4-8 ชั่วโมง ขนาดที่ปลอดภัยในเด็กโตหรือผู้ใหญ่คือ 15-30 มิลลิกรัม

แต่ผู้ที่ใช้ในทางที่ผิดมักใช้ในขนาดสูง คือราว 360 มิลลิกรัม (ตั้งแต่ 3-10 เม็ดขึ้นไปต่อครั้ง)     โดยสามารถทำให้เกิดอาการเคลิ้มไปจนถึงอาการประสาทหลอน ซึ่งจะออกฤทธิ์ยาวนานประมาณ 6 ชม. จึงจะหมดฤทธิ์ไปเอง นอกจากนี้จากรายงานยังพบว่า หากใช้ในขนาดสูง อาจทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว เกิดภาพหลอน ทำร้ายผู้อื่น ชัก หรือเสียชีวิตได้ อาการสังเกตของการได้รับพิษเฉียบพลันจากการได้รับดีเอ็มเอ็กซ์เกินขนาด ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ มึนงง     ง่วงนอน กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน ม่านตาขยาย พูดไม่ชัด  เคลิบเคลิ้ม หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะไม่ออก ประสาทหลอน หรือ กระวนกระวาย สั่นเทิ้ม ชัก ปวดศีรษะ ทั้งนี้ ยาเด็กซ์โตร เมโทรแฟน ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม คือผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 125 มิลลิกรัม หรือ 8 เม็ดต่อวัน ส่วนเด็กไม่ควรเกิน 62 มิลลิกรัม หรือ 4 เม็ดต่อวัน

สรุปที่นำมาเล่าวันนี้ ว่าเป็นเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เพราะปัญหานี้มีมานานแล้ว ซึ่งคงต้องทำการปฏิรูประบบและปลูกฝังจิตนิสัย ช่วยเหลือ แนะนำเด็กในทางที่ถูก จึงขอฝากผู้ปกครอง เภสัชกร คุณครู ร้านขายยา และร้านเกม ให้ช่วยกันดูแลในเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วน.


นพ.ศักดา อาจองค์
อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
คณะพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล


* ya260.jpg (18.15 KB, 260x258 - ดู 6283 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: